MT 005 : จงกล้าหาญให้ได้อย่างเด็ก
ปกติได้ยินแต่คำว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าหาญ แต่มีคนหนึ่งกลับสอนฉันว่า "จงกล้าหาญให้ได้อย่างเด็ก" มันดูขัดแย้งกับความรู้สึกแรกนึกแค่ไหนเชียว

มันเป็นคำสอนของศิษย์พี่ฉันเอง ศิษย์พี่ไม่ค่อยได้ว่างมาหาจนฉันเกือบจะลืมเขาไปแล้ว จนกระทั่งชวนคุยกับเพื่อนรุ่นน้องถึงเขาคนนี้ ช่างเป็นที่ตราตรึงให้ใครหลายคนได้คิดถึงกันซะจริง รอบนี้พวกเราคุยกันหลายเรื่องจิปาถะ เท้าความถึงคำสอนที่เขาทิ้งไว้กับศิษย์น้องอย่างฉันแล้ว จะเก็บก็เก็บตก ๆ หล่น ๆ เสียเหลือเกิน ใครจะไปคิดละว่าผู้ชายคนนี้มีคำสอนดี ๆ มากมายมหาศาลซุกซ่อนอยู่ ตอนเจอกันไม่มีโอกาสได้จดบันทึกเป็นกิจจะลักษณะเท่าไร

วันนี้ฉันตัดสินใจเขียนถึง "จงกล้าหาญให้ได้อย่างเด็ก"

เวลาพูดถึงความกล้าหาญ ภาพจำแรกที่ปรากฏมาในหัวส่วนมากจะเป็นผู้ใหญ่โตแล้ว มีพละกำลัง มีประสบการณ์ทำให้พร้อมที่จะเดินหน้าชนกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่ในความเป็นจริงพวกเรามักไม่ค่อยรู้ตัวกันหรอก หลายครั้งยิ่งโตกลับยิ่งกลัวก็มีไม่น้อย เพราะในความทรงจำระหว่างโตเรามักจะได้รับความเจ็บปวด ความสูญเสีย ความบกพร่องติดกระเป๋าตามมาด้วย สุดท้ายก็จะกลายเป็นยาพิษทำให้เราไม่กล้าที่จะเติบโตไปเสียอย่างนั้น ใช่แล้ว มันไม่ใช่ทุกคนที่จะกล้าหาญอย่างไรละ

นั่นคือทำไมศิษย์พี่ถึงสอนว่าเราต้องกล้าหาญเหมือนเด็กน้อย จงมองดูพวกเขาเหล่านั้นสิ ทำไมถึงกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ มีกำลังวังชาที่ไล่ตามดูสิ่งใหม่ ๆ ไม่กลัวถ้าได้ทดลองทำอะไรบ้าง ไม่กลัวถ้าทำแล้วพลาด ความรู้สึกในหัวมีแค่ "โอ๊ะ พลาด เอาใหม่ เอาใหม่ จะเอาใหม่ เย้ ได้แล้ว"

คำสอนนี้ทำให้ฉันพยายามนึกถึงตัวเองสมัยเด็กอย่างหนักเลยทีเดียว ฉันในวันนั้นเป็นอย่างไรกันบ้างหนอ? เท่าที่พอจำได้ก็ไม่ใช่เด็กไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึกแต่อย่างไร เจ็บได้เสียใจเป็น แต่ยังมีสปิริติมากพอที่จะพยายามต่อไปเพื่อทำให้สำเร็จ ไม่จมอยู่กับความรู้สึกแย่นานนัก บวกกับรู้อะไรน้อยก็เลยเก็บมาใส่ใจน้อย แคร์น้อย โฟกัสแต่สิ่งที่จะทำ จะสู้ จะเรียนรู้จนมันเป็นรูปเป็นร่างเอง นั่นสินะ ข้อเสียของคนที่โตแล้วคือแคร์คนอื่นมากเกินไป รู้มากจนหวาดระแวงกังวลไปหมด ที่จริงก็ไม่ใช่เด็กไม่คิดอะไรเลย แถมติดจะคิดมากเสียด้วยซ้ำ แต่ทำไมโตแล้วนิสัยนี้กลับแย่ยิ่งกว่าเดิมกันนะ แต่ก็นั่นไม่แปลกใจเท่าไรถ้าคุณศิษย์พี่ที่เห็นฉันมาตั้งแต่เด็กจะทักถึง

เวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในวัยเด็ก เราไม่เคยกังวลเลยว่าถ้ารู้ไม่ถึงนี้ เราจะพลาดอะไร เราจะขาดคุณสมบัติสำหรับอะไร ใจมันเรียนรู้เพราะอยากเรียน อาจจะมีทาร์เก็ตสำหรับการเรียนรู้อยู่บ้าง แต่มันมีไว้เหมือนรางวัลเล่นเกมซะมากกว่า คนโตแล้วชอบเอามันมากดดันตัวเองเล่นไม่รู้เรื่อง อาจจะบวกสังคมสมัยเรียนด้วยแหละ ประเทศที่ให้การศึกษาเป็นสนามแข่งรุงรังบ้าบอคอแตกนี่ พลอยทำวัตถุประสงค์เพื่อการเรียนรู้ที่แท้จริงเป๋ไปไกลถึงแอนโดรเมด้าเลย อย่าให้เห็นใครแหกปากแย้งนะว่าไม่เกี่ยว ฉันบอกว่าเกี่ยวก็เกี่ยวสิ!! มีผลต่อทัศนคติ นิสัย และสังคมแบบคุณไง!!

ขออภัยในความเกี้ยวกราด พอดีหงุดหงิดการเมือง เลยหาที่ลงของ Toxic ในใจด้วยสิ่งนี้ (?)

ศิษย์พี่เป็นนักเรียนนอก ใช้ชีวิตเมืองนอกมาเกือบจะครึ่งชีวิต (เหตุผลที่ไม่ค่อยเจอกัน) เลยอดคิดไม่ได้ว่าเพราะอันนี้เกี่ยวด้วยไหมหนอ เราไม่ใช่คนโง่ที่จะมาเหมาว่าเกี่ยวเต็ม ๆ เกี่ยวทั้งหมดชัวร์ มันเกี่ยวแค่ส่วนหนึ่งแต่ที่เหลือคือสภาพแวดล้อมอย่างอื่น กับในหัวของเจ้าตัวเองด้วย แน่นอนว่าเขาได้อิสระเต็มที่ในการเรียนรู้ จึงมักจะเห็นเขาตื่นเต้นที่จะสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยไม่มีกังวลอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีกดดันตัวเอง และรวมทั้งไม่คาดหวังบ้าบอ หวังอย่างมากแค่พอทำได้ แต่ได้มากกว่านั้นก็ดี วันนี้ได้แล้ว วันหน้าต้องได้ถึงสเต็ปนี้อีก เขาวนทำไปอย่างนั้นจนไม่รู้ตัวเองว่าเก่งแล้ว ไม่รู้ตัวว่ามือโปรพอสำหรับมันแล้ว สุดยอดไปเลยนะ เป็นเราล้มเลิกไปกลางคันละเพราะไม่ได้สนุกกับมัน และไม่เคยคิดจะหาความสนุกระหว่างการเรียนรู้เลย ติดแต่การเรียนเป็นอะไรที่ยากเครียด เพราะเราเคยชินกับวังวนการเรียนรู้เพื่อเครียดมาตลอด

เรียนรู้เหมือนเล่นเกม ลองทำสิ่งใหม่ ๆ เหมือนเล่นเกม ทุกอย่างเป็นการละเล่นไปหมด เพียงแค่คุณหอบหัวใจแบบเยาว์วัย อะไรก็ไม่คณามือเกินกำลัง อย่างนั้นหรอ? ยังยอมรับว่าถึงรู้ขนาดนี้แล้วมันก็ยังเป็นอะไรที่ไกลเกินจะซึมซับมัน น่าเศร้าจริง ๆ เลยนะ จะบอกว่าแก่แล้วไงเลยเหนื่อยง่ายก็ไม่ได้ เพราะตาศิษย์พี่ฮีอายุมากกว่าเราเนี่ยแหละ ก็ไม่แปลกละน้า ถึงจะมีคนนึกว่าอายุน้อยกว่าความเป็นจริง (ไม่ต้องถามต่อนะว่าฉันเจอกับคำทักผิดอะไร) 

ลองพยายามนึกอีกครั้งถ้าเราเป็นเด็กแปดขวบ ในร่างวัยใกล้สามสิบ จะทำอะไรยังไงนะ
วิ่งไป วิ่งมา อยู่ไม่สุข ฉันบอกว่าจะทำต้องได้ทำ จะไปต้องได้ไป ความฝันฉันต้องเป็นจริงสิ
เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ ทำได้ทุกอย่างที่ฝันและวางแผนได้หมดหรอกนะ
แต่ฉันรู้ว่าฉันในตอนนั้นมีความกล้าที่จะคิด และแสดงถึงสิ่งที่คิดมากกว่าตอนนี้
ความกล้าหาญให้ได้อย่างเด็กเองก็ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่อะไร
ฉันคิดว่าเขาคงสื่อแบบนี้ สิ่งสำคัญคือความมั่นใจ และกล้าแสดงเพาเวอร์ซะมากกว่า

#ศิษย์น้องของเธอ

ป.ล. วันนี้ไม่มีโคว้ทของเสด็จพี่เลย ก็นะ ครั้งแรกมั้งที่เขียนรำลึกแบบไม่ได้เจอกัน 5555
SHARE
Written in this book
M A T T H E W
-- ศิษย์พี่ที่รัก --
Writer
Mikki
แสงหิ่งห้อยในมุมมืด
เดินอยู่ในเขาวงกตที่ชื่อว่าโลกมนุษย์

Comments