เคล็ดลับในการเขียนสารคดีข้อที่ 1: อย่าเอาอีโก้ไปใส่ในงานเขียน

เอ้ามาแนวฮาวทูอีกแล้วหรอ...ไม่ๆ เราจะแค่มาบันทึกในสิ่งที่คิดว่าอาจจะใช่ อาจจะนำทางเราให้เริ่มเขียนซีรีย์สารคดีสามสี่ชิ้นก่อนจบค่ายนี้ออกมาอย่าง 'มีความสุข' 
.
เราว่าสารคดีมีสเน่ห์ที่แตกต่างจากการเขียนแบบอื่นๆตรงที่มันเป็นการถ่ายทอดสิ่งที่ออกไปสัมผัสมาจริงๆ ด้วยข้อเท็จจริง ด้วยความถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่แห้งแล้งราวกับงานวิชาการ

เช่นนั้นแล้วเราต้องทำตัวเหมือนสะพานระหว่างโลกที่ซีเรียซจริงจังของนักวิชาการ ข้อมูลต้องน่าเชื่อถือ มีแหล่งที่มา ในขณะเดียวกันมันต้องสนุกน่าติดตามราวกับอ่านนิยาย
.
เราจะไม่มีอิสระในการเขียนเหมือนเขียนเรื่องสั้นและนิยาย เราจะไม่ได้เฉลิมฉลองความอาร์ตติสในตัวเราเองมากขนาดนั้น แต่อีกขาหนึ่งที่ทำให้งานของเราสนุกคือการที่เราสามารถเลือกเรื่องราวที่เราอยากจะเล่าได้ เราเฟรมเรื่อง จัดกรอบล้อมรอบประเด็นที่เราอยากจะชูได้
.
เช่นนั้นสิ่งที่เราควรคำนึงนอกเหนือจากความ 'จัดจ้าน' เชิงลึกของข้อมูลที่หาที่ไหนไม่ได้ เรายังต้องทำให้มัน 'กลมกล่อม' ด้วยน้ำเสียงแห่งแพสชันในตัวเราที่เปล่งออกมาด้วยความหมาย คุณค่า เพื่อทำให้ประเด็นบางอย่างที่ 'ตกขอบ'ในการรับรู้ของตนในสังคมได้ 'ชูเด่นเป็นสง่า' มีที่ยืนในความรู้ความคิดของคนทั่วไป
.
นั่นจึงต้องกลับมาที่พื้นฐานของการทำสารคดี...นั่นก็คือการตั้ง "คำถาม" ที่เราแคร์มันจริงๆ...แล้วไหนบอกว่าอย่าใส่อีโก้ลงไปในตัวงาน...ใช่ครับผมยังเชื่อเช่นนั้น...แล้วจริงๆมันหมายความว่ายังไงกัน
.
ในขั้นตอนของการออกพื้นที่เพื่อเก็บเกี่ยว สัมผัส เราต้องใช้จิตของผู้เริ่มต้น คือทำตัวเองให้ว่าง ทำให้จิตใจและสัมผัสทั้งห้าเป็นแค่ตัวกลางให้สิ่งต่างๆ ไหลเข้ามาในตัวเรา อย่าเพิ่งรีบตัดสินหรือตีความ เปิดใจรับฟังคนพูด ...ตั้งคำถามที่ดีให้พวกเขา คายเอาความอึดอั้นตันใจ หรือสิ่งที่ถูกกดทับออกมา
.
คนที่มีอีโก้สูงจึงยากที่จะเป็นนักสารคดีที่ดี เพราะคุณจะเข้าใจผู้คนได้อย่างไรหากในหัวคุณมีแต่เสียงที่คอยตัดสิน ตีความ กระซิบกระซาบถึงข้อมูลใหม่ๆที่คุณได้รับเข้ามา
.
.
คุณไม่เคยเป็นเจ้าของสารคดี คุณไม่ได้เป็นเจ้าของข้อเท็จจริง คุณเป็นแค่คนขาจรที่มาแล้วก็ไป แล้วเอาเรื่องไปเล่าต่อ
.
คุณไม่ควรต้องพยายามเขียนมันให้จับใจไพเราะให้มากกว่าสิ่งที่ตัวมันเป็น คุณเพียงแค่ต้องเขียนมันด้วยหัวใจที่ใสสะอาด เปิดกว้างและพร้อมเรียนรู้ ให้เรื่องราว ข้อเท็จจริง เรียงร้อยออกไปด้วยความรู้สึกที่เราสัมผัส...ไม่ใช่ความรู้สึกที่เต็มด้วยม่านหมอกของตัวกูของกู แต่เป็นความรู้สึกจริงๆของผู้ที่เราได้ถ่ายทอด
.
ความเห็นใจและ empathy จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนทำงานสารคดี...อาจสำคัญยิ่งกว่าภาษาที่สวยงามหรือการวางพล๊อตเรื่องที่น่าสนใจเสียอีก
.
ถึงเวลาวางอีโก้ไว้ข้างๆ แล้วดำดึ่งสู่ห้วงความรู้สึกและอารมณ์ที่เราสัมผัส ถ่ายทอดออกไปด้วยหัวใจที่ใสสะอาด...เราเป็นนักเล่าเรื่อง ที่ไม่ได้เล่าเพื่อโชว์ความฉลาดของตัวเอง แต่เป็นการเล่าที่ต้องคิดว่าเราไม่รู้อะไรเลย...เราเป็นแค่นักเรียนที่มาเรียนรู้เพื่อไปเล่าต่อก็เท่านั้น
 

#ค่ายสารคดี15
#สิ่งที่ได้เรียนรู้ในค่ายสารคดี15
SHARE
Writer
Nui_Napat
so many role to play
ใกล้เรียนจบแล้ว กำลังแสวงหาโอกาสและคุณค่าของสิ่งที่ทำอยู่และกำลังจะทำต่อไป (ปัจจุบันเรียนจบ รับปริญญามา 2 ปี 8 เดือนแล้ว)

Comments