เขาที่มากับสายฝน.......
    ในขณะหนึ่งที่ผมกำลังเหี่ยวเฉากับความรู้สึก ผม...ที่กำลังสู้กับเส้นบางๆที่กลั้นทุกอย่าง 
     
      ผมชอบความเงียบนะ ถึงมันจะเหงา อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมได้ย้อนคิดถึงต้นตอชีวิตของตนเอง ได้มองย้อนกลับไปถึงอดีตที่ผ่านมา ได้มองเห็นถึงข้อเสียและข้อดีของตนเอง
       
       ผมได้รู้ข้อดีและข้อเสียของตนเองเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง ข้อดีของผมคือเป็นคนที่ตั้งใจ มีสมาธิ มุ่งมั่น มั่นคง ข้อเสียคือการที่ไม่ชอบคนเยอะๆ เลยทำให้ผมไม่มีเพื่อนเยอะเท่าที่ควร ตลอดชีวิตผมมีเพื่อนไม่กี่คนเอง ไม่รู้สิ....จะมีเยอะไปทำไม ไม่รู้เพื่อนจะต้องการผมมั้ย

     ขนาดครอบครัวของผมยังไม่ต้องการผมเลย
        ผมนั่งจิบกาแฟในร้านคาเฟ่เล็กๆที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงโด่งดังอะไรพอที่จะดึงดูดเข้าให้เข้ามานั่ง อาจเป็นเพราะหน้าร้านดูโทรมๆไม่น่าเข้ามาจับจองที่นั่งสักเท่าไหร่ แต่มักมีน้อยคนนักที่รู้ว่าเสน่ห์ของร้านอยู่ที่มันโทรมน่าค้นหานี้แหละ......
         ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ที่ผมนั่งมองดูถนนที่เต็มไปด้วยรถราด้วยสายตาที่เหม่อรอย จนตอนนี้จากถนนที่ถูกรถหลากหลายคันจับจองและขับเคลื่อนไปตามแนว ที่แปลกไปจากเดิมคือ เม็ดฝนน้อยใหญ่ที่โปรยลงมา 
    
                     แย่แล้ว......

         ผมลืมไปเลยว่าตนเองขับรถจักรยานยนต์มา ไม่ได้เอาเสื้อกันฝนหรือมาเลยแฮะ อ่า....ต้องกลับแล้วล่ะ แต่จะกลับยังไงนะ....

       ผมตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือ และของอื่นๆของผมขึ้น ใส่กระเป๋าเป้ยี่ห้อดัง แล้วเดินออกมาหน้าร้าน
    
      ฝนตกหนักเลยแฮะ....ผมเดินไปเรื่อยๆตามทางที่ไปลานจอดรถของลูกค้าหลังร้าน

       อ๊ะ.... ผมตกใจกับเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ

Rrrrrrrrrr
       อ่า.....แม่โทรมาหรอ....ไม่อยากรับเลย

  ผ่านไปซักพัก สายก็ถูดตัดไป แล้วก็โทรมาใหม่ เอาล่ะ....เผื่อมีเรื่องด่วน รับก็ได้...ไม่เป็นไรหรอก.....มั้ง

     "ฮะ.ฮัลโหลครับแม่"

      (ฉันโทรไปตั้งแต่เมื่อกี้ละ ทำไมพึ่งรับ!!)

     "ขอโท-" ผมยังพูดไม่สุดประโยคก็โดนคนในสายพูดตัด
  
    (เสาร์อาทิตย์แกทำไมไม่กลับ จะอยู่ผลาญเงินพ่อแม่ไปถึงไหน แทนที่จะกลับมาช่วยทำงานที่ร้านบ้าง แกนี่มัน....ทำไมไม่ดูพี่แกไว้บ้าง พี่เป็นเทพบุตร น้องเป็นมารงี้หรอ อาทิตย์หน้าแกกลับบ้านด้วย ถ้าไม่กลับฉันจะไปตามให้ถึงที่ หึ....ฉันเลี้ยงแกมาถึงทุกวันนี้เนี้ยะ ก็บุญละ อย่ามาทำตัวเป็นภาระฉันเยอะเลย เหนื่อย!)
         แล้วสายก็ถูกตัดไป พร้อมกับน้ำใสๆที่กำลังไหลออกมามา

         บอกแล้ว ว่าเขาไม่เคยต้องการผมหรอก.....

         ผมน่ะ ไม่มีใครต้องการหรอก ไม่มีใครที่คอยอยู่ข้างๆผมหรอก ไม่มีใครรู้หรอกว่าผมเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องเจอกับอะไรแบบนี้ เหนื่อยที่ต้องพยายามทั้งที่ไม่มีใครเห็นความพยายามของผมเลย อยากรู้จัง ถ้าผมไม่อยู่แล้วใครจะร้องไห้หาผมมั้ย.....

       ผมรู้สึกว่าเเขนขาอ่อนแรงก้าวเดินต่อไม่ไหว ไม่ไหว เดินไม่ไหวแล้ว ร่างกายสั่นเทิ้ม น้ำตาที่ไหลลงมาพร้อมกับสายฝนที่โปรปรายลงหนักกว่าเดิม ผมได้แต่ทรุดนั่งลงกลางถนนที่ลานจอดรถ เหนื่อยจนเดินต่อไม่ไหว อยากชำระความเหนื่อยไปกับสายฝน 

        ผมนั่งอยู่แบบนั้นพักใหญ่ๆ จนรู้สึกว่าสายฝนที่ตรงผมมันหายไป พอเงยหน้าขึ้นมองก็เจอกับสายตาที่ดูแน่วแน่ และหม่นมองของใครบางคนที่มองมายังผมแล้ว.....

      
"เก่งแล้วครับ เหนื่อยก็พักนะครับ อย่าร้องไห้เลย ไม่เหมาะเลยนะครับกับน้ำตาน่ะ"       ใครบางคนที่เป็นผู้ชาย 
ใครบางคนที่เดินเข้ามาทำให้ผมได้สัมผัสกับความอบอุ่น 
ใครบางคนที่ทำให้ใจผมสั่นเสมอ เวลาสบตาคู่นั้น  และ......
ใครบางคนที่ทำให้ความคิดของผมเปลี่ยนไปตลอดกาล

       ผมที่อยากขอบคุณสายฝนวันนั้นที่ทำให้เจอกับเขาคนนี้ 
ขอบคุณเขาที่เดินเข้ามาหาผม 
ขอบคุณสภาพแวดล้อม 
ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้ผมกับเขาได้เจอกัน

      หลังจากวันนั้น ผมกับเขาก็รู้จักกันมากขึ้น รู้จักกันมากพอที่จะให้เขาเป็น save zon ให้กับผมได้

แล้ววันนึงโลกจะสอนให้รู้ว่า เราไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ตลอดเวลา


และคนที่ผมจะอยู่ด้วยคือ 'เขาที่มากับสายฝน'


        แล้วเจอกันในภาคต่อไปนะครับ ว่าความสัมพันธ์เริ่มต้นเป็นยังไง.....




         
         


SHARE
Written in this book
O-Sky
Writer
O-Sky
Writer
ท้องฟ้า สวยงามเสมอ ถ้ามองมันในแบบที่ควรจะเป็น

Comments