ประสบการณ์การสูญเสียคนในครอบครัว
เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนสมัยม.ปลายได้สูญเสียญาติที่เคารพรัก
เป็นคนสำคัญในชีวิต เพื่อนเสียใจและทำใจได้ยากมาก
เราได้ทักไปถามไถ่ และให้กำลังใจเท่าที่ทำได้ หวังว่าเพื่อนจะดีขึ้นและเข้มแข็งในเร็ววัน



เหตุการณ์นี้ทำให้ได้ย้อนคิดถึงเรื่องเมื่อ 13 ปีก่อน
ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเอง
ที่บ้านมีพ่อ แม่ พี่ชาย เรา และน้องสาว
พี่ชายที่อายุ 17 ปี เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับคู่กรณี
ระหว่างขับกลับบ้านหลังเลิกเรียน
เหตุเกิดที่ 4 แยกไฟแดงแถวบ้าน ซึ่งอีกแค่ 400 เมตรก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว ...


ความสัมพันธ์ของเรากับพี่ชายไม่ดีซักเท่าไหร่
เราไม่ได้คุยกันตั้งแต่พี่อายุประมาณ 14 และเราอายุ 11
จากการทะเลาะกันแค่เรื่องเล็กๆ แต่ไม่มีการง้อกันหรือปรับความเข้าใจกัน
ทำให้เราเลิกคุยกันมาตลอด 3-4 ปี ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน
พี่ชายที่กำลังโตเป็นหนุ่ม เริ่มมีโลกส่วนตัว
เราที่ยังเป็นเด็ก เริ่มห่างจากพี่ชายโดยสมบูรณ์


วันที่พี่รถชน เราเพิ่งถึงบ้าน กำลังนั่งดู TV เหมือนอย่างเคย
ป๊ารับโทรศัพท์จากแม่ จับใจความได้ว่า พี่รถชนอีกแล้ว (ก่อนหน้านี้ 1 อาทิตย์ก็รถเฉี่ยว)
เราเฉยๆกับบทสนานั้น ไม่ใส่ใจ เพราะไม่ได้รับรู้เรื่องของกันและกันมานานแล้ว
คิดว่าคงไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็คงแค่รถล้มอีกนั่นแหละมั้ง
ป๊ารีบขับมอไซต์ออกไป บอกให้เราปิดบ้าน ล็อคไว้ดีๆ จะต้องไปโรงบาล
1 ทุ่ม 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม ผ่านไป ไม่มีใครกลับมาบ้าน ...
ด้วยสัญชาตญาน เราจึงต้มมาม่ากินแทนข้าว แล้วอาบน้ำเข้านอนด้วยตัวเอง


ตื่นเช้ามาป๊ากับแม่พยายามเล่าเหตุการณ์ให้เราฟังอย่าง soft ที่สุด
แต่เรารู้สึกได้ว่ามันร้ายแรงเมื่อเห็นร่องรอยคราบน้ำตา ขอบตาที่คล้ำสุดๆ
มันชัดอยู่แล้วว่าไม่ได้นอน ไหนจะเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้เปลี่ยนของป๊ากับแม่
พวกเราต้องไปโรงบาลกันทุกวัน เป็นเวลาประมาณ 3 วันติด
พี่นอน ICU ตลอด สมองและร่างกายได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก
พี่นอนไม่ได้สติ ตามใบหน้ากับร่างกายมีบาดแผลใหญ่ๆอยู่
ไม่มีวันไหนที่ป๊ากับแม่ไม่ร้องไห้เลย ไม่มีเลย


ป๊าตะโกนเรียกชื่ออยู่หน้าบ้านเหมือนคนบ้า แล้วบอกว่า กลับมาเถอะลูก ...
แม่เดินไปกราบตักยายทั้งน้ำตา แล้วให้ยายบอกตา (ที่เสียไปแล้ว) ว่าให้ช่วยหลานที
น้องสาวที่เห็นป๊ากับแม่ร้องไห้ ก็ใจเสียร้องไห้ไปด้วย
ส่วนเราเดินขึ้นไปชั้น 2 ของบ้าน เพราะไม่อยากได้ยินเสียงร้องไห้ระงมของทุกคน
รู้มั้ย มันเป็นเสียงที่หดหู่และเศร้าที่สุดที่เคยได้ยินมา
เสียงคนจะขาดใจมันเป็นแบบนี้เอง
ตอนนั้นคิดว่าแค่ ถ้าทุกคนร้อง เราจะต้องเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุด
เราจะต้องไม่ร้อง เราคิดแล้วอุ้มหมามากอดแน่นมากๆ
ตัวก็สั่นๆเพราะกลั้นใจไว้ว่าจะไม่ร้องไห้
ในใจก็คิดว่า ต้องเป็นคนที่ทุกคนพึ่งพาได้ แม้ตอนนั้นจะช่วยอะไรใครไม่ได้เลยก็ตาม


จนวันที่พี่เสียหลังจากไปเยี่ยมได้ไม่กี่วัน
สถานการณ์ครอบครัวโคตรแย่ แย่กว่าอะไรทั้งหมด
เราเป็นคนที่ยังงงๆกับทุกอย่าง น้ำตามันไม่ไหล
ตอนที่เข้าไปรับศพ พี่ใส่ชุด รด. ที่แม่น่าจะเลือกให้
เพราะเค้าคิดว่าเป็นชุดที่เท่ เป็นชุดที่พี่ชอบ
ป๊ากับแม่อยากจะพูดกับพี่ แต่พูดไม่ไหว พูดไม่เป็นภาษาเลย
เราเป็นคนที่เดินเข้าไปหาพี่คนสุดท้าย
พี่เหมือนนอนหลับ แต่มีผ้าปิดแผลบนใบหน้าไว้
แผลใหญ่ๆที่เราเห็นตอนไปเยี่ยม มันคงเจ็บมากเลยใช่มั้ย


เราเอามือแตะมือพี่ที่กำอยู่ มันเย็น ... แข็ง ... จนเราแอบสะดุ้ง
อยู่ๆก็รู้สึกจุกขึ้นมา เพราะเราไม่ได้คุยกันเลย 3-4 ปี
แต่ต้องมาคุยกันอีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้
แม้แต่คำแรกที่จะพูดยังไม่รู้จะพูดอะไร ระหว่างเรียกชื่อ หรือ ขอโทษ ...
ไม่รู้อะไรที่ทำให้เด็กอายุ 14 พูดออกไปว่า
เดี๋ยวจะดูแลป๊ากับแม่ต่อเองนะ ไม่ต้องห่วง
แล้วมันก็เป็นคำพูดที่ทำให้ป๊ากับแม่ร้องไห้โฮออกมา


เรารู้ดีว่า ที่บ้านเป็นห่วงเรื่องความสัมพันธ์ของเรากับพี่อยู่เสมอ
มีหลายครั้งที่เค้าพยายามจะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม
แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมใช้เวลาขนาดนี้แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
จนถึงวันที่มันไม่มีเวลาให้อีกต่อไปแล้ว
แน่นอนคนที่เจ็บใจที่สุดคงจะเป็นเรา ที่เพิ่งมาเห็นความสำคัญของเวลา
ประโยคแรกในรอบ 4 ปีที่ได้คุยกัน กลายเป็นว่าพี่เราไม่ได้ยินมันอีกต่อไปแล้ว


อยู่ๆเราก็ต้องกลายมาเป็นพี่คนโตกะทันหัน
มันทั้งงง แล้วก็เหวอมากเลยล่ะ แต่ชีวิตก็ดำเนินต่อไป
เวลาที่ทะเลาะกับน้องสาว ประโยคของป๊ากับแม่ที่ทำให้เรายอมคือ
บ้านเราเหลือกันแค่นี้แล้วนะลูก ...
หรือเวลาที่เราดื้อ ทำตัวเหลวไหล ตามประสาวัยรุ่น
ป๊าจะบอกว่า ทำอะไรก็แล้วแต่ ให้ระวังตัวไว้ อย่าตายนะ
เพราะถ้าเสียลูกไปอีกคนนึง ป๊าคงจะอยู่ไม่ไหวแล้วนะ
ดังนั้น “ชีวิต” คือสิ่งที่เราหวงแหนที่สุดในตอนนี้


เรื่องนี้ผ่านมานานแล้ว แต่ไม่เคยไม่ร้องไห้ซักครั้งที่เล่า
ช่วง 5 ปีแรกๆ ยังคิดว่าเป็นความฝันอยู่เลย
หลอกตัวเองว่าพี่แค่ไปอยู่ที่ไหนไกลๆ แต่ยังอยู่บนโลกนี้
ตอนนี้ทุกคนยอมรับได้แล้ว แต่ไม่เคยลืม ไม่มีวันลืม
และมันทำให้เราได้เห็นคุณค่าของครอบครัวมากขึ้นจริงๆ


เราเข้าใจความรู้สึกของคนที่สูญเสียคนในครอบครัวไป
เราเสียใจด้วยจริงๆ แม้ไม่อาจปลอบคุณได้ว่า เดี๋ยวก็ทำใจได้
เพราะจนถึงวันนี้เราไม่เคยทำใจได้ซักนิดเดียว
แต่เราเชื่อว่า ยิ่งเวลาผ่านไป เค้าจะอยู่ในใจ เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของคุณ
มากขึ้นๆทุกวัน และคุณก็ยังต้องก้าวต่อไปเหมือนเรา
กอดนะคะ :)



SHARE
Writer
GoodnightMorning
Can't sleep
เด็กชายมอร์นิ่งนอนหลับอย่างสงบแล้ว ฝันดีนะเจ้า Godzilla ของพี่

Comments