MT 006 : คนตายที่ยังมีชีวิต
คำว่า "คนตายที่ยังมีชีวิต" มโนภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงไม่พ้นคนห่อเหี่ยว ซึมเศร้า ไร้ชีวิตชีวา แต่เจ้าของคำพูดที่ใช้บรรยายตัวเอง กลับสดใสเป็นประกายยิ่งกว่าฉันอีก เขาถามว่าทำไมต้องเซ็ตภาพคนตายไว้อย่างหม่นหมองด้วยละ ไม่คิดว่าบางทีเขาอาจจะสดใสก็ได้บ้างหรอ

ศิษย์พี่ของฉันใช้ชีวิตเหมือนคนที่ตายแล้วทุกวัน ตื่นนอนในแต่ละวันด้วยความรู้สึกประมาณว่า "อ้าว เรายังมีชีวิตอยู่หรอ?" "โอเค ทำงานต่อเลย ลุย" เป็นอะไรที่อเมซิ่งดีเหมือนกัน ไม่กล้ายืนยันว่าคนปกติเขาไม่คิดกัน ก็อาจจะมีคนคิดตั้งหลายคนแหละ แต่เขาไม่ได้ออกมาเล่าเหมือนที่ผู้ชายคนนี้คุยกับฉัน ที่แน่ ๆ ฉันกลับคิดว่ามีแต่คนแก่ละมั้งที่คิดกัน ไม่เคยเห็นคนหนุ่มแข็งแรงคิดเหมือนตัวเองพร้อมตายทุกวัน

ปูมหลังของเขาคือใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคนรอบข้างตายหายจากไปทีละคน จึงตระหนักได้เร็วว่าชีวิตมนุษย์ช่างเปราะบางอย่างกับใบไม้ในสวน บทจะร่วงก็ร่วงผล็อยหล่นไปไม่หวนคืน บางครั้งคนที่ดูแข็งแรงและหัวเราะกับเราในวันนี้ อาจลงโลงในวันพรุ่งนี้ ความตายนั้นเศร้า...แต่เขาคิดว่าส่วนหนึ่งมันเศร้าเพราะเรายังไม่ทำอะไรให้เขาเต็มที่ และน่าจะอยู่ด้วยกันเต็มที่ให้นานกว่านี้ จะดีกว่าไหมถ้าในวันที่ยังเจอกัน เราสร้างความทรงจำที่ดีที่สุด ใช้เวลาร่วมกันให้ดีที่สุด และไม่รีรอที่จะทำอะไรเท่าที่ใจอยากทำกับอีกคน บทอาลัยจะได้ไม่โศกนาน ไม่มีการติดค้างคาต่อกันให้เป็นอุปสรรคของคนเป็นอีกต่อไป คนตายจะไปยังดินแดนแห่งไหนไม่ทราบได้ แต่คนเป็นนั้นยังต้องใช้ชีวิต...

แน่นอนว่าเขาประยุกต์เรื่องนี้กับตัวเอง ไม่เพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างกัน แต่กับตัวเองก็ต้องทำให้เต็มที่ด้วย มันไม่ใช่แค่เพียง อยากทำอะไรก็ทำ แต่รวมไปถึง รู้จักตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไป ซึ่งศัพท์สำหรับเขาคือขยะหลีกทาง เขาไม่ได้ตั้งใจให้มันแรงแต่อาจดูแรงสำหรับคนอื่นก็เลยใช้คำอื่น 

แต่บางครั้งเรามักไม่รู้ตัวกันไงว่ากำลังปล่อยให้สิ่งไม่จำเป็นเกะกะการใช้ชีวิตอยู่ มันไม่จำเป็นต้องเป็นข้าวของ ผู้คน หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น สิ่งที่เป็นนามธรรมก็เช่นกัน เรากำลังยึดติดหลักการอะไรไม่จำเป็นอยู่หรือเปล่า รวมทั้งอุดมการณ์ หน้าที่ ศักดิ์ศรี กฎที่ตั้งไว้ หรือแม้แต่ความฝัน อันนี้อาจจะดูยากและซับซ้อน แต่ศิษย์พี่แนะนำว่าเราผัดวันประกันพรุ่งบ่อยไหม เวลาคิดเราใช้คำฟุ่มเฟือยบ่อยไหม ในห้องมีข้าวของที่กองไว้เผื่อใช้เผื่อเก็บเยอะจนรกไหม เพราะสิ่งนามธรรมไม่มีรูปร่างมันเลยสะท้อนผ่านกิจวัตรประจำวันอย่างพวกนี้แทน 

แทบไม่ต้องเดาเลยว่าเมื่อฉันตอบออกมา ศิษย์พี่ยิ้มแฉ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหวานพร้อมจริตบริติชเจนเทิลแมน

เริ่มจากจัดห้องซะนะครับ... ปฏิบัติ
ฝึกจากการตัดใจ การให้ค่าข้าวของว่ามันพร้อมอยู่กับเราต่อไปไหม
ใครไม่ได้ไปต่อ ต้องเข้าห้องดำ...เอ้ย ถุงดำไปยังที่อื่นครับ 

ใช่สิ หล่อนมันคุณชาย มีคนใช้ ในใจอยากจะย้อนอย่างนี้เหลือเกิน แต่ก็ว่าไม่ได้นะ พื้นที่ส่วนตัวหรือพื้นที่ทำงานของเขามันก็มีระเบียบและเรียบง่ายอย่างทรงพลัง จนฉันแปลกใจนึกว่าจะตกแต่งอย่างอลังการเสียอีก ตามประสาคุณชายมีรสนิยมหรูหรานั่นแหละ

มันไม่ใช่ทุกคน ทุกอย่าง ทุกความคิดจะอยู่กับเราไปได้ตลอด เราต้องเรียนรู้ที่จะตัดทิ้งเพื่อมุ่งแต่ทำสิ่งที่ดีที่สุด ทำสิ่งที่ดีกว่าเสมอ อย่าให้ของที่คิดว่า "มันน่าจะสำคัญกับเราสักวัน" มาขัดขาให้สะดุดเวลาเดินไปข้างหน้าเลย ดูอย่างห้องรกของตัวเองตอนนี้ซิ ทำให้ใช้ชีวิตลำบากและเสียเวลาเป็นหน่วยนาที วินาทีกว่าปกติหรือเปล่า อย่าคิดว่ามันก็แค่เวลาแค่นั้น ถ้าลองบวกรวมกันต่อวันก็อาจจะเยอะก็ได้ เอาทั้งหมดมาทำสิ่งที่อยากจะทำยังเหลือเฟือ 

ถ้าไม่ได้คุยกับฉันแล้วไปคุยแบบนี้กับคนอื่น ศิษย์พี่อาจโดนนินทาลับหลังว่าอีตาเยอะ จุกจิกจู้จี้ยิ่งกว่าชะนี (ซึ่งทั้งไม่เถียงและก็ขอเถียง ฮา) แต่ฉันเชื่อเขา เข้าใจเขา เขาเจออะไรมาถึงให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ และชีวิตเขาทุกวันนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าสำเร็จจริง 

อันนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ทำให้เขารู้สึกไม่มีอะไรติดค้างคาเป็นขยะคั่นสมองและหัวใจ จึงใช้ชีวิตเต็มที่ได้ในทุกวัน ทำสิ่งจำเป็นเท่าที่จะทำได้ตั้งแต่ตอนนั้น จะได้ไม่มีเสียดายวันหลัง เขาถึงเรียกว่าใช้ชีวิตพร้อมตายได้ทุกวัน แม้แต่กับความสัมพันธ์ระหว่างคนอื่น เขาก็เต็มที่กับทุกคนทุกวันนั่นแหละ แต่ก็เคยพูดกับฉันว่า "ในขณะเดียวกันก็พร้อมตัดความสัมพันธ์" แหม ฟังดูอำมหิตเลือดเย็นโหดร้ายก็ไม่ปาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่จริงใจกับใครเลยนะ เขารักใครก็รักมากแต่มีไรก็ทำให้เต็มที่ก่อนเลย วันไหนอีกฝ่ายไม่เอาแล้วหรือตายจากไป ใจก็ไม่สลายตามไป ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ก็แบบ...เหมือนปักป้ายไว้ในใจก่อนนอนทุกคืนว่าสิ่งนี้อาจไม่จีรัง ไม่เขาก็อีกคนที่พร้อมจะหายไปประมาณนั้น ...ซึ่งฉันทำไม่ได้เลย 

มันทำให้ฉันนึกถึงคำสอนพุทธธรรม หัวข้อสิ่งไม่จีรัง ใช้ชีวิตในความไม่ประมาท รู้จักปล่อยวาง และเดินทางสายกลาง จนอยากจะเข้าไปเขย่าตัวเบา ๆ ว่าหล่อนเป็นคริสเตียนหรือพุทธมามกะกันแน่เนี่ย มุกเก็บของในห้องรกก็ทำนึกถึงกวาดขยะรำพึงคติธรรมที่ลานวัดอีก ฮ่าฮ่าฮ่า

พูดแล้วอยากเก็บห้องทันทีเลยนะ อ๊ะ ยังมีอีกหลายคิวงาน โอ้ย จัดตารางจัดสรรไม่ถูกแล้ว

#ศิษย์น้องของเธอ
SHARE
Written in this book
M A T T H E W
-- ศิษย์พี่ที่รัก --
Writer
Mikki
แสงหิ่งห้อยในมุมมืด
เดินอยู่ในเขาวงกตที่ชื่อว่าโลกมนุษย์

Comments