"หยุดความคิดไม่ได้เลย...ต้องทำยังไงถึงจะหยุดคิดเรื่องแย่ ๆ ได้"
ความคิดหนึ่งความคิด เปรียบได้กับน้ำหนึ่งหยดในแม่น้ำ ซึ่งเดินทางผ่านเข้ามาและไหลผ่านไปอย่างไม่หยุดยั้ง การหยุดความคิดจึงเหมือนเป็นการกระโดดลงไปยังกระแสน้ำแห่งความเปลี่ยนแปลง แล้วตะโกนบอกแม่น้ำทั้งสายว่า "หยุดเดี๋ยวนี้นะ"
ทุกความคิดหรือความทรงจำที่ผุดขึ้นมาในการรับรู้ของเรา ล้วนมีเหตุผลที่ต้องปรากฏ
ทั้งความเคยชิน การชอบคิด ความระมัดระวัง ความรอบคอบ
หรือปัจจัยใด ๆ ที่ทำให้ทิศทางชีวิตของเราต้องพบปะกับกระแสความคิด
ความคิดที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย อาจไม่สร้างความทุกข์ แต่ก็ยังมีกระแสความคิดบางอย่างที่สามารถส่งผลให้ใจเศร้าหมองได้ บ้างก็นาน ๆ ถึงเข้ามาทักทาย แต่บางครั้งก็ถาโถมเข้ามาโดยไม่ยอมให้เราตั้งตัว บ่อยครั้งการตั้งตัวหรือเอาตัวรอด จึงจบด้วยการ "ทำสิ่งตรงข้าม" เมื่อบางสิ่งที่เคลื่อนไหวและเราปรารถนาให้หยุด "การควบคุม" ให้ได้ดั่งใจจึงเกิดขึ้น

ควบคุมความคิดให้อยู่หมัด-สยบทุกการเคลื่อนที่ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อความคิดยิ่งทวีจำนวนและความรุนแรง ส่งผลให้ความรู้สึกทั้งกายใจสั่นสะท้าน ซึ่งเป็นผลพวงมาจาก "การพยายามหยุดความคิด" 
หากเปรียบเทียบกับยอดวิชากระบี่ "กระบวนท่าหยุดคิดนี้" จึงเป็นเหมือนการฟาดฟันกระบี่อย่างไม่ระมัดระวัง ทำให้คมกระบี่หวนคืนกลับมา "ฟาดฟันตนเอง"เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เราอาจนึกถึงใครคนนึงที่มาหาเรา แต่เรากลับไม่ต้อนรับและพยายามผลักไสให้เค้าจากไป "ความขัดแย้ง" นี่คือกระบวนการทำงานในหัวใจอย่างหนึ่ง หากมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นแล้วเรายิ่งไม่ชอบ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความขัดแย้งในหัวใจ "สงครามในใจตัวเอง" ความคิดและการไม่ชอบความคิด เข้าปะทะกัน จนเรารู้ตัวอีกทีก็หยุดความคิดไม่ได้แล้วและยิ่งทุกข์ใจยิ่งขึ้น

ดังนั้นแทนที่เราจะกระโจนลงไปยังสายน้ำแห่งความเปลี่ยนแปลงและพยายามทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ยังมีวิถีทางที่ทำให้เราหยุดวงจร "สงครามภายในใจ" นั่นคือการสังเกตและใส่ใจ ความใส่ใจในที่นี้หมายถึง "การให้ความสนใจกับบางสิ่งอย่างเต็มที่"  
แทนที่จะกระแทกกลับไปด้วยความรุนแรง 
แต่ในครั้งนี้คือการมองความคิด "อย่างใส่ใจและไม่ตัดสิน"
เมื่อไม่มีความขัดแย้ง "สงครามก็ไม่เกิดขึ้น" และผลจากความสงบสันติอันปราศจากสงครามนี้ คือปัจจัยของความสุขอย่างล้ำลึกในหัวใจ เพราะไม่เคยมีความรุนแรงใดสามารถสร้างความสงบได้อย่างแท้จริง
"เฮ้ย ฉันเกลียดความคิดนี้มาก ๆ"
มีความแตกต่างกับท่าทีอันใส่ใจ
"ฉันเห็นความคิดนี้เข้ามาทักทาย"
ความคิดที่ครั้งหนึ่งเราต้องพยายามสู้หรือหลีกหนี ก็จะลอยผ่านไปเหมือนน้ำที่กระเซ็นขึ้นมาแล้วจางไป จะยิ่งทำให้เราเปิดใจมากขึ้นในการต้อนรับความคิด จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการอยู่กับความคิดอย่างมีความสุขและรู้ตัว และในขณะเดียวกันก็เป็นจุดสิ้นสุดของ "สงครามในหัวใจ" 
ใจที่สงบ รู้ตัว มีความผาสุก ย่อมสามารถอยู่กับความคิดได้อย่างอิสระเสรี
เราจึงมีทางเลือกและการตัดสินใจที่จะกำหนดทิศทางชีวิตอย่างสร้างสรรค์ได้
โดยไม่ต้อง "คอยหยุดความคิด"
Gain The Counselor Office @Innovative Village 
๐ ปรึกษาปัญหาชีวิตกับนักจิตวิทยาการปรึกษา 
"เข้าใจชีวิต เพื่อการปรับตัวอย่างตระหนักรู้" ๐ 
Facebook: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา
Twitter: GainTheCouns
SHARE
Written in this book
คำถามจากความสงสัย
ตอบคำถามและคลี่คลายความสงสัยที่ค้างคาใจ จากมุมมองของนักจิตวิทยาการปรึกษา
Writer
GainTheCounselor
Counselor, Writer
สวัสดีครับผมชื่อ "เกน" เป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาครับ ผมขอใช้พื้นที่แห่งนี้แบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ในชีวิต ร่วมเดินทางและเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ ^^ Facebook Fanpage: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา www.facebook.com/GainTheCounselor

Comments