ว่าด้วยเรื่อง: 'ตำนานเมือง'
ทุกคนคงรู้จักเรื่องเล่าสยองขวัญต่างๆที่เราชอบเรียกกันว่า "เรื่องผีี"กันนะ 

สมัยเด็กๆเราคงได้ฟังเรื่องเล่าน่ากลัวๆจากปากของผู้ใหญ่ บางทีก็เพื่อนเล่าให้ฟัง หลายๆครั้งเปิดวิทยุแล้วมีรายการที่คนมาเล่าเรื่องผีให้เราฟัง หรือใหม่ขึ้นมาหน่อยก็เป็นรายการโทรทัศน์ช่วงดึกๆ ส่วนสมัยนี้ก็จะเห็นเพื่อนแชร์เว็บไซต์ที่มีคนมาเล่าอะไรแบบนั้นอาจจะในพันทิปหรือยูทูปมาให้ 

ปกติแล้วเราฟังเรื่องผีก็คงกลัวกัน คิดดูว่าถ้าเราเข้าไปอยู่ในเรื่องที่เล่าเราไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ ยืนสั่นหงึกๆอยู่ในกำมือของผีหรืออะไรในเรื่อง เพราะเราไม่เข้าใจว่ามันต้องการอะไรเราจะหนีหรือสู้กับมันได้ยังไง กฎฟิสิกส์หรือสามัญสำนึกก็ดูจะไม่ช่วยอะไร หลายๆเรื่องไม่ต้องโผล่มาให้เห็นเป็นตัวเป็นตนหรอก แค่เล่ามาว่าได้ยินเสียงหรือข้าวของอยู่ผิดที่ผิดทางบางทีก็เก็บเอาไปฝันกันแล้ว แต่ถึงจะน่ากลัวเรื่องผีก็เป็นเรื่องเล่าอย่างหนึ่งที่เราฟังหรืออ่านแล้วรู้สึกสนุกแบบแปลกๆ

แต่ที่เกริ่นมาทั้งหมดก็ไม่ใช่จะเล่าเรื่องผีหรืออะไรหรอก เรื่องนี้เราจะมาทำความรู้จักเรื่องผีในมุมมองที่ดูเป็นวิชาการขึ้นหน่อยนึง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก 'Folklorelistics' หรือ 'คติชนวิทยา'กันก่อน: คติชนวิทยาเป็นแขนงวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลทางวัฒนธรรมของมนุษย์ผ่านเรื่องเล่า ตำนาน การแสดง การละเล่น หรือสื่อสิ่งของต่างๆของกลุ่มคนในสังคมๆหนึ่ง นึกดูว่าในอนาคตซัก 3-4 ศตวรรษข้างหน้านักคติชนวิทยาในยุคนั้นก็อาจจะศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของคนยุคเราด้วย หนังสือ ฟีลม์ภาพยนต์ หรืออะไรก็ตามที่เราส่งๆเข้าไปในอินเตอร์เน็ตก็ได้นะ ลองคิดภาพนักวิชาการนั่งวิเคราะห์ความเป็นอยู่ของเราผ่าน Internet Meme ดูคงตลกพิลึก

เรามาเข้าใกล้ประเด็นของเรามาอีกนิด: คำว่า 'ตำนานเมือง' หรือเราจะได้ยินกันบ่อยกว่าว่า 'ตำนานพื้นบ้าน' หรือ 'นิทานพื้นบ้าน' ส่วนนี้จะเรียกได้ว่าเป็นแขนงหนึ่งของคติชนวิทยาก็ว่าได้คือเป็นข้อมูลทางวัฒนธรรมของคนเรา แต่จะต่างจากข้อมูลอื่นๆตรงที่เรื่องเล่าต่างๆมักจะเป็นเรื่องที่ผู้เล่าพยายามสื่อออกมาว่าเป็นเรื่องจริง แต่ฟังแล้วก็ยากที่จะตัดสินว่าจริงหรือไม่จริง ออกแนวเหลือเชื่อซะมากกว่า และแต่ถึงจะเรียกว่าตำนาน หรือ นิทาน คำนี้ถูกใช้เพื่อจัดประเภทเรื่องเล่าที่แพร่หลายในยุคสมัยใหม่ช่วงไม่กี่ทศวรรศนี้ซะมากกว่า และอย่างไรก็ดีตำนานเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องผีเสียทั้งหมด เรื่องเล่ามหัศจรรย์ เรื่องเล่าปริศนาอื่นๆเองก็เป็นตำนานเมืองเช่นกัน อย่างเรื่อง 'Doppelganger' หรือที่ดูโรแมนติกขึ้นมาหน่อยก็ 'เนื้อคู่

คำว่าตำนานเมือง ในภาษาอังกฤษคือ Urban Legends ส่วนภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โทชิ เดนเซตสยึ (都市伝説)  ที่ยกภาษาญี่ปุ่นมานี่ก็เพราะว่าตำนานเมืองญี่ปุ่นเป็นเรื่องเล่าที่เรียกได้ว่าดังเป็นอันดับต้นๆของโลก ยกตัวอย่างเช่น 'ผีฮานาโกะในห้องน้ำ' 'ผีสาวปากฉีก' หรือ 'เทเคะเทเคะ' และถ้าจะให้ยกตัวอย่างของฝั่งตะวันตกก็คงไม่พ้นเรื่อง 'Bloody Mary' 'Ouija Board' หรือ 'Monster in the Closet' ของไทยเรานี่เองพวกเรื่องผีในโรงเรียนหรือมหาลัย หรือเรื่องดังๆต่างๆก็คงเรียกได้ว่าเป็นตำนานเมืองของไทยอยู่เหมือนกัน

Urban Legends เป็นคำที่นักวิชาการชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ ศาสตราจารย์ Jan Harold Brunvand เป็นผู้ใช้ให้แพร่หลายเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1970 และศาตราจารย์ได้รวบรวมตำนานเมืองต่างๆ ทั้งในอเมริกาและประเทศอื่นๆ เป็นสารานุกรมตำนานเมือง 'Encyclopedia of Urban Legends' เมื่อปี ค.ศ. 2001 ที่ผ่านมา
ตำนานเมือง คือเรื่องเล่าอันน่าเหลือเชื่อที่ถูกส่งต่อทางคำพูดทางอักษร หรืออินเตอร์เน็ตโดยมีที่มาจากเพื่อนของเพื่อน - Jan Harold Brunvand
ที่ญี่ปุ่นเองก็มีการศึกษาในเรื่องของตำนานเมืองอยู่เช่นกัน  ตำนานเมืองต่างๆของประเทศญี่ปุ่นเรียกได้ว่ามีการแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยโบราณก่อนที่คำว่าตำนานเมืองจะถูกใช้เสียอีก ศาสตราจารย์ Kunio Yanagita (柳田 國男) ผู้ที่ได้ชื่อว่าบิดาแห่งคติชนวิทยาพื้นเมือง ได้ศึกษาเรื่องราวตำนานญี่ปุ่นในสมัยโบราณซึ่งปรากฎความใกล้เคียงกับ โทชิ เดนเซตสยึ หรือตำนานเมืองในญี่ปุ่นสมัยใหม่ โดยในเรื่องเล่าสมัยโบราณมักจะมีการปรากฎตัวของผี หรือ เหตุการณ์แปลกประหลาดต่างๆที่คล้ายคลึงกับเรื่องเล่าสมัยใหม่ และเรื่องเล่าสมัยโบราณก็ ปรากฎเป็นการเล่าผ่านความจำของใครบางคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ฟัง เช่นจากปากของมารดา หรือพี่เลี้ยง

จริงๆแล้วทุกวันนี้เราอาจจะกำลังรับฟังตำนานเมืองต่างๆโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้ ตำนานเมืองต่างๆได้ถูกเล่าผ่านสื่อสมัยใหม่อย่างเช่น ภาพยนต์ หรือ นิยาย โดยมีที่มาจากตำนานเมืองแต่ถูกเล่าในรูปแบบของ Fiction ที่ชัดเจนมากขึ้นว่าเป็นเรื่องแต่ง รู้หรือไม่ว่าเรื่อง The curse of the weeping woman มีที่มาจากตำนานเมือง La Llorona ที่มีชื่อเสียงมากจากประเทศแมคซิโก หรือบางกรณีก็ที่มีเป็นการดัดแปลงตำนานเมืองแต่ก็ไม่ได้อิงจากตำนานเมืองที่ถูกเล่ามาโดยตรงอย่างนิยายเรื่อง Ringu หรือ The ring ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานผีนับจานโอคิกุ และ ตัวนิยายเองก็มีเนื้อเรื่องในลักษณะเดียวกับตำนานเมืองญี่ปุ่น

โดยลักษณะแล้วตำนานเมืองต่างๆมีรูปแบบที่เชื่อได้ยากว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่ก็ง่ายต่อการจะประสบพบเจอ นั่นคือเป็นการสร้างสถานการณ์ที่ผู้ที่ได้ฟังคนใดก็อาจพบเจอเหตุการณ์ตามที่ได้ฟังได้ หากได้ทำตามเงื่อนไขของการพบเจอ (และหากเรื่องที่ได้ฟังเป็นเรื่องจริง) เช่นสมมติว่าเรื่องผีห้องน้ำฮานาโกะเป็นเรื่องจริง เราเพียงแค่ไปห้องน้ำในโรงเรียนแล้วเคาะประตูเรียกให้ฮานาโกะออกมา ณ เวลาตามที่เรื่องเล่าได้บอกไว้ หรือหาก Bloody Mary เป็นเรื่องจริงเราแค่ ปิดไฟแล้วไปนั่งหน้ากระจกและประกอบพิธีกรรมตามเรื่องเล่า 

ทีนี้ลองคิดดูเล่นๆว่ามันง่ายแค่ไหนที่จะเจอเรื่อง "ป๊อก ป๊อก ครืด" หากเราแน่ใจว่ามันเป็นเรื่องจริงและเราไปอยู่ในสถานที่นั้นๆ

ตำนานเมืองเป็นเรื่องราวที่แฝงความเป็นไปไม่ได้ ไว้ในความเป็นไปได้ เป็นการเล่นกับเส้นแบ่งบางๆที่เราสร้างไว้เพื่ออยู่กับความเป็นจริงที่เราเชื่อมั่นและความเคลือบแคลงที่เราหวาดกลัวเพราะอย่างนี้กระมังมันจึงเป็นสิ่งที่มีสเน่ห์ที่แม้จะน่ากลัวมันก็ดึงดูดคนที่ได้ฟัง



SHARE
Written in this book
ตำนานเมือง

Comments