ในวันที่การนอนตกหมอน สอนให้เรารู้ว่า ควรดูแลรักษาร่างกายให้ดี
หลังจากผ่านพ้นคืนปาร์ตี้ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมตั้งใจไว้ว่าเช้าวันอาทิตย์จะเป็นวันแห่งการเก็บกวาดทำความสะอาดห้องพักของตัวเองเสียที หลังจากอนุโลมให้กับความขี้เกียจไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง เสียงปลุกจากโทรศัพท์มือถือปลุกผมตามเวลาที่กำหนด ไม่มีอาการแฮงค์มากมายเหมือนที่คิดไว้ เอาละ ก่อนจะเริ่มแพลนที่เตรียมไว้หลวมๆ ผมต้องลุกไปอุ่นกับข้าวที่เหลือจากเมื่อคืนเสียก่อน ว่าแล้วก็ดันตัวเองขึ้นมาจากเตียง บิดขี้เกียจหนึ่งที 

‘โอ๊ย!!’ 

เหมือนไฟฟ้าวิ่งผ่านกล้ามเนื้อส่วนนั้นอย่างเฉียบพลัน จากที่งัวเงียๆ จู่ๆก็ตื่นเต็มตา ความจริงต่อมาที่ค้นพบคือกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่เกิดอาการตอบโต้คำสั่งสมองด้วยความเจ็บปวด ตามปกติ มนุษย์ควรหันหน้าซ้ายขวาเพื่อมองด้านข้างได้มากกว่า 90 องศา แต่ว่าเช้านี้ การมองในระดับองศานั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน ไม่ว่าจะหันหน้าไปด้านไหน กล้ามเนื้อช่วงบ่าฉุดรั้งผมไว้และมอบความจ็บปวดที่รุนแรงมากขึ้นตามการฝืน 

อาการปวดช่วงคอบ่าไหล่ไล่เรียงไปถึงแผ่นหลังรั้งให้ไม่สามารถกระทำในสิ่งที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ สร้างความหงุดหงิดใจพอสมควร อันที่จริง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมเพิ่งผ่านพ้นสัปดาห์แห่งความทรมานทางด้านร่างกายมาหมาดๆ คราวนั้นจู่ๆ ช่วงสะโพกก็ดันอักเสปขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ เวลาเดินทางไปไหน บางครั้งถึงกับต้องยืนพัก เกาะเสาเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว ยืนนิ่งๆชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ลากตัวเองไปต่อ มาคราวนี้ชัดเจนแน่แท้ว่าสาเหตุมาจากการนอนตกหมอน ไม่อาจมองเป็นอย่างอื่นไปได้ และการปวดทางด้านร่างกายเหล่านี้ใช่ว่าจะหายเองได้ภายในวันเดียวจากการกินยาและนอนพัก 

โอเค ในเมื่อมันคืออาการนอนตกหมอนแน่แท้แล้ว สิ่งต่อมาที่ผมทำหลังจากพยายามบีบนวด คือการค้นหาข้อมูล บางทีบอกให้ลองประคบเย็น ประคบร้อน บางที่ให้เอาหมอนไปตาก(???) แต่แทบทุกเว็บไซต์บอกว่าไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวมันจะหายไปเองภายในสองสามวัน แต่นั้นแหละ สองสามวันที่ร่างกายใช้งานไม่ได้ดั่งใจมันคงเป็นสองสามวันที่ต้องทรมาณน่าดู 

นับว่าร่างกายยังปรานีให้เป็นหนักช่วงไหล่ซ้ายไล่ไปถึงต้นคอ จึงยังพอใช้งานด้านขวาให้สามารถช่วยตัวเองได้อยู่บ้าง (หมายถึงทำงานบ้านต่างๆ นะครับ) วันอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงหมดเวลาไปกับการอุ่นกับข้าวค้างคืน และนั่งสนทนากับมิตรสหายที่มาเยี่ยมเยียน ก่อนจะนอนดูหนังนิ่งๆ บนโซฟาโดยแทบไม่ได้ขยับร่างกายใดๆ มากมาย



ผ่านไปหนึ่งวันด้วยความหวังว่าเช้าวันใหม่อาการมันจะหายไปบ้าง แต่เปล่าเลย ความเจ็บปวดไม่น้อยลงไปกว่าเมื่อวานเท่าไร เช้าวันถัดไปผมจึงตัดสินใจไปนวดเพื่อหวังให้เส้นคลาย แต่เวลาไม่กี่นาทีมันคงมีสามารถช่วยอะไรขนาดนั้นได้ ผมยังคงต้องอยู่กับมันต่อไปในวันเริ่มต้นการทำงานพร้อมกับยาคลายกล้ามเนื้ออีกสองตัว



ได้แต่นั้งทำใจและคิดว่าในเมื่อแก้ไขอะไรไม่ด็ ก็ต้องทนอยู่กับมันต่อไป ในความเป็นจริง แม้กระทั่งการยกมือกดแป้นพิมพ์ก็สร้างความเจ็บปวดได้ คล้ายว่าอาการปวดแทบทุกครั้ง เตือนผมให้กระทำความใส่ใจในทุกอริยาบทอย่างมีสติ ถ้าเอี้ยวตัวมากเกินไปก็จะถูกร่างกายลงโทษ ถ้าอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ปริมาณงานก็ใช่ว่าจะลดน้อยลงไป





ผมไม่เคยเข้าใจถึงช่วงเวลาที่ผู้สูงวัยบ่นปวดเมื่อยจนต้องไหว้วานหลานๆ มาบีบนวดให้ได้ดีเท่าตอนนี้ คล้ายว่าอาการปวดเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่กับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้บริการนวดแผนไทยอาจพอช่วยให้อาการเจ็บปวดผ่อนคลายได้ในระยะเวลาสั้นๆ และมันช่างน่าหงุดหงิดใจเหลือเกินที่เราไม่สามารถกระทำสิ่งใดตามใจคิดได้ เหมือนใจยังไหว แต่ร่างกายไม่เอาด้วยแล้ว นัยหนึ่ง การเจ็บปวดในครั้งนี้เหมือนร่างกายพลักให้เข้าสู่สนามซ้อมของวัยชรา และเป็นอีกครั้งที่ร่างกายเตือนว่าหมั่นดูแลรักษากันให้ดี



ความมหัศจรรย์อีกอย่างของร่างกายคือการทำลายและเสริมสร้างขึ้นใหม่ได้อย่างน่าประหลาดใจ กลไกของมันช่างซับซ้อนเสียเหลือเกิน และกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ล้วนมีกลไกทางเส้นประสาทโยงใยถึงกันหมด แม้การขยับนิ้วเพื่อเคาะแป้นพิมพ์ บางครั้งยังส่งผลถึงอาการปวดร้าว



เมื่อเราเกิดเป็นมนุษย์ ความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ ในวันที่ความเจ็บปวดก่อตัวขึ้น มันอาจเป็นวันปกติเหมือนเช่นทุกวัน ไม่มีสัญญาณบอกใบ้ เป็นช่วงเวลาไม่เคยคาดคิดมาก่อน นึกจะมาเยือนก็มา ช่วงเวลาแห่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่แน่ละ เวลาจะรักษาทุกอย่างได้จริง เพียงแต่บางที การมียากายและยาใจคอยช่วยย่นระยะเวลาประสานบาดแผลและบรรเทาความเจ็บปวดก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเหมือนกัน



ผ่านไปอีกหนึ่งวัน เช้าวันอังคารมีภารกิจให้ต้องออกไปข้างนอก หลังจากกินยาต่อเนื่องมาหนึ่งวันก็รู้สึกว่าดีขึ้นมาบ้าง แต่พอตกเย็น อาการปวดสลายไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ อาจพอมีอาการจึ๊กๆอยู่บ้าง แต่การขยับและยกของทำได้อย่างไม่มีปัญหา



ถึงวันนี้ อาการปวดหลังจากการตกหมอนดีขึ้นมากแล้ว แม่จะมีอาการปวดเมื่อยปนอยู่ แต่เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าการปวดครั้งนี้ มาจากการนอนตกหมอนเมื่ออาทิตย์ก่อน หรือมันคืออาการออฟฟิศซินโดรมกันแน่ แต่ที่แน่ๆ สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากการลองซ้อมชรา คือการคิดว่าถึงวัยที่ต้องหันมาฟังเสียงสัญญาณของร่างกายตัวเองให้มากๆ ขึ้นบ้างแล้ว 

SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

touslesjoursb
1 month ago
เราไม่ได้แค่ตกหมอนนะสิ ฮ่า
Reply
khaikung
1 month ago
ยังไงๆๆ
Ripeness
1 month ago
ถึงได้มีคนบอกว่าตัวเราไม่ใช่ของเรา บอกให้มันหายเจ็บมันยังไม่เชื่อเราเลย 😅
Reply
pimpearlie
1 month ago
เคยตกหมอนจนถึงต้องหาหมอ ทรมานมากค่ะ
Reply
khaikung
1 month ago
ทรมานมากจริงๆครับ TT
Origamidollx
17 days ago
แค่คำว่า
ปาตี้ ก็รู้สึกว่า เฮ้อ กบับไป้ฝ่านอีกทีก่อนนะ คนที่เหมือนว่าจะอ่านเก่งที่สุดเลย
Reply