พ่อค้าผจญภัย: อารมณ์ โทสะ เหตุผล
การเดินทางไกลต้องเตรียมความพร้อม

ครั้งนี้ผมต้องใช้เวลาเดินทาง 5 วันกว่าจะถึง เมืองภาษีแพงกว่าสินค้า

โดยที่ระหว่างทางจะไม่มีหมู่บ้านหรือเมืองใดๆให้แวะพักได้เลย

ผมเร่ขายสินค้า 
เป็นพ่อค้าเร่มาสักพักหนึ่งแล้ว

ผมเริ่มชินกับการนอนข้างถนน หรือแม้แต่นอนบนพื้นทะเลทราย 
ผมก็สามารถหลับได้สบายไม่มีปัญหา

แต่ที่ผ่านมาเป็นการเดินทางระยะสั้นๆ เดินทางช่วงหัววันและเข้าพักที่เมืองถัดไปในช่วงกลางคืน 

หรือมากที่สุดก็แค่ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน 


แต่ครั้งนี้ 5 วัน
ต้องเตรียมการเผื่อพักระหว่างทางและต้องเตรียมเสบียงเผื่อให้กับเจ้า A-mo ด้วย
 
ไม่รู้ว่าช่วงนี้เจ้าอูฐ A-mo มันเป็นอะไร
ยิ่งเลี้ยงก็ยิ่งกินเยอะ มันเครียดอยู่หรือเปล่าผมก็ไม่รู้ ?

แต่กินเก่งขนาดนี้คงไม่ได้เครียดหรอก

ผมเดินเลือกซื้อของใช้ต่างๆจนครบ แล้วซื้อข้าวสารติดไว้เป็นสินค้าด้วยสองกระสอบ 

...แม้ผมจะไม่รู้ว่าที่เมืองภาษีแพงกว่าสินค้า ราคาข้าวถูกหรือว่าแพงกว่าที่นี่ ?

แต่ที่แน่ๆ ทุกคนต้องกิน
ถ้าข้าวที่นี่ถูกกว่าในเมืองภาษีแพงกว่าสินค้าผมก็ขายเอากำไร

แต่ถ้าขาวที่นี้แพงกว่าราคาตลาดกลางของเมืองภาษีแพงกว่าสินค้า 

เวลานั้นค่อยคิดวิธีทำตลาด
แต่ต้องเห็นสนามจริงก่อน
คืนนี้พักที่เมืองตลาดสองสีเป็นคืนสุดท้าย พักเอาแรงเพื่อจะเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า

วันแรกของการเดินทางไกล 
สัญลักษณ์ สีเหลือง

เนื่องจากทุกวันของพ่อค้าคือวันทำงาน 
พ่อค้าเร่ที่ทำงานทุกวันจึงมักจะหลงลืมไปว่าวันนี้เป็นวันที่เท่าไร และเป็นวันอะไร

ตัวเลขวันที่ ตัวเลขอายุ ตัวเลขปี

ไม่ใช่สิ่งที่ต้องใส่ใจเลย
เพราะตราบใดที่ทุกเช้าที่ตื่นมาคือวันทำงาน จะวันที่ 1 หรือวันที่ 31 ก็มีค่าเท่ากัน 

อายุเท่าไรปีอะไร ? ไม่สำคัญถ้าทำงานอยู่ก็คือ “คนวัยทำงาน”

ผมพ่อค้าผจญภัยไม่เคยรู้เลยว่าวันที่เท่าไร

จึงขอใช้สีแทนวันที่เดินทาง

วันสีเหลือง 
เช้าวันแรกที่ต้องเดินทางนั้นย่อมมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง 

ผมต้องเริ่มเปลี่ยนบทจากพ่อค้าผู้สังเกตการณ์ มาเป็นพ่อค้านักเดินทาง  ยอมรับตามตรงว่ามีขี้เกียจบ้าง มีหน่วงบ้าง 

แต่จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ทั้งวันมิได้ 
ผมต้องปลุกตัวเองให้มีความกระตือรือร้นขึ้นมา

แผนที่บอกว่า
ใช้เวลาเดินทาง 5 วัน
ฉะนั้นทั้ง 5 วันก็ต้องเดินทางตลอด 
ถ้าเราขี้เกียจวันนี้แล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยสูญเปล่า จุดหมายของเราก็จะถึงช้ากว่ากำหนดอย่างแน่นอน



การขี้เกียจและอยู่เฉยๆ ไม่อาจทำให้
ระยะทางสู่ความสำเร็จสั้นลงได้

ผมออกจากที่พักตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้น
เจ้า A-mo มีสัมภาระแบกไว้เต็มตัวไปหมด ใจหนึ่งก็สงสารเพื่อนร่วมทาง แต่ผมก็ไม่มีทางเลือก

ช่วยเจ้านายหน่อยแล้วกันนะเจ้า A-mo

ผมตั้งใจจะเดินทางยาวโดยไม่พักจนกว่าจะถึงช่วงดึก

...เที่ยงวัน
ผมเดินขนานกับแม่น้ำ
เมืองตลาดสองสีเป็นเมืองที่เป็นจุดสิ้นสุดของทะเลทราย 

เส้นทางที่ผมเดินอยู่ไม่ใช่ทางที่เจ้า A-mo ถนัดนัก เพราะตอนนี้เราอยู่บนพื้นดินมิใช่พื้นทราย

เป็นเรื่องโง่มากที่ผมเอาอูฐมาเดินป่า
จริงๆแล้วผมควรจะนำเจ้า A-mo ไปขายและซื้อม้ามาใช่งานมากกว่า 

แต่ว่าผมยังไม่อยากจากกับมัน ความเห็นแก่ตัวนี้จึงทำให้ผมพามันออกมาจากทะเลทรายด้วย
 
...สู้กันหน่อยนะเพื่อน ฉันรู้ว่านายวิ่งไม่เก่งเท่าม้าแต่เรื่องความอึดและดื้อด้านของนาย นายเหนือชั้นกว่าม้าหลายขุม เราไม่ต้องรีบวิ่ง ค่อยๆเดิน ค่อยเป็นค่อยไป ฉันรอไหว เพราะไม่ว่าอย่างไร 

พวกเราก็จะไปถึงที่หมายด้วยกัน

...ค่ำของวันสีเหลือง
เจ้า A-mo ผู้ทนทายาดเดินมาได้ทั้งวันยังไม่เหนื่อยเลย ถ้ามันเป็นม้าเดินทางนานขนาดนี้ ปานนี้มันคงล้มไปแล้ว

ผมให้อาหารเจ้า A-mo ก่อน
จากนั้นผมก็ก่อกองไฟขึ้น
~~~~~~~~~~~~~~~~~

นั่งมองเข้าไปในเปลวไฟที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่
...ตอนนี้เจ้า A-mo นิ่งไปแล้ว

มันหลับในขณะที่ผม ... กำลังคิดทบทวนสิ่งต่างๆที่ได้ทำมา

ฟังดูเหมือนคนตายกำลังสั่งเสียแต่ไม่ใช่เลย 

การที่ผมคิดถึงเรื่องราวในอดีตตอนที่ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับมันอยู่นั้น

เป็นเรื่องที่ดี เพราะวันหนึ่งความทรงจำจะค่อยๆเลือนหายไปเองตามการเวลา ถ้าความทรงจำมันหายไปแล้ว~

ไม่ว่าจะทำอย่างไรเราก็ไม่มีโอกาสทวงมันคืนกลับมาได้ 

ฉะนั้นผมจะรักษามันไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะจำได้ ทบทวนบทเรียน ทบทวนความทรงจำที่ดี มีความสุขกับมันให้เต็มที่

ไม่แน่วันพรุ่งนี้เช้ามันอาจจะหายไป ถ้ามันหายไปจริงๆ ผมจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจที่ละเลยและดูแลมันไม่เต็มที่

...ตอนนี้ก็ดึกแล้ว ผมควรจะเข้านอน ราตรีสวัสดิ์นะเจ้า A-mo


วันที่สองของการเดินทางไกล 
สัญลักษณ์สีชมพู

วันสีชมพู เป็นวันที่ร่างกายได้รับการปรับตัวมาแล้วจากวันสีเหลือง
วันสีชมพูจึงเป็นวันที่ร่างกายพร้อมต่อการเดินทางอย่างเต็มที่

เริ่มเช้าวันใหม่ในเส้นทางเดิม

แม่น้ำที่ผมเดินขนานมาตลอด
ในตอนแรกพื้นที่ย่ำอยู่เป็นทราย 
เดินทางมาสักพักเป็นดิน 
และตอนนี้พ่อค้ากำลังจะพาอูฐเข้าป่า...

แม่น้ำคือแหล่งชีวิต 
แม่น้ำสายนี้มีต้นกำเนิดมาจากยอดเขาสูงที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย 

ยอดเขาพิศวงที่มีชื่อว่า 
ยอดเขาอารมณ์
เทคโนโลยีของโลกในปัจจุบันไม่สามารถพามนุษย์ขึ้นไปถึงยอดของมันได้ 
มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ได้อย่างแท้จริง

สายน้ำที่ต้นน้ำนั้นเชี่ยวและไหลแรงมาก
สายน้ำที่ไหลแรงเปรียบดังอารมณ์โกรธในช่วงต้น เวลาที่เราเริ่มโกรธ ไม่มีใครสามารถห้ามหรือต้านทานได้ 

สายน้ำที่ไหลแรงและอารมณ์โกรธไม่เคยให้ผลดีกับใคร 
มีแต่บ่อนทำลายสิ่งรอบข้างให้พังพินาศ
ต้นน้ำของแม่น้ำสายนี้จึงมีชื่อว่า 
แม่น้ำโทสะ
ที่ไม่มีเมือง หรือป่าใดๆ ตั้งอยู่เลย


พอห่างจากต้นน้ำประมาณหนึ่ง 
สายน้ำที่เบากำลังลง น้ำที่ไหลช้าลงทำให้แม่น้ำที่ลึกนั้นดูใสขึ้นและมองเห็นพื้นน้ำได้ชัดเจนกว่าเก่า เปรียบดังอารมณ์โกรธที่เมื่อห่างจากต้นเหตุของอารมณ์มาสักพัก 

ก็จะเห็นสิ่งต่างๆชัดเจนขึ้น สายน้ำในช่วงที่เบากำลังลง จึงมีหัวเมืองต่างๆตั้งขึ้นมากมาย กำเนิดทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า 
เหตุผล
ทะเลสาบเหตุผลทั้งกว้าง ล้ำลึก และแยกสายธารไหลออกไปเป็นแม่น้ำอีกมากมาย

เหตุผล ชี้ทางและหล่อเลี้ยงชีวิตนับพัน


...

แม่น้ำที่ตัดแบ่งเมืองตลาดสองสีเป็นสองฝั่ง เป็นหนึ่งในสายน้ำที่ไหลแยกมาจากทะเลสาบเหตุผล 

ในจุดที่ผมและเจ้า A-mo ยืนอยู่นี้เป็นสายน้ำที่ไหลช้าๆ เย็นสบายและสงบนิ่ง
สายน้ำที่ผ่านอารมณ์ โทสะ รวมที่เหตุผล แบ่งแยกและคัดกองเลื่อยมาจนตอนนี้ มันทั้งใสชัดเจน และให้ชีวิตกับสิ่งรอบข้างมากมาย 

เหล่าต้นไม้น้อยใหญ่อาศัยน้ำจากแม่น้ำที่ไหลช้าๆนี้ 

ป่าที่ผมกำลังจะพาเจ้า A-mo เข้าไปมีชื่อว่า 
ป่าที่พังพิง

ป่าที่พังพิง เปรียบเสมือนคำตอบของที่แท้จริง หลังจากผ่านมรสุมมากมาย


แต่ถึงแม้ว่ามันจะได้ชื่อว่าที่พังพิง แต่ป่าก็คือป่า มันยังคงความสับสนและยุ่งเหยิงสำหรับนักเดินทางเสมอ

ผมหยุดพักก่อนจะเดินเข้าไป 
ดินใกล้กับแม่น้ำนั้นชุ่ม และไม่เหมาะสำหรับการเดินของอูฐเลย
...........

เที่ยงของวันสีชมพู
การเดินทางของผมหยุดชะงัก
มันไม่มีทางที่ผมจะสามารถพาเจ้า A-mo เข้าป่าไปได้

ผมมีสองทางเลือก 
ทางเลือกที่หนึ่ง ถ้าผมคิดจะไปต่อให้ได้ผมต้องทิ้งอูฐไว้ และเดินตามแม่น้ำต่อไปเอง

ทางเลือกที่สอง คือกลับไปที่เมืองตลาดสองสี เอามันไปขายแลกกับม้า และเดินทางใหม่อีกครั้ง

แต่ไม่ว่าจะทางไหนก็ขัดใจพ่อค้าคนนี้เหลือเกิน 

เพื่อนที่แม้จะเดินทางกันมาไม่นานแต่ความผูกพันกลับมีมากมาย 

สภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลง จากทรายเป็นดินกำลังจะทำให้ผมต้องทิ้งและแยกจากมัน

............

ผมจะต้องทิ้งมันจริงๆหรอ ?

ผมแวะพักกินมื้อเที่ยงกับเจ้า A-mo อยู่ที่ริมแม่น้ำ

มองหน้าเจ้า A-mo ที่เอ๋อมึนงง และไม่รู้สึกรู้หนาวรู้ร้อนเลยสักนิดกับความหนักใจที่ผมกำลังเผชิญอยู่

คิดในแง่ดี คือมันไว้ใจผม 
มันไว้ใจผมว่าผมจะต้องพามันไปด้วยได้แน่ๆ 

มันคงคิดว่า
ไม่ว่าอย่างไร ผมจะไม่ทิ้งมัน

มันจึงไม่รู้หนาวรู้ร้อนอะไร 
และก็ยังสบายใจอยู่แบบนี้ 

หรือไม่มันก็แค่เป็นอูฐที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย


ช่วงบ่ายของวันสีชมพู

ผมเห็นเรือขนส่งผู้โดยสารลำใหญ่ของรัฐบาลชุดดำหลายลำแล่นผ่านไป 

มาคิดๆดูแล้วมันน่าจะดีกว่านี้ถ้าผมยอมเสียเงินขึ้นเรือลำใหญ่กับเจ้า A-mo 

ป่านนี้พวกเราคงนอนสบายอยู่ในห้องรับรองของเรือโดยสาร 


เรือของรัฐบาลจะไม่จอดรับผู้โดยสารนอกท่าเรือ

... ... เรือรัฐบาลไม่รับ แต่ใช่ว่าเรือส่งของลำใหญ่จะรับไม่ได้นิ !!!

ที่นี่อยู่นอกเหนือเขตปกครองของรัฐบาลตลาดสองสีแล้ว 

ฉะนั้นเขาไม่มีสิทธิห้าม

ผมจึงได้ทางเลือกที่สามเพิ่มขึ้นมา 
ทางเลือกนั้นคือ...

ปล. ขอโทษนะครับ
ที่บางครั้งโกรธและพูดไม่ดีกับคุณ
ขอโทษนะครับที่ชอบงอนอยู่บ่อยครั้ง และชอบบอกว่าจะหายไป

ผมเชื่อว่าผมต้องโกรธและงอนคุณอีกหลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้งผมก็ยังจะตามง้อคุณอยู่ครับ


SHARE
Written in this book
พ่อค้าผจญภัย
เรื่องราวการผจญภัยของพ่อค้าเร่ ที่ออกแสวงหาสินค้าที่สมบูรณ์แบบ
Writer
Suyzeiy
ONLY
love only you

Comments