บทวิจารณ์ภาพยนตร์ Never Let Me Go ครั้งหนึ่งของชีวิต ขอรักเธอ
" ถ้าคนเรารู้ล่วงหน้าว่าเราจะมีเวลาอยู่ร่วมกันกับคนที่เรารักสั้นเหลือเกิน ถ้าเราตะหนักรู้เช่นนั้น เราคงไม่ปล่อยให้กระแสที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นความน้อยใจ โกรธเคือง หรืออารมณ์อื่น ๆ มาทำให้เราแยกจากกัน "

Never Let Me Go เป็นหนังที่เล่าเรื่องผ่านมุมมองของเคธี่ (Carey Mulligan) โดยเหตุการณ์ทั้งหลายเริ่มต้นขึ้นในโรงเรียนเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งซึ่งอบรมสั่งสอนเด็ก ๆ ว่า พวกเขามีวัตถุประสงค์ของการเกิดมาชัดเจน หรือพูดอีกอย่างคือ พวกเขามีหน้าที่ตั้งแต่เกิด คือเมื่อพวกเขาถึงวัยอันสมควรจะต้องบริจาคอวัยวะให้กับผู้อื่น (พล๊อตเรื่องแจ่มไหมล่ะ อิอิ) แต่เมื่ออยู่ในวัยเด็กต้องเรียนหนังสือ เรียนศิลปะ และเรียนการแสดงบทเรียนจำลองของชีวิตในโลกนอกโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไป และเมื่ออายุ 18 ก็ถึงเวลาออกจากโรงเรียนไปอยู่ข้างนอก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบริจาคอวัยวะต่อไป

ตัวละครหลัก ๆ มี 3 ตัวคือ รูท ( Keira Knightley), เคธี และ ทอมมี่ (Andrew Garfield) ทั้งสามคนเชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนาด้วยสายสัมพันธ์ที่ซับซ้อนตั้งแต่ยังเด็ก พวกเขาทั้งสามสนิทสนมกันอย่างลึกซึ้งจนกลายเป็นรักสามเศร้าที่น่าเศร้าใจ ความสัมพันธ์อันน่าอึดอันนี้เองที่ทำให้บั่นทอนจนเยื่อใยที่สั่งสมกันมาตั้งแต่เด็กต้องแตกร้าวพังทลายในที่สุด

ผ่านไป 10 ปี ทั้ง 3 คนมีชีวิตไปคนละทาง และในวันที่ชีวิตต้องเดินตามเส้นทางที่ถูกลิขิตไว้ พวกเขาได้มีโอกาสพบกันอีกครัง แต่การพบกันครั้งนี้เป็นการพบกันเพื่อนับเวลาถอยหลัง เป็นความร้าวรานที่เลือกไม่ได้ แม้พวกเขาจะพยายามดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนแปลงมันแล้วก็ตาม

หนังเรื่องนี้เป็นพล๊อตเรื่องที่ล้ำหน้า แต่ก็ใกล้พอที่จะทำให้เราต้องกลับมาทบทวนกันว่า ศีลธรรมกับวิทยาศาสตร์มันไปด้วยกันได้หรือเปล่า ถ้าเราสร้างสรรค์ผลงานทางวิทยการที่ก้าวหน้าแก้ไขข้อบกพร่องของมนุษย์ แต่ทำลายศีลธรรมในใจเราลง เช่นเดียวกับการที่สร้างโคลนนิ่งสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมาเพียงเพื่อใช้เป็น อะไหล่อวัยวะเหมือนในหนังเรื่องนี้ ( รู้สึกว่าแนวคิดนี้จะเคยถูกเสนอขึ้นในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ และถูกวิพากวิจารณ์กันอย่างมากมายในยุคหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ในที่สุดก็ต้องล้มเลิกไป เพราะมีคนแย้งกันเยอะ พวกเขายอมรับไม่ได้กับแนวคิดไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ )

กลับมาที่หนังต่อ ขณะดูเรื่องราวของ 3 คนนี้ ก็อดคิดแบบคนเห็นแก่ตัวว่า ทำไมไม่หนี ทำไมยอมจำนนแบบนั้น ถ้าเป็เราคง บลา บลา บลา ... แต่เมื่อได้ดูจนจบก็เข้าใจหลายเรื่อง ถ้าหากชีวิตเราถูกกำหนดว่าเรามีหน้าที่ที่จะทำอะไร สิ่งที่ต้องทำ คือ ทำมันให้ดี ยอมรับมันเหมือนเคธี ทอมมี่ และรูธ ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กในโรงเรียน เราเชื่อว่าทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ลูก หน้าที่นักเรียน หน้าที่พลเมือง หน้าที่สามี ฯลฯ นี่คือคุณค่าของการเกิดมา

ชีวิตของคนเราสั้นกว่าที่คิด ไม่มีใครรู้ว่าความตายจะมาถึงเมื่อไหร่ บางครั้งเราอาจดำรงชีวิตด้วยความประมาท ชะล่าใจว่ายังมีเวลาอีกเยอะที่จะทำในสิ่งที่รัก ที่อยากทำ หรือแม้การทำดีกับคนที่เรารัก แต่แท้จริงชีวิตไม่ได้เป็นอย่างนั้น และการเลือกทำ หรือไม่ทำอะไร มีผลกับชีวิตเสมอ
SHARE
Writer
Khalishchafiq
human
all men are created equal

Comments