"ขอให้เหมือนเดิม" คำง่าย ๆ ที่นำพาให้ชีวิต "ตกหลุมพราง"
เมื่อความต้องการที่ยึดติดและตายตัว ปะทะกับความจริงของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเมื่อเราได้ใช้ชีวิตตามวิถีทางที่เลือก "หนทางที่ใฝ่ฝัน" ได้สัมผัสความรู้สึกถึงสิ่งที่สุขสมหวัง หรืออาจจะต้องพบเจอกับสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจกระตุ้นความทุกข์ หัวใจมนุษย์ที่อยู่ท่ามกลางกระแสแห่งชีวิตเช่นนี้ ย่อมเป็นไปได้หากต้องการที่จะปฏิเสธความไม่สบายใจและต้องการที่จะสัมผัสเพียงแต่ใจที่เปี่ยมด้วยสุข

จึงเปรียบได้กับการจำกัด "กรอบการรับรู้" ให้แคบลง เพื่อใช้ในการไขว่คว้าเพียงแต่สิ่งที่ปรารถนา "สิ่งที่สุขใจเหมือนวันวาน" ในขณะที่ชีวิตอยู่ท่ามกลางโลกอันกว้างใหญ่และเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ กรอบการรับรู้ที่คับแคบนี้เองจึงสร้างปัญหาทางใจ-ความขัดแย้งทางใจ 
เมื่อสิ่งที่เกิดรอบตัว "ไม่เหมือนดังเดิม-ขัดแย้งต่อภาพในใจ" วงจรความทุกข์จึงเริ่มขึ้นหากเราพิจารณาความจริงในชีวิตอย่างสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง เราจะพบความเอาแต่ใจของตนเอง ความเชื่อที่ตายตัว หรืออาจเป็นความคิดที่พอมองย้อนกลับไป "คงจะนึกขำตัวเองว่า คิดแบบนั้นไปได้ยังไง" ตัวอย่างเช่น เกิดความทุกข์ใจที่คนสำคัญในชีวิต "ทำอะไรไม่มีเหตุผล" ความไม่มีเหตุผลที่กล่าวถึงนี้คือ เป็นความสงสัยและไม่เข้าใจ ถึงที่มาและความเป็นไป ความมีเหตุผลจึงแปลว่า "ทำอะไรต้องบอกได้ว่าเพราะอะไร หรือทำไปเพื่อสิ่งใด"
 
เมื่อสำรวจลึกลงไปจึงพบว่า "ภาพแห่งเหตุผล" มีเพียงภาพเดียว "ภาพของผู้ที่บอกความเป็นไปได้อย่างกระจ่างชัด และบอกได้ชัดเหมือนครั้งอดีต" ดังนั้นความคิดที่คับแคบนี้เองจึงบดบังมุมมองที่เปิดกว้างทั้งหมดนอกเหนือจากนี้ไป เมื่อพิจารณาจากหลายแง่มุมจึงพบคำตอบที่ง่ายดายและธรรมดาสามัญเหลือเกิน แต่ทว่า "กลับมองไม่เห็น"
เพราะความมีเหตุมีผลที่เฝ้ารอและแสวงหาอยู่นั้น
"แฝงอยู่ในคำพูดและการกระทำอยู่แล้ว"
เมื่อคนสำคัญในชีวิตคนนั้น "ต้องการบางสิ่ง เขาจึงปฏิเสธบางอย่างด้านตรงข้าม" นี่เองความเป็นเหตุเป็นผลซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าแต่ไม่สามารถมองเห็น

ดังนั้นทุกคำพูดและการกระทำของมนุษย์ ล้วนแฝงไปด้วยการเปิดเผยถึงต้นตอ อันเป็นเหตุของความต้องการจากเบื้องลึกภายในใจ การมองเห็นและสัมผัส "สิ่งล้ำค่า" ในใจของบุคคล ทั้งของตนเอง (ต้นตอของความต้องการ - ความคิดที่มองโลกอย่างไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเข้าใจตนเองและผู้อื่น) และมองเห็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อผู้อื่น จะช่วยให้เราค่อย ๆ ขยายจากมุมมองหรือความเข้าใจชีวิตในแบบตายตัว ไปสู่ความเข้าใจที่สอดคล้องและเปิดกว้าง สามารถส่งผลให้ใจที่เคยทุกข์ตรม เปลี่ยนแปลงเป็นความรัก ความเข้าใจ และปรับตัวอย่างสอดคล้องกลมกลืนต่อความเปลี่ยนแปลงในชีวิต เพราะจริงอยู่ที่ชีวิตอาจเผชิญสิ่งที่ไม่คาดฝัน แต่เราล้วนเลือกได้ว่า "จะทุกข์หรือไม่"

"จะมองโลกด้วยสายตาอันขุ่นมัวของวันวาน
หรือจะมองโลกผ่านดวงตาที่สัมผัสกับปัจจุบันอย่างกระจ่างชัด"
ด้วยเหตุนี้เอง ใจจึงสามารถประสบกับความทุกข์หรือความสงบสุขได้อย่างอิสระ
Gain The Counselor Office @Innovative Village  
๐ ปรึกษาปัญหาชีวิตกับนักจิตวิทยาการปรึกษา
"เข้าใจชีวิต เพื่อการปรับตัวอย่างตระหนักรู้" 
  
Facebook: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา
Twitter: GainTheCouns 
SHARE
Written in this book
บทเรียนจากชีวิต - จิตวิทยาจากชีวิตประจำวัน
รวบรวมประสบการณ์และการเรียนรู้ โดยบอกเล่าผ่านมุมมองของศาสตร์จิตวิทยาการปรึกษา
Writer
GainTheCounselor
Counselor, Writer
สวัสดีครับผมชื่อ "เกน" เป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาครับ ผมขอใช้พื้นที่แห่งนี้แบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ในชีวิต ร่วมเดินทางและเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ ^^ Facebook Fanpage: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา www.facebook.com/GainTheCounselor

Comments

FantajiJung
2 months ago
ปฏิบัติตรงกันข้ามคือ?
Reply
GainTheCounselor
2 months ago
หากหมายถึงประโยคนี้ "ต้องการบางสิ่ง เขาจึงปฏิเสธบางอย่างด้านตรงข้าม"
หมายความว่า เป็นการพยามมองหาสิ่งที่อยากได้ ปฏิเสธสิ่งที่มีอยู่ (ซึ่งถ้ามองให้ชัดเผลอ ๆ สิ่งที่อยากได้ก็อยู่ตรงหน้าแล้วเพียงแค่ไม่เป็นไปแบบภาพที่วาดไว้เป๊ะๆ ครับ)
FantajiJung
2 months ago
ง่ายๆได้ไหมคะ งงๆ