Vibin out with-4 | seolbin


ตอนนี้ฉันกำลังดูหนังกับยัยคุณหนูขี้โวยวายด้วยทีวีจอแบนพลาสม่าจำนวน 42 นิ้ว...

มันเป็นหนังรักโรแมนติก เรื่อง me before you

ฉันแหล่มองคนข้างตัวที่เรียกฉันขึ้นมาดูหนังเป็นเพื่อนเธอเพียงเพราะเธอรู้สึกเหงา แต่ตัวเองเอาแต่กดโทรศัพท์มือถือคุยกับคนโน้นคนนี้...

'ได้โปรดอย่าจากฉันไปเลย ไม่มีคุณฉันจะอยู่ยังไง'

'ไม่มีผม คุณก็อยู่ได้ ผมเตรียมใจไว้แล้ว สำหรับการจากคุณไป... '

"นี้เธอร้องไห้เหรอ"

"ก็มันเศร้านี่..."

"เป็นถึงยมทูต ยังร้องไห้เพราะหนังรักปัญญาอ่อนเนี้ยนะ ไม่อยากเชื่อเลย"

ปาร์คซูบินมองหน้าฉันก่อนจะส่ายหัวไปมา 

"อย่าว่าความรักเป็นเรื่องปัญญาอ่อนนะ ความรักเป็นสิ่งสวยงามบนโลกใบนี้จะตาย ซู้ดดด... เธอก็คงไม่เคยเจอเรื่องแบบนั้นล่ะสิ"

"สิ่งสวยงามที่เธอพูดถึงไม่มีตัวตนและอยู่ในหนัง ส่วนฉันอยู่ในชีวิตจริง ฉันจะเคยเจอเรื่องแบบนั้นได้ยังไงกัน"

"จริงสิ มาเต้นรำด้วยกันดีกว่า..."

คิมซอลอาจับมือปาร์คซูบินให้ลุกขึ้น ปาร์คซูบินฝืนตัว เกร็งตัวแข็ง เขาเริ่มออกสเต็ปทูทรีตามใจเขา แต่เธอไม่ขยับตัว จนเขาเริ่มจับเธอโยกไปโยกมาเหมือนตุ๊กตาตัวใหญ่ตัวหนึ่ง... หน้าของเธอแนบชิดกับผนังไหล่ของเขา เขาหมุนตัวเธอสองสามรอบและยิ้มให้ พวกเราสองคนเต้นกันแม้ไม่มีเสียงเพลง ร่างกายของปาร์คซูบินขยับตาม และเอนตัวลงไปให้คิมซอลอารับ...ก่อนจะดึงขึ้นมา ใบหน้าของพวกเขาใกล้กัน คิมซอลอามองหน้าปาร์คซูบินใกล้ๆก่อนจะบอกว่า...

"หน้าของเธอแดงนะ"

"เธอบอกว่าฉันไม่รู้จักความรัก และยมทูตแบบเธอรู้จักความรักมากหรือไง"

คิมซอลอามองหน้าปาร์คซูบินตาปริบๆก่อนจะส่ายหน้าไปมา เขาผละหน้าออกจากเธอ รู้สึกใจเต้นไปมา เหมือนมันแกว่งๆ แต่คิดว่ามันคงไม่มีอะไรมั้ง

"เพราะฉันเป็นยมทูต ฉันไม่ใช่มนุษย์ ร่างกายและวิญญาณของฉันถูกออกแบบมาให้ไม่รู้สึกร้อน ไม่รู้สึกหนาว ไม่รู้สึกหิว มองเห็นความแก่และความตาย แต่ไม่มีวันสัมผัสมัน มองเห็นความรักและความผูกพัน และไม่มีทางรู้สึกถึงมัน"

คราวนี้ปาร์คซูบินเป็นฝ่ายร้องไห้

"เป็นอะไรเนี้ย"

"เปล่า น้ำตามันไหลเอง รีบๆกลับไปนอนได้แล้ว ฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกัน"

ปาร์คซูบินคิด ฉันอุตสาห์ทำเหมือนเธอเป็นสิ่งของหรือสัตว์เลี้ยง แต่ยมทูตตนนี้ช่าง... มีจิตใจที่ใสซื่อมากเกินไปแล้ว

"แล้วถ้าเธอเหงาอีกขึ้นมาล่ะ..."

"ฉันไม่เหงาหรอก"

"แต่เมื่อกี้เธอบอกว่าเธอเหงา"

ฉันไม่ได้เหงา ฉันแค่หาเรื่องแกล้งเธอ และมันสนุกดีเวลามองเห็นเธอมีกริยาท่าทางต่างๆ 

"ฉันบอกให้กลับไปก็กลับไปสิ"

"โอเคๆ"

"พรุ่งนี้เก็บกระเป๋าด้วยนะ ตอนเช้า"

"เราจะไปไหนกัน"

"ที่ๆไกลที่สุด..."

นั้นแหละ ฉันพาเขาไปทิ้งที่เอสกีโม ไต้หวัน รัซเซีย หรือแม้แต่เขตนันยางของเกาหลีเหนือ แต่เขาก็ยังกลับมาที่บ้านหรือคฤหาสถ์ของฉันได้อีก โดยเอานิ้วชี้ขึ้นไปด้านบนก่อนจะอ้างว่า...

"เพราะพระประสงค์ของพระเจ้า"

นั้นแหละ อยากจะบ้าตาย

รู้อีกที ฉันกับเขาก็ตัวติดกันราวกับจะเป็นคนเดียวกัน 

ยามฉันเดิน เขาเดิน ยามฉันวิ่ง เขาวิ่ง ตอนฉันก้าวเท้าซ้าย เขาก้าวเท้าซ้าย ยามฉันก้าวเท้าขวา เขาก้าวเท้าขวา 

เราทำอะไรด้วยกันหลายอย่าง ทั้งการกินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ในห้างด้วยกัน ซื้อหนังสือด้วยกัน เลือกรองเท้าด้วยกัน บางครั้งก็ดูหนังด้วยกัน มันก็น่ารำคาญนะในช่วงแรกๆ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นความเคยชินที่จะมีเขาในชีวิตประจำวันไปแล้ว

หากวันไหนตื่นมาไม่เจอผู้หญิงที่มีชื่อว่า คิมซอลอา ฉันก็คงรู้สึกแปลกๆ... นั่นสิ ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ที่เราสนิทกัน เมื่อก่อนฉันกล่าวโทษการที่ลุงของฉันจากฉันไปเป็นเพราะความผิดของเขา แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกดีที่มียมทูตจิตใจบริสุทธิ์เหมือนเด็กน้อยและเทวดาแบบเขาอยู่ใกล้ๆ

ทุกคนที่อยู่ที่บ้านชอบเขา ฉันคิดว่าฉันเองก็ชอบเขา เขาไม่เคยทำท่าทางโกธรหรือหงุดหงิดให้เห็นเลย แม้บางครั้งฉันจะแกล้งเขาแรงๆก็ตาม
เขาจะมองฉันด้วยสายตางอนๆและเชิดหน้าไปอีกทาง มันก็ตลกดี

ตอนอยู่กับเขา ฉันไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร รู้อีกทีก็หมดวันไปแล้ว

เมื่อก่อน ก่อนที่พวกเราจะเจอกัน วันหนึ่งวันช่างผ่านไปแสนยาวนาน แต่ตอนอยู่กลับสั้นลง

ตอนแรกฉันก็คิดว่าพวกเราสนิทกันเฉยๆ จนอึนซอทักขึ้นมาว่า...

"พวกเธอสองคนคบกันเหรอ"

"คบเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก"

คิมซอลอาปฏิเสธแทบจะทันที จริงสินะ เขาไม่ใช่แม้แต่มนุษย์ด้วยซ้ำ เขาจะชอบฉันได้ไง เราจะชอบกันได้ไง

แต่ความรู้สึกของฉันที่เริ่มแกว่งไปแกว่งมา ทำให้ฉันรู้แล้ว ฉันมีความรู้สึกให้ยมทูตตนนี้...



SHARE

Comments