"ทำยังไงไม่ให้หมดไฟ"
1
บังเอิญเจอรุ่นน้องคนนึงกำลังนั่งกด Rov อยู่ ผมก็ทักทายไป ไม่รู้รุ่นน้องคิดยังไงก็เลยถามผมว่า "ทำยังไงไม่ให้หมดไฟครับพี่" ผมชะงักนิดนึงก่อนคิดว่า "ถามกว้างมากเลย แล้วจะตอบยังไงละนี่" เพราะสาเหตุการหมดไฟมันมีเยอะมาก และของแต่ละคนก็ต่างกัน เช่น

1. เข้ากับหัวหน้าไม่ได้
2. งานไม่ใช่
3. เพื่อนร่วมงานนิสัยไม่ดี
4. เงินน้อย
5. ทำงานไกลบ้าน
6. ที่ทำงานไม่สวย
7. งานไม่ดึงดูด
8. งานหนักไป ฯลฯ

คือมันมีสาเหตุมากมายในการหมดไฟ พอถามกว้างแบบนี้ก็ตอบยาก เคยมีคนบอกว่า "คำถามสำคัญกว่าคำตอบ" นั่นท่าจะจริง เพราะคำถามที่ชัดเจน ก็จะนำไปสู่คำตอบที่ชัดเจน

แต่เมื่อทบทวนเรื่องนี้ก็พบว่า ผมผิดเองที่ไม่ถามกลับว่า "หมดไฟเรื่องอะไรล่ะ" เพื่อดึงคำถามที่ชัดเจนออกมา เอาเป็นว่าครั้งหน้าจะไม่พลาดละกัน นั่นทำให้ผมต้องคุยกับน้องไปเรื่อยๆ โดยพูดกว้างๆ เรื่องการเปลื่ยนงาน (แต่ได้คราวว่าน้องเพิ่งทำงานใหม่ไม่ถึงสี่เดือน) ยกตัวอย่างกันไปมาเกือบ 30 นาทีถึงจับใจความได้ว่าที่น้องหมดไฟเพราะต้องทำงานตามสั่ง

2
เรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาหลักของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำงาน (หรือบางคนที่ทำงานมานาน) ที่ต้องทำงานตามที่คนอื่นขอเป็นหลัก

“ถ้าเดินตามรอยเท้าของคนอื่นก็จะไม่มีรอยเท้าของตัวเอง" จู่ๆ ผมก็นึกถึงประโยคนี้ของมูเรลสตรอดขึ้นมา เพราะมนุษย์เราอยากมี "อิสระ" ในการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง สาเหตุนึงที่น้องชอบเล่น ROV ก็เพราะเราควบคุมฮีโร่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ จะออกของ ปล่อยสกิลยังไงก็ได้ จะเล่นดีหรือเล่นเกรียนก็ได้

ต่างจากการทำงานที่เรารู้สึกว่า ต้องทำตามคำขอของหัวหน้า(หรือลูกค้า)เป็นหลัก (หลายครั้งก็เป็นไอเดียไม่มีประสิทธิภาพในสายตาเรา) และเราก็กลายเป็นเพียงร่างทรงของคนอื่น เพราะไม่ทำตามก็จะไม่มีผลงาน ไม่ได้โบนัส หรือถูกบีบให้ออก ซึ่งก็ถูก 50% และก็ผิด 50% นะครับ โดยเรื่องนี้ผมจะมาพูดต่อทีหลัง

3
ในทฤษฎีกำหนดตัวตนระบุว่า คนทำงานที่จะมีความสุขนั้นประกอบด้วย 3 ข้อคือ
1.ได้ทำงานที่เราชอบ รัก หรือสนใจ
2.ได้มีอิสระในการตัดสินใจด้วยตัวเอง
3.รู้ว่างานที่ทำมีประโยชน์ต่อคนอื่น หรือสังคม (เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่ได้อยู่คนเดียว)

แน่นอนผมไม่รู้ว่าน้องบรรลุข้อหนึ่ง คือ ทำงานที่ตัวเองชอบหรือสนใจหรือยัง แต่ที่ทำให้น้องรู้สึกหมดไฟเแน่ๆ ผมว่าคือข้อสอง ที่เวลาทำงานไม่มีอิสระตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งข้อนี้สำคัญมาก เพราะบางคนอาจไม่รักงานที่ทำ แต่เขาก็มีอำนาจ มีอิสระในการควบคุมงานตัวเอง ก็จะมีโอกาสสนุกกับงานของตัวเองได้มากกว่า ต่างจากคนที่ทำงานตามสั่ง

งานนะ ไม่ใช่อาหารตามสั่ง ที่เราจะต้องทำตามหัวหน้าสั่งไปเสียหมด แต่ก็คงมีคนแย้งว่า ถ้าไม่ทำตามสั่งก็จะอยู่รอดในออฟฟิศได้ยังไง ซึ่งข้อนี้ถูก 50% และผิด 50% ครับ

ที่ถูก 50% เพราะตอนทำงานใหม่ๆ เราต้องทำตามสั่ง เพราะยังไม่มีประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์จากที่อื่น แต่จะเชื่อใจได้แค่ไหนว่าจะทำได้ดีเท่าที่เดิม

4
บริษัทเกิดจากเจ้าของจ่ายเงินมาลงทุน ดังนั้นการอยู่ในคอมฟอร์ดโซน ไม่มีอะไรใหม่แต่ไม่ขาดทุน ก็ดีกว่าลองอะไรใหม่ๆ แล้วเจ๊งน่ันแหละ

สาเหตุที่เราต้องทำงานตามสั่งช่วงแรกก็เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำงานตามที่รับมอบหมายได้ รวมถึงมีทัศนคติประมาณไหน เพื่อสร้างความเชื่อใจขึ้นมา

ส่วนที่ผมบอกว่า การทำตามสั่งทุกเรื่องถูกเพียง 50% ก็เพราะว่าถ้าเอาแต่ทำตามสั่ง 1.เราก็จะหมดไฟ 2.ผลงานทั้งหมดจะเกิดจากไอเดียของหัวหน้า ก็กลายเป็นเครดิตของเขาไป ทั้งๆ ที่เราทำแทบตาย และ 3. ข้อสำคัญคือ คนทำงานที่เติบโตก้าวหน้าอย่างแท้จริงนั้นไม่ใช่พนักงานที่เชื่อฟังหัวหน้า 100% แต่ขณะเดียวกันก็จะไม่ดื้อ100% เช่นกัน

5
กล่าวคือเขาเป็นคนที่หัวหน้าเชื่อใจ เพราะทำงานตามสั่งลุล่วงกว่า 80% แต่ขณะเดียวกันบางเรื่องก็จะไม่เห็นด้วย (ดื้อ) โดยจะขอโอกาสทำให้เห็นว่า ไอเดียที่เขาคิดนั้น มันเจ๋งกว่าที่สั่งมาเยอะเว้ย! โดยขอใช้เวลาหรือทรัพยากรเพียง 10­-20% ในการพิสูจน์ (ไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่)

คือปกติเขาจะทำงานตามสั่งผ่าน KPI ที่บริษัทต้องการแล้ว แต่ก็จะใช้โอกาส 10­-20% มาเสี่ยงโชว์ของ ซึ่งหากไอเดีย 10­-20% ของเราดีจริง บางทีมันอาจจะได้ผลลัพธ์ถึง 80% มากกว่าไอเดียของหัวหน้าก็ได้(วัดกันให้รู้ไปเลย)

ที่สำคัญ 20% ที่เราใช้นั้น เราจะมีอิสระในการควบคุมชีวิตตัวเอง แม้ 20% อาจดูเล็กในวันนี้ แต่ไม่แน่ในอีก 1-3 ปีข้างหน้า มันอาจจะกลายเป็น 1000% ของบริษัท ที่เคยไม่เชื่อในฝีมือเรามาก่อนก็ได้

เพราะบางเรื่องที่ทำเพียง 20% อาจมีค่ามากกว่า 80% ที่เหลือก็เป็นได้ครับ

- - - - -

ปล.ใครมีคำถามอะไรก็ฝากไว้ในคอมเมนต์ได้นะครับ(ความรัก การงาน ความสัมพันธ์ บลาๆ ฯลฯ) เผื่อผมจะตอบได้ (จริงๆ จะเอามาเขียนเรื่องต่อนั่นเอง -ฮา)


SHARE
Writer
Low_Profile
Editor
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / นักสะสมความรู้สึก / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ / โลกนี้สอนให้รู้ว่า... ฯลฯ

Comments

Deux
6 months ago
ROV แม้เราจะเล่นดี แท้งค์ให้เพื่อนรอด แต่สุดท้าย เราก็จะโดนด่า แจกบ้าง เล่นเป็นไหมบ้าง ไก่บ้าง 555

แต่พอเบื่อไฟมอด rov จะปลุกไฟความเดือดดาลในตัวคุณแน่นอน

ขอบคุณครับ
Reply
Deux
6 months ago
ใช่เลย 5555 10vs10 กันไหมครับ 555
Low_Profile
6 months ago
ขอบคุณที่ชวนฮะ เล่นเป็นแต่ DotA อะครับ 555
Deux
6 months ago
อ่อ ครับ ไม่เป็นไรครับ 555555
THEKID
6 months ago
"หาเป้าหมายไม่เจอค่ะ" ชีวิตเป็นเส้นตรงมาก ไม่รู้ทำงานไปทำไม เก็บตังค์ทำไม อยากมีบ้าน มีรถทำไม หาไม่เจอว่าตัวเองอยากเป็นอะไร เก่งอะไร พอจะลงมือทำสักอย่าง เดี๋ยวอันนุ้นไม่ได้ อันนี้ไม่ได้ แค่คิดก็ติดปัญหาไม่กล้าฝ่าไปหมด 
Reply
Low_Profile
6 months ago
ถ้าเป็นคนไม่สนใจเรื่องเป้าหมายในชีวิต น่าจะเป็นลักษณ์ 9 ละมั้งครับ ลองหาอ่าน enneagram หรือนพลักษณ์ ในกูเกิลดูนะครับ ลักษณ์เก้าจะเป็น คนรักสันติ สมัยเด็กๆ จะสร้างบุคคลิกภาพด้วยการทิ้งเป้าหมายตัวเอง ไปเข้าอกเข้าใจคนอื่นครับ ส่วนเรื่องเป้าหมาย มีก็ได้ไม่มีก็ได้ แต่เบื้องต้นเราต้องเข้าใจตัวเองก่อนครับว่า เราเป็นคนแบบไหน มีจุดเด่นจุดด้อยยังไง และจะใช้ตัวเองให้มีศํกยภาพสูงสูดได้ยังไงครับ 

ส่วนการทำงาน ลองคิดว่า ถ้าไม่ทำางาน ย้อนไปสมัยยุคหินเราก็ต้องไปล่าสัตว์ และเก็บผลไม้อะครับ จะบอกว่าไม่ไปล่าสัตว์ หรือไม่ไปเก็บผลไม้คงไม่ได้นะ (อดตายแน่ ฮิ้วๆ ) ยุคนี้ดีหน่อยคือ เราไม่ต้องไปล่าสัตว์แล้ว ครับ เลือกหางานอะไรสักอย่างแทนการล่าสัตว์ได้เยอะเลย แค่เราต้องหาก่อนครับ ว่าถ้าไม่ล่าสัตว์แล้วเราทำไรดีหว่า ที่เราพอจะมีความสนใจ หรือทำได้ดีฮะ ถ้าทำไม่ได้ดี แต่เราอยากฝึกมันไรงี้ มั้งครับ
Reply