"บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอะไร...แต่รู้สึกไม่โอเคเลย"
หากเราจะเข้าบ้านอย่างสะดวก ก็ต้องมีประตูที่ออกแบบมาอย่างมั่นคงและช่วยให้เราผ่านเข้าบ้านได้อย่างสะดวก จิตใจก็เช่นเดียวกัน หากเราจะสามารถรับรู้ความคิดและความรู้สึกได้อย่างกระจ่างชัด ก็จำเป็นต้องมี "ประตูแห่งการรับรู้อันมั่นคง" เป็นธรรมดาในชีวิตหากบางช่วงเวลาได้พบกับเหตุการณ์อันยากลำบาก จนไม่อยากที่จะทนอยู่กับสภาวะเช่นนี้
การหลบหนี ไม่อยากรับรู้ และเบี่ยงเบน
"วิถีแห่งการหลบหนี"
สามารถช่วยให้เราเอาชีวิตรอดจากอันตรายในโลกแห่งวัตถุนี้ได้
แต่สำหรับ "โลกภายในหัวใจ" ในการเผชิญกับภาวะทางใจด้านลบ เช่น ความไม่พอใจ ความเศร้าโศก แล้วใช้ "วิถีแห่งการหลบหนี" แบบเดียวกับในชีวิตประจำวัน กลับเป็นการ "ปิดประตูใจ" จริงอยู่ที่ความทุกข์ถูกขวางกั้นไว้เพียงชั่วครู่ แต่การรับรู้ปัจจุบันอันมหัศจรรย์ "จะถูกพรากไปด้วย"
ยิ่งปิดประตูใจอย่างเคยชิน
จะทำให้เรากลายเป็นผู้ช่ำชองในการ "ปิดผนึกหัวใจ"
นั่นเท่ากับว่า การรับรู้ในช่องทางที่ถูกปิดไปก็จะสูญเสียความชัดเจนไปด้วย การรับรู้ว่าเกิดบางสิ่งที่ลึก ๆ แล้วไม่พึงพอใจ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร มีร่องรอยและที่มาจากการปิดประตูใจอย่างเคยชิน

การกู้คืนและซ่อมแซมประตูที่ปิดตายและทิ้งเอาไว้เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แน่นอนว่าเราอาจกลัวที่จะสัมผัส "บางสิ่ง" ที่อยู่เบื้องหลังประตูบานนั้น แต่มันคุ้มค่าแล้วหรือกับสิ่งที่เราต้องสูญเสียไปในตลอดช่วงชีวิต "ต่อการไม่รับรู้ความจริง"
จึงเป็นคำถามที่สำคัญอย่างหนึ่งว่า
"ถ้ายังคงปล่อยให้ใจไม่ยอมรับรู้...เราต้องแลกมากับอะไรบ้าง"
บ่อยครั้งที่ความเชื่อหรือความเข้าใจชีวิตที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย ทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจว่า "ปิดหัวใจแบบนี้ดีแล้ว" สิ่งนี้จึงสื่อความหมายแห่งการ "ปิดกั้น-ต่อต้าน" ซึ่งสวนทางกับกระแสชีวิต "เปิดกว้าง-เกื้อกูล" เพราะถ้าหากวิถีแห่งการปิดประตูใจเยี่ยมยอดสมคำร่ำลือ
อย่างแท้จริง "คงปิดกั้นทุกอย่างได้ทุกประการ-คงไม่สร้างความสงสัยว่าทุกข์ แต่ตนเองกลับไม่รู้ว่าคืออะไร"
การกลับมามอบโอกาสอันล้ำค่าอีกครั้งให้กับตนเอง
ในการยอมรับและโอบกอดความจริงแท้ในชีวิต
จะค่อย ๆ ช่วยให้เรามองเห็นมุมมองชีวิต
ที่ครั้งหนึ่งเคยมองข้าม/เข้าใจอย่างคลาดเคลื่อนไป
เพราะบ่อยครั้งเหลือเกินที่ความทุกข์ "มาจากความเชื่อที่คิดไปเอง...ด้วยมุมมองที่ไม่เปิดกว้าง" ซึ่งเราสามารถเริ่มได้ในทุกขณะชีวิตจากกิจกรรมง่าย ๆ อย่างการกินอาหาร "รับรู้รสชาติ" สิ่งนี้ดูเหมือนง่ายดาย แต่แฝงไว้ซึ่งความละเอียดอ่อนของชีวิต "ถ้าเราไม่นั่งอยู่ตรงนั้นทั้งตัวและหัวใจ...เราก็จะรับรู้ได้ไม่ชัด...และถ้าเราไม่ยอมเปิดใจที่จะรับรู้...เราก็จะปิดกั้นโอกาสนี้ไป" เช่นเดียวกับหัวใจ หากเราดำเนินชีวิตโดยให้ทั้งกายใจ "อยู่ในขณะนั้นอย่างแท้จริง"
การรับรู้และสัมผัสกับประสบการณ์อันล้ำค่าจะเกิดขึ้นได้
ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้และพึงพอใจในชีวิต
โดยไม่ต้องคอยปิดกั้นและกังวลกับสิ่งที่ต้องคอยหลบหนีในใจ
Gain The Counselor Office @Innovative Village 
๐ ปรึกษาปัญหาชีวิตกับนักจิตวิทยาการปรึกษา 
"เข้าใจชีวิต เพื่อการปรับตัวอย่างตระหนักรู้" ๐ 
Facebook: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา
Twitter: GainTheCouns
SHARE
Written in this book
คำถามจากความสงสัย
ตอบคำถามและคลี่คลายความสงสัยที่ค้างคาใจ จากมุมมองของนักจิตวิทยาการปรึกษา
Writer
GainTheCounselor
Counselor, Writer
สวัสดีครับผมชื่อ "เกน" เป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาครับ ผมขอใช้พื้นที่แห่งนี้แบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ในชีวิต ร่วมเดินทางและเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ ^^ Facebook Fanpage: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา www.facebook.com/GainTheCounselor

Comments