Mui Ne - เธอต้องเกรี้ยวกราดเบอร์นี้ไหม
หลังจากที่ได้ท่องเที่ยวในโฮจีมินห์อย่างสนุกสนานกันแล้ว ต่อจากนี้พวกเรา 6 ชีวิตจะต้องเดินทางด้วยลำแข้งตัวเองโดยที่ไม่มีพี่ไกด์คนไหนคอยช่วยเหลืออีกแล้ว

สถานีต่อไป “มุยเน่” ค่่ะ

พี่ทั้งได้ส่งเราขึ้นรถตู้ไปมุยเน่ที่คิวรถตู้ฟามงูเหลาแล้ว ตอนนี้ฉันงงมากเลยว่าถ้านั่งรถตู้ออกมาแล้วจะไปนั่งรถบัสนอนที่ไหน พอถึงที่ปุ๊บ...ตรัสรู้ทันทีค่ะ

รถตู้จะพามาส่งที่นอกเมืองใกล้ๆทางไปสนามบิน จะมีรถบัสนอนคันสีแดงจอดรออยู่ประมาณ 4-5 คัน (จริงๆกลางค่ำกลางคืนฉันมองอะไรไม่เห็นทั้งนั้น) เราไม่รู้ว่าเราต้องไปคันไหน เราควรทำอย่างไรต่อ เพราะเราไม่เคยมานี่นา ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือ เอาตั๋วให้เขาดูค่ะว่าต้องไปคันไหน พร้อมกับพูดภาษาอังกฤษให้เขาเข้าใจด้วยว่าขึ้นคันไหน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อีคนขับรถผู้ชายที่ฉันไปถามทั้งหมด ชี้ไม่เหมือนกันซักคน แถมยังทำหน้าหัวร้อนใส่อีกด้วย มีคนขับบางคนนะตะโกนไล่ให้พวกเราไปรอ “Go back!” อ้าว อะไรวะ ต้องตะโกนใส่กูมั้ย กูทำไรให้เหรอ (โกรธผสมไม่เข้าใจ)

ในที่สุดเราก็รู้สักทีว่าต้องขึ้นคันไหน อ่ะ ประเด็นเรื่องขึ้นรถคันไหนจบแล้ว ประเด็นถัดไปคือ เขาจะพาเราไปไหน แล้วป้ายสุดท้ายที่จะจอดคือที่ใด เพื่อนให้ฉันไปถามเจ้าหน้าที่ประจำรถบัสเพราะเพื่อนบอกว่าฉันพูดอิ๊งได้ดีที่สุด
บ้าบอ ไม่ได้เก่งโว้ยฉันก็ไปถามข้อมูลสิ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตะโกนให้ออกไปค่ะ ไม่เปิดให้เราได้ซักถามข้อมูลเลยแม้แต่น้อย อาจจะเพราะว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำอะไรซักอย่างกับกระเป๋าลูกค้าอยู่มั้ง เลยดูยุ่งๆชวนโมโห

คืองี้ เท่าที่สังเกตนะ เจ้าหน้าที่เขาจะจัดกระเป๋าเป็นกลุ่มๆก่อนว่าของคนนี้จะลงที่โรงแรมไหน แล้วถึงจะจัดกระเป๋าไปวางใต้รถบัสค่ะ รถบัสจะพาไปส่งลูกค้าถึงหน้าโรงแรมนั้นเลย

อ่ะพอถึงตาพวกเรา เจ้าหน้าที่คนเดิมก็ถามว่ากลุ่มนี้กี่คน ไปลงไหน เราก็บอกไปว่า 6 คนค่ะ ไปมุยเน่ไปลงป้ายสุดท้าย เขาทำหน้างงใส่ เราก็แบบเอ้าไม่ถูกเหรอ แล้วควรบอกเขาว่ายังไง สุดท้ายเขาไล่ให้ไปขึ้นรถเลย ไม่บอกอะไรต่อเลย (ภาพประกอบท่าทางของเจ้าหน้าที่หัวโจก : สีหน้ารำคาญพร้อมสะบัดมือไล่) เราก็งงดิ “เสร็จแล้วเหรอ? ขึ้นเลยป่ะ” เพราะความไม่แน่ใจ เราเลยรอถามเจ้าหน้าที่คนเดิมอีกครั้งเพื่อจะถามว่า ป้ายสุดท้ายอยู่ไหน? 

ฉัน : Can you tell where is the last bus stop you go?
จนท : GO BACK TO THE BUS!!
ฉัน : Hey ! I just ask you the question! Where is the last bus stop?
จนท : (แปลเอง) จะไปลงโรงแรมไหนล่ะ รถบัสจะไปส่งที่โรงแรมที่คุณบอกไง 
ฉัน : พวกเราไม่ได้จะลงโรงแรมไหนค่ะ จะลงที่ป้ายรถบัสสุดท้าย

แล้วเขาก็ทำหน้างง แล้วก็ไล่เราขึ้นรถค่ะ
สรุปเขาจะงงอะไรหนักหนาวะสัส คือตอนถามนะคะ ต่างคนต่างอารมณ์เสียค่ะ เขาโมโห ฉันก็โมโหค่ะ บทสนทนาก็เลยเป็นแบบนี้

แต่สุดท้ายก็ตกลงกันได้ว่าจะไปลงที่ไหน คำตอบคือคิวรถตู้ FUTA ที่มุยเน่ค่ะ เป็นที่ๆไกด์เวียดนามนัดเจอเราไปทะเลทรายตอนตี 4 นั่นเอง จบ โอ๊ยอีดอก กว่าจะตกลงกันได้ ทีนี้เราก็นอนหลับฝันดีแล้วค่ะ เพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว 
แก เรานัดกับพี่ไกด์ตอนตี 4 ทำไมยังไม่ถึงอีกล่ะใช่แล้ว ฉันตื่นมาตี 4 เพื่อมาเตรียมตัวลง แต่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางเลย ถึงจริงๆก็คือตอนตี 5 นู่น สงสารพี่ไกด์จังเลยแฮะ 

พอถึงที่หมายปุ๊บ พี่ไกด์ก็พาพวกเราไปทะเลทรายเลยค่ะ เพราะเลทแล้ว พวกเราไปกับรถจิ๊บที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของมุยเน่ ไม่เคยนั่งรถจิ๊บแบบนี้มาก่อนเลย มันเก๋มากทุกคน 

ไกด์จะพาเราไป 4 ที่ค่ะ ทะเลทรายขาว-ทะเลทรายแดง-หมู่บ้านชาวประมง-ลำธารนางฟ้า เป็นทริปครึ่งวันเหมารถจิ๊บ
ต่อจากนี้จะเป็นการรีวิวสถานที่แบบสั้นๆเราใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็ถึงทะเลทรายขาว สวยมากจริงๆ แดดในยามเช้าสาดส่องทะเลทรายให้มีความงดงามในธรรมชาติมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเยอะเลยค่ะ มีทั้งเหมาจิ๊บไปถ่ายรูปและขี่ ATV ขึ้นทะเลทรายเอง 


ต่อไปทะเลทรายแดง อันนี้น่าผิดหวังมาก เพราะนอกจากจะร้อนมากแล้ว ยังมีขยะถูกทิ้งเกลื่อนเต็มไปหมดอีก ทรายแดงจริงแต่ว่า มีแม่ค้าขายของกินเยอะ เมนูยอดนิยมคือ โยเกิร์ตนมสด ขนมที่คล้ายๆเต้าฮวย (ไม่รู้ชื่ออะไร) แต่ถ้ากินที่นี่จะอร่อยมาก

หมู่บ้านชาวประมง อันนี้ไม่ตรงปกค่ะ น่าผิดหวังอีกแล้ว ไปแล้วคือไม่มีอะไรเลยค่ะ เหมือนหมู่บ้านชางประมงทั่วๆไปในไทยค่ะ คนขับบอกว่าแวะมั้ย เราบอกไม่แวะค่ะ ต่อเลย!

ลำธารนางฟ้า ช่วงต้นๆที่มีต้นไม้ปกคลุม มีสายน้ำให้เราเดินคลายร้อน ตรงนี้อ่ะสวย น่าถ่ายรูป แต่พอหลังจากจุดจ่ายเงินค่าเข้าปุ๊บ ไม่น่าไปละ เพราะมันร้อน มีแต่หินแต่โคลน ถ่ายรูปแล้วไม่ว้าวด้วย แนะนำว่าถ้าจะมาเที่ยวนี่ ไปเฉพาะด้านหน้าพอ 

จากนั้นคุณไกด์ก็พาเราไปกินเฝอที่ร้านหนึ่งที่เขาแนะนำ มีเฝอเนื้อและเฝอหมู เฝอเนื้อน้ำซุปใส เฝอหมูน้ำซุปข้นแดง แต่อร่อยมาก เส้นและเนื้อเยอะด้วยแก ราคาถ้วยละ 14,000 VND เท่านั้น

จบแล้วสำหรับรีวิวการท่องเที่ยวในมุยเน่ เรื่องนี้ฉันไม่ได้เขียนแค่รีวิวสถานที่ไง ฉันรีวิวนิสัยคนเวียดนามที่ฉันเจอ เดี๋ยวจะแถมกลโกงที่ฉันพบเจอในมุยเน่อีกนิดนึงเนอะ 

หลังจากที่พวกเรากินเฝอเสร็จแล้ว เราจะบอกให้เขาไปส่งที่คิวรถตู้ FUTA แต่คุณไกด์ไม่พาไป ดันพาไปที่คิวรถตู้ Anh Phu แทน หึ สงสัยไปดีลกันแล้วสินะ ตอนที่ซื้อตั๋วตอนแรกฉันเห็นเขากดเลขที่ 120,000 VND แต่พอเขารู้ว่าเราพูดเวียดนามไม่ได้นะ 140,000 VND ทันทีแก อยากจะแหมไปถึงดาวพลูโตจริงๆ แหมมมมมมม (อินฟินิทีฟ) แล้วตอนสนทนา อีแม่หัวร้อนใส่พวกเราอีกแล้วจ้า เขาถามว่ามีแบงค์ย่อยมั้ย (กูมีเงินไม่พอทอนพวกมึงเนี่ย) เราบอกไม่มีจ้า (พร้อมแบะกระเป๋าตังให้นางดู) แล้วก็ไล่ให้พวกเราไปรอที่ร้านกาแฟข้างๆ 
คือมึง ร้านกาแฟอยู่ข้างๆ แต่เจ้แกชี้ตรงนู่นนนนนนนน ตรงอีกฝั่งถนนน่ะนะจนกระทั่งรถบัสนั่งมา ซึ่งเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ จุดพีคคือคนขับขับรถได้รุนแรงมากค่ะ คือถนนมันไม่ดีอยู่แล้ว ยังจะขับโหดอีก ทำให้รถสะเทือนตลอดเวลาเลย คนขับคือดอมินิกใช่มั้ย ตอบบบบ (นั่งสั่นหัวระริกจนเป็นลมตาย) 

โอเคแกจบเถอะ ฉันเหนื่อย เชื่อเถอะว่าเรื่องบ้าๆจะไม่จบแค่ที่นี่แน่นอน 
ที่ดาลัตก็มีค่ะคุณ ฉันเคยด่าพวกนางกลับไปแล้วนะ คิดแล้วเดือดค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คนเวียดนามทุกคนที่ขี้โมโห ชอบตะโกนแบบนี้นะคะ หลายคนก็น่ารัก พูดจาดีๆเหมือนกันก็มี ก็น่าชื่นชมกันไป

ไว้เจอกันในดาลัตนะ จุ๊บ 😘
SHARE
Writer
Jungjune
Experience Teller
อยากทำงานเกี่ยวกับงานเขียน ก็เลยมาฝึกเขียนเรื่องราวในนี้

Comments