พ่อค้าผจญภัย: ทางเลือกไม่ได้มีทางเดียว
ความโลภเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย
ความโลภทำให้เราแสวงหา
ความโลภทำให้เราพบสิ่งใหม่
ความโลภเป็นเหมือนแรงผลักดัน
และความโลภก็สามารถผลักเราลงเหว
เหวลึกที่ไม่มีจุดสิ้นสุด...ได้เหมือนกัน

มนุษย์เกิดมาพร้อมรอยรั่วในหัวใจ
ที่ไม่ว่าจะถมอะไรไปเท่าไร ก็ไม่มีวันเต็ม

ถ้าเรามองคำกล่าวนี้ในแง่ของคำสั่งสอน ก็จะทำให้เรากลัวความโลภและรู้จักพอ 

ไม่ผิดที่เราจะคิดเช่นนั้น ไม่ผิดที่จะคิดว่าควรพอเมื่อถึงเวลา 

เพียงแต่ว่า...



ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป

เพราะมนุษย์ไม่มีทางรู้ได้ว่าตนจะสิ้นชีวิตลงเมื่อไร ไม่มีทางรู้ว่าจะพอได้วันไหน ไม่มีทางรู้ว่าที่ไหนคือจุดหมายที่แท้จริง

การที่เราหยุดเดิน หยุดค้นทางเส้นทางใหม่ๆ หยุดเพิ่มพูนทรัพย์สิน ก็เท่ากับรอวันตาย

เพราะทุกวันที่เราหายใจ
ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ

เราไม่สามารถอาศัยอยู่ที่เดิมได้ตลอด

เราไม่สามารถหยุดค้นหาเส้นทางใหม่ได้

เราไม่สามารถหยุดเพิ่มพูนทรัพย์สินได้
เพราะเงินที่เราถืออยู่ทุกวันนี้อาจจะไม่มีค่าเลยในวันพรุ่งนี้

แม้ใครจะว่าเรา ว่าเป็นคนโลภมาก
...ก็อย่าได้ใส่ใจ

เพราะ...
โลกยังคงหมุน โคจร เคลื่อนที่อยู่เสมอ
เวลาเองก็ยังคงเดินต่อไปอย่างไม่หยุด

สิ่งเหล่านี้บังคับให้เราต้องเดิน
บังคับให้เราต้องหาทางรอด
บังคับให้เราต้องมีเงิน
และสุดท้ายก็...บีบให้เราต้องโลภ


ยอมรับตัวเองว่าเป็นมนุษย์ แล้วจงโลภและใช้ชีวิตต่อไป

นี้คือสิ่งที่ผม พ่อค้าผจญภัย ยึดมั่น
ยอมรับว่าครั้งหนึ่งเคยคิดจะหยุดแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องพลาดจากมัน และก็ต้องมาเดินต่อเองจนทุกวันนี้
ณ. เมืองตลาดสองสี
เมืองที่ผมสามารถหาเงินได้เรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพียงแต่เป้าหมายของผม “คำว่ากำไรที่ผมต้องการ” ไม่ใช่แค่เงินก้อนนี้ 

ผมต้องการสิ่งที่มากกว่านี้

ฉะนั้นผมจึงหยุดไม่ได้
ผมต้องออกเดินทางต่อ เพื่อแสวงหา

สินค้าที่สมบูรณ์แบบ

ถ้าผมหามันเจอ...ผมจะกลายเป็นเศรษฐีที่สมบูรณ์แบบแน่นอน

ผมอยู่ที่เมืองตลาดสองสีกับเจ้า A-mo มาหลายวันแล้ว

เดินข้ามไปมาบนสะพาน 
“ความคัดแย้ง” เพื่อหากำไร

เงินที่หามาได้ ก็มากพอตัว
เพียงแต่ว่ามันไม่มากพอที่จะขยายกิจการพ่อค้าเร่ ของผมได้ในเร็ววัน

ระหว่างที่ผมกำลังเดินเพื่อเลือกซื้อสินค้าที่สามารถใช้หากำไรเพิ่มเติมได้

ผมก็สังเกตเห็นว่าที่นี้มีร้านขายแผนที่อยู่  ตัวผมที่ยังไม่ได้คิดเส้นทางใหม่ ถ้ามีแผนที่มาเพิ่มน่าจะทำให้การเดินทางง่ายและสะดวกขึ้น

จึงเข้าไปซื้อชุดแผนที่การค้ามา 1 ชุด

แผนที่การค้า จะมีรายละเอียดที่เน้นไปในทางการค้าของแต่ละหัวเมือง และระบุเส้นทางที่เดินทางได้รวดเร็วที่สุด

เนื่องจากเวลาเป็นเงินเป็นทอง การสูญเสียเวลาโดยใช่เหตุ จึงเป็นสิ่งที่ควรแก่การหลีกเลี่ยง 

เมืองตลาดสองสีเป็นเมืองใหญ่
ตลาดที่นี่จึงเป็นศูนย์รวมของสินค้ามากมาย หมู่บ้านและเมืองในระแวดใกล้เคียง 

จึงเลือกที่จะเข้ามาทำการค้าที่นี่เสียมากกว่าการเปิดตลาดของเมืองขึ้นมาแข่ง

ทำให้เมืองรอบนี้ ไม่มีตลาดใหญ่ๆเลย 

ตลาดเล็กที่ลูกค้าน้อย ไม่ใช่ที่ๆพ่อค้าเร่ควรไปเสี่ยง 
ยิ่งลูกค้าน้อย โอกาสที่จะขายได้ก็ยิ่งลดลงตาม 

ทำให้ผมต้องมองหาเมืองที่ไกลออกไปอีกหน่อย เมืองที่ตลาดมีลูกค้ามากพอๆกับที่นี่

ซึ่งจุดหมายที่ผมเลือกจะเดินทางไปต่อนั้นก็คือ เมืองภาษีแพงกว่าสินค้า 

เมืองที่ตั้งอยู่เป็นศูนย์กลางของเพื่อนบ้านอีกสี่เมือง ทำให้ได้เปรียบด้านการค้า และมีตลาดที่ใหญ่มาก เผลอๆอาจจะมากกว่าที่นี่เสียด้วยซ้ำ

ในแผนที่ระบุเส้นทางที่ใช้เดินทางไว้ทั้งหมดสองรูปแบบ
แบบที่ 1 คือทางเรือ
ผมสามารถไปที่ท่าเรือเพื่อซื้อตั๋ว เดินทางไปเมืองภาษีแพงกว่าสินค้าได้โดยใช้เวลาเดินทางสามวัน ซึ่งเรือเป็นของรัฐบาลชุดดำ
แบบที่ 2 คือเดินเท้าไปเอง
เส้นทางเดินเท้าหากขี่เจ้า A-mo ไปต้องใช้เวลาถึง 5 วัน และเส้นทางเดินเท้านี้ไม่ใช่เส้นทางที่แผนที่แนะนำ เพราะในแผนที่มีข้อความเตือนนักเดินทางว่า การเดินเท้าเสี่ยงต่อการถูกชิงทรัพย์โดย
โจรทะเลทราย

...ผมเกิดสงสัย ทำไมแผนที่นี้ถึงแนะนำให้ขึ้นเรือกับรัฐบาลเท่านั้น 


รู้สึกว่าแผนที่พยายามบีบให้เราใช้ทางเรือ
พ่อค้าถูกสอนไว้เสมอว่า
ทางเลือกไม่ได้มีทางเดียว
ผมจึงเดินทางไปที่ท่าเรือ 
พบว่ามีเรือส่งสินค้ามากมายแต่ไม่มีเรือลำไหนเลยที่เราจะสามารถติดไปลงเมืองภาษีแพงกว่าสินค้าได้ และไม่มีเรือรับจ้างส่งผู้โดยสารเลยสักลำ

รัฐบาลที่นี่ผูกขาดการค้าเป็นที่สุด
ลูกค้าไม่สามารถเลือกเดินทางกับเจ้าอื่นได้ ไม่พอใจก็ไม่ได้ เพราะถ้าจะเดินทางโดยใช้เรือที่ท่าเรือแห่งนี้ ก็ต้องพึ่งรัฐบาลเพียงอย่างเดียว

ผมเองก็ไม่พอใจกับการถูกผูกขาดแบบนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เพราะพ่อค้าไม่ได้มีอำนาจในการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ จะขายสินค้าที่ไหนก็ต้องเล่นตามกฎของตลาดที่นั้น

...แล้วถ้าเราไม่ลงในเกมนี้แหละ
อีกสิ่งที่ผมสงสัยคือเรื่องโจรทะเลทราย 

...ในเมื่อรัฐบาลรู้ว่ามีโจรทำไมถึงไม่ไปจัดการแก้ไขปัญหา

ผมจึงเดินทางไปที่ หอสูงแห่งปัญญา

หอสูงแห่งปัญญาคือหอสมุดที่ถูกสร้างตามเมืองใหญ่ๆ ถูกสร้างขึ้นโดยองค์กรผู้ทรงความรู้  

ที่นี่ใช้บริการฟรี มีหนังสือให้อ่านมากมายและที่สำคัญ “มันอยู่สูง” 

ปัญญาที่อยู่สูงกว่าพื้นดิน การอยู่ที่สูงสามารถทำให้เราเห็นอะไรได้กว้างและมากกว่าการมองอยู่ที่ด้านล่างเพียงอย่างเดียว

ผมขึ้นมาที่ชั้นบนสุด และใช้กล้องส่องทางไกลมองเส้นทางที่ใช้เดินทางไปเมืองภาษีแพงกว่าสินค้า

ทำเช่นนี้เพื่อมองหา “หมู่บ้านโจร” 
เพราะโจรเองก็เป็นมนุษย์ โจรเองก็ต้องมีที่พัก

แต่ตลอดเส้นทางเรียบแม่น้ำไปจนถึงเมืองภาษีแพงกว่าสินค้านั้น ไม่มีหมู่บ้านอยู่เลย ในแผนที่เองก็ไม่มีเช่นกัน 

โจรไม่สามารถอาศัยในน้ำได้แน่นอน 
ถ้าไม่มีสิ่งก่อสร้างที่พักอาศัย โจรก็ไม่สามารถอยู่ได้


ฉะนั้นผมจึงได้ข้อสรุปว่า
ไม่มีกองโจรทะเลทรายอยู่จริง

โจรคือเรื่องที่ถูกกุขึ้นมาโดยรัฐบาล รัฐบาลตัวร้ายที่นี่หากินกับความกลัว หากินกับความขัดแย้ง และหากันกับการผูกขาดตลาด 

เขาเป็นรัฐบาลที่น่าชื่นชมและยกย่องในเรื่องของการหาผลประโยชน์ 

แต่คงไม่มีประชาชนคนไหนชอบแน่ๆถ้าได้รู้ความจริง

ซึ่งการเปิดเผยรัฐบาลก็ไม่ใช่หน้าที่ของพ่อค้า ฉะนั้นพ่อค้าจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้

ผมลงมาชั้นล่างของหอสูงแห่งปัญญา 

ขึ้นขี่เจ้า A-mo และตัดสินใจว่าจะเดินทางเท้าไปที่เมืองภาษีแพงกว่าสินค้าเอง

โดยไม่พึ่งเรืองของทางรัฐบาล

แต่ก่อนหน้านั้นคงต้องเตรียมตัว และเตรียมสินค้าไปขายในเมืองต่อไปไว้ก่อนที่จะเดินทาง

ปล. คิดถึงพ่อค้าผจญภัยไหมครับ? 
ผมไม่รู้ว่าคุณจะคิดถึงผมไหม แต่ผมโครตคิดถึงคุณเลยนะ 

ยิ่งมีเรื่องบาดหมาง มีเรื่องการง้อเข้ามาก็ยิ่งคิดถึงคุณ คิดถึงมากเลย 

แต่ว่าผมก็หมดหวังในความรักกับคุณไปเสียแล้ว แต่ช่างมันเถอะแม้จะไม่มีหวัง แต่ว่ามีรักอยู่ก็จะยังคงเขียนอยู่แบบนี้แหละครับ ขอบคุณความรักที่เลือกฉันและไม่ทิ้งฉันไป...

SHARE
Written in this book
พ่อค้าผจญภัย
เรื่องราวการผจญภัยของพ่อค้าเร่ ที่ออกแสวงหาสินค้าที่สมบูรณ์แบบ
Writer
Suyseiy
13/40
love only you

Comments