25,30,31 เราใช้ความบังเอิญเพื่อเป็นเพื่อนกัน และใช้ความทรงจำเพื่อห่วงใยกันตลอดไป
ก่อนหน้า เราไม่เคยคุยกันมากนัก อาจพอรู้จักชื่อ อาจพอเดานิสัยใจคอจากหน้าตา แต่คงต้องให้เครดิตความบังเอิญ ที่ทำให้เราตัดสินใจเรียนเอกหนังสือพิมพ์ฯ เหมือนกัน และได้รู้จักกัน
ในห้องเรียนที่แม้จะเล็กแต่เก้าอี้ก็ไม่เคยเต็มหากเป็นคลาสเรียนของเอกเรา เอกคร่ำครึ ที่นักศึกษาหน่ายจะตอบคำถาม 'สิ่งพิมพ์ตายแล้วจะทำยังไง' ไม่รู้สิ ตายตามมั้ง (ล้อเล่น) 

ในห้องเรียนที่ว่า เราไม่เคยเลือกนั่งด้วยกัน หากไม่จำเป็น 

ใช้เวลาไม่นานนักก็ได้เป็นเพื่อนกัน ไจโกะ ผู้หญิงที่มือไม่เคยขาดแก้วชาสีส้มสด และปากกกามูจิ ด้ามที่ดัง 'ปั้ก' ทุกครั้งเวลาเจ้าของกวาดตาเจอคำผิดตามบทความ เรานั่งข้างกันแทบทุกครั้งในทุกคาบเรียน ตอนทำข่าวอาชญากรรมก็ยังไปโรงพักด้วยกัน ส่วนเพชร ผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ไจโกะชอบเข้าไปพูดเล่นด้วย ไม่รู้เลยว่าจะสนิทกันยังไง เพชรถ่ายรูปสวย เป็นภาพจำแรกๆ ที่คิดออก เพื่อนเป็นคนรับผิดชอบ น่าจะตั้งใจเรียนมาก...อืม นอกจากนั้นก็ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความทรงจำต่อกัน
นั่นแหละจุดเริ่มต้นจืดชืดของเรา

ความบังเอิญรับเครดิตไปอีกครั้ง เราได้อยู่ทีมเดียวกันในวิชาสิ่งพิมพ์ชุมชน วิชาที่ให้นักศึกษาจับกลุ่มไปใช้ชีวิตในชนบท และทำสื่อตามประเด็นปัญหาของชาวบ้าน 
กลุ่มเพื่อนที่เพชรมักอยู่ด้วยหารคนไม่ลงตัว เพชรเสียสละมาอยู่กับเราจึงเกิดเป็น นิว ไจโกะ เพชร และ 'เกษตรอินทรีย์' หัวข้อที่เราต้องทำสื่อ ฟังๆ แล้วเป็นเรื่องจิ๊บๆ แต่เปล่าเลย... วัยเขลาพาเราไปเจอบทเรียนราคาแพง เมื่อความจริงและความลำบนในชีวิตของผู้คนกลายเป็นดาบเล่มใหญ่ที่แทงพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ไม่เป็นไร ยืนขึ้นใหม่ พรุ่งนี้เราคงคิดออก

อีกครั้ง...สะบักสะบอม คราวนี้ด้วยคำลวงหลอก อีกครั้งที่เราแพ้ให้ปากท้อง ให้ความเฮงซวยของประเทศ หนักเข้าก็เริ่มมีน้ำตา เย็นวันนั้นคำและอารมณ์มากมายหลุดออกจากปากของเราและไจโกะ ส่วนเพชรนั่งนิ่งเงียบ แต่พอถึงเวลาที่ต้องแยกกันกลับ เพชรยืนหันรีหันขวาง ไม่ยอมไปไหน ปลายตามีน้ำคลอไม่ต่างกันนัก มองมาที่เราอีกสองคนที่เหลือ 

อยากอยู่ด้วยกัน จนกว่าจะผ่านไป 

เปล่า ไม่รู้เหมือนกันว่าเพชรคิดอะไร แต่ใจเราบอกแบบนั้น และขอสรุปเอาเองว่าคงคิดไม่ต่างกันทั้งสามคน
สุดท้าย คืนนั้นเรานั่งทำงานด้วยกันจนดึก ท้องอุ่นจากโอวัลตินร้อนๆ ที่เพชรชงให้ ใจก็อุ่นจากอะไรที่ในวันนั้นยังไม่รู้แน่ แต่วันนี้ชัดแล้วว่าเป็นมิตรภาพ


หลังจากคราวนั้นเราไม่ลังเลอีกที่จะนั่งด้วยกันในห้องเรียน โรงอาหาร ใต้คณะ ไม่เขินอายที่จะส่งสายตาล้อเลียนกันระหว่างอาจารย์สอนอยู่หน้าห้อง เราเรียกตัวเองว่าทีมอินทรีย์ แม้ใครจะบอกว่าเราน่ะ ทีมปีศาจ เราทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ลึกๆ เราพอใจกับชื่อนี้
เราอาจไม่เคยนั่งพูดจากันในประเด็นนี้ แต่เมื่อนึกให้ดี คนอย่างเราสามคนที่ดีชั่วกันคนละอย่าง เก่งและอ่อนคนละด้าน เมื่อรวมกันจึงลงตัว 
ในบาร์แห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ เบียร์แก้วแรกในชีวิตของเพชรค่อยๆ พร่อง เราเล่นเกมส์ตอบคำถาม เรียนรู้กัน บอกความประทับใจต่อกัน คืนนั้นหลับไปพร้อมๆ กัน และรีบตื่นไปกินหมูกรอบเจ้าอร่อยกัน มีความสุข เพียงแค่อยู่ด้วยกันแบบที่เราชอบทำ

25 30 31 บังเอิญดีที่เราเกิดไล่ๆ กัน ปีก่อนเราฉลองวันเกิดด้วยกัน กินเบียร์รสแปลกๆ ยื่นแก้วให้อีกคนชิม หัวเราะ ตัดพ้อกับชีวิต ยิ้มแห้งให้กับวัยทำงาน มาย้อนคิดเรื่องเก่าๆ เทียบกับวันนี้ เวลาเพียงแค่ปีสองปี แต่อะไรๆ เปลี่ยนไปตั้งมากมาย 
ปี 2562 เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ภาระหน้าที่แยกเราห่างกว่าเดิม ไจโกะและเพชรโชคดีที่ได้ทำงานที่เดียวกัน นานๆ ครั้งเราจะโทรหากันเวลาพักกลางวัน จะได้คุยกันทั้งสามคน เรายังนัดกินข้าว ไปช็อปปิ้ง หรือจองตั๋วจะไปต่างประเทศกันในอนาคต แต่ต้องยอมรับว่าอะไรๆ ไม่เหมือนวันเก่า อย่างน้อยๆ ชีวิตของพวกเราไม่ง่ายแบบเดิมแล้ว

บอกกับทั้งคู่ไว้ว่าจะเขียนหนังสือถึงเราสามคนในวันเกิดปี 2562 ใจความจิปาถะทั้งหมดถูกนำมาอ้างเพื่อความรู้สึกไม่กี่อย่าง และคำไม่กี่คำ

เพื่อนรัก ชีวิิตไม่เคยปราณีพวกเรา อายุก็เป็นอีกอย่างที่กดดันเรามากขึ้นทุกวัน หน้าที่ ความรับผิดชอบ หรือแม้แต่ตัวตน ทำให้บางคืนเราแทบเสียคน บางเช้าไม่อยากขยับไปไหน หลายครั้งเราตั้งข้อสงสัยกับชีวิต อีกหลายครั้งที่เรากล่าวโทษและเคี่ยวกรำตัวเอง เราเป็นอย่างนั้นกันใช่ไหม 

เพื่อนรัก ขอให้ใช้หัวใจจำจดตัวหนังสือนี้ ความยากหรือความทุกข์ใดๆ จะเป็นเพียงอีกสนามจำลองที่เราเผชิญด้วยกัน เป็นอีกวันที่เราร้องห่มร้องไห้ แต่จะเป็นอีกครั้งที่ยืนรอกัน ณ ทางแยกแห่งชีวิต และท้ายที่สุดความอุ่นจากถ้วยน้ำหวานที่หลอมจากมิตรภาพ จะเป็นทั้งพลังและกำลังใจให้เรา

และจะมีแค่เราสามคนเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ 
อยู่ด้วยกัน จนกว่าจะผ่านไป


สุขสันต์วันเกิด
เขียนด้วยรัก จากหนึ่งในสามที่เชื่อมั่นในตัวคนที่เหลือสุดหัวใจ :)

SHARE

Comments