คุณครูฟันน้ำนม
นานมาแล้ว
มีชายหนุ่มผู้หนึ่งประกอบอาชีพที่มีหน้าที่สร้างรอยยิ้มให้เหล่าเด็กๆ
 
ชายผู้นี้แต่งหน้าตาแปลกประหลาด 
เขาทาหน้าขาว ทาปากและจมูกด้วยสีแดง ผมย้อมด้วยสีสันที่ดูสดใส และเขายิ้มอยู่ตลอดเวลาที่เข้างาน

อาชีพของเขาคือ 
ตัวตลก

ตัวตลกคนนี้ทำงานเข้ากะช่วงบ่าย
ช่วงเวลาที่สวนสนุกมีลูกค้ามากมาย 
ช่วงเวลานาทีทองของเหล่าเครื่องเล่นต่างๆ
แต่เป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากของพนักงานคนนี้เพราะว่า ทำงานกลางแจ้งช่วงเที่ยงวันทั้งร้อน และอบอ้าว


ช่วงบ่ายของสวนสนุกกลางแจ้งนั้นร้อนอบอ้าวมากๆ

แต่เขาก็ไม่เคยบ่น
แม้ว่าชุดของเขาจะหนาและรัดกุมเพียงใด แต่เหงื่อภายใต้ชุดสีสดใสนั้นไม่ได้ทำให้แรงในการทำงานของเขาลดลงแม้แต่น้อย

เขาดีใจเสมอที่ได้เห็นรอยยิ้มของเหล่าเด็กๆ

นอกจากการยืนแจกลูกโป่งและขายขนมหวานแล้ว
หน้าที่เสริมของเหล่าตัวตลกที่ยืนประจำตำแหน่งนั้นคือ 

การช่วยเหล่าเด็กน้อย
ที่พลัดหลงจากผู้ปกครอง


 ให้ถึงมือพ่อแม่อย่างปลอดภัย

เขาทำงานอยู่ทุกวัน และเจอเด็กหลงทางอยู่ทุกวันเช่นกัน

เด็กบางคนร้องไห้ไม่ยอมพูดจา 
บางคนก็หวาดกลัวเขา 
ทำให้เขาต้องใช้ขนมและลูกโป่งในมือช่วยในซื้อใจเด็กน้อยพวกนั้น 

แต่เพียงแค่นั้นมันยังไม่พอ...
เพราะเด็กมักไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า การจะเข้าหาเด็กได้นั้นต้องค่อยๆเจรจา

เทคนิคที่เขาใช้ คือการเจรจาด้วยเรื่องเล่า
เขาเป็นคนที่มีความสามารถในการเล่าเรื่องเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่เจอเด็กหลงทางยืนร้องไห้อยู่ท่ามกลางฝูงชน เขาจะเดินเข้าไปหาและพูดว่า 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

เด็กน้อยถูกดึงความสนใจด้วยเรื่องเล่าและรอยยิ้มของเขา หยุดร้องไห้รับฟังนิทานพร้อมกับขนมและลูกโป่ง เขาเล่านิทานเรื่องโปรดของเขาไม่ซ้ำกัน เล่าอย่างมีเสน่ห์จนเด็กหลงทางวางใจเขาและยอมให้เขาพาไปส่งผู้ปกครอง

เขาได้รับรอยยิ้มและคำขอบคุณของเด็กน้อยเป็นรางวัล พร้อมๆกับสายตาอ่อนโยนของเด็กน้อยมองตรงมาที่เขา 
ในขณะที่เด็กคนนั้นจูงมือผู้ปกครองและเดินจากไป

นั้นเป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่มาพร้อมการลาจากของเขากับเด็กคนนั้น เขามีหน้าที่พาเด็กหลงให้มาถึงที่ปลอดภัยเท่านั้นเอง

ด้วยความสามารถในการเล่าเรื่องและเป็นพี่เลี้ยงที่ดี ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียง เด็กบางคนมาที่นี้เพื่อมาฟังเรื่องของเขา เขายินดีเล่าด้วยรอยยิ้มเสมอ นิทานดีๆ โลกในจินตนาการที่สวยงามและสมวัยกับเด็กตัวน้อยๆ

แต่ชื่อเสียงนั้นไม่ยั่งยืน 
และความนิยมไม่เคยอยู่กับใครอย่างถาวร


ไม่นานเรื่องเล่าของเขาก็ถูกลืม 
ตัวตลกที่เล่าเรื่องทุกวันต้องมีสักวันที่เขาเล่าเรื่องซ้ำออกมา

เขาถูกเด็กน้อยที่มาฟังเรื่องเล่าของเขาพูดคำว่า เบื่อ !! ใส่เขา
พูดคำว่า ไม่สนุก ไม่เห็นมีอะไรดีและแปลกใหม่ เลย 

แม้ใจของตัวตลกจะบอบช้ำ แต่สีหน้าที่เขาจะแสดงออกมาให้เด็กน้อยเห็นได้ มีเพียงแต่รอยยิ้ม และคำว่า ไม่เป็นไร เท่านั้น

วันหนึ่ง
เขาทำงานแจกลูกโป่งอยู่เช่นเคย
เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถือลูกกวาดยืนอยู่คนเดียว ท่ามกลางฝูงชนที่เดินแออัดอยู่ในสวนสนุกแห่งนี้ 

เขาคิดว่าเด็กคนนี้หลงทางอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปหาเธอและพูดประโยคประจำที่ใช้กับเด็กหลงทางว่า กาลครั้งหนึ่ง

เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหาผู้ปกครอง เธอยืนกินลูกกวาดและรับฟังเรื่องเล่าของเขา นิทานโลกสวยในจินตนาการ จนจบ

...เมื่อตัวตลกเห็นว่าเด็กคนนี้ไม่งอแง เธอคงพร้อมที่จะไปหาผู้ปกครองแล้ว เขาจึงพูดว่า

ไปหาผู้ปกครองกันเถอะ

แต่เด็กคนนี้กลับส่ายหน้าแล้วพูดว่า 

คุณโกหกเรื่องของคุณไม่จริง 
แม่ไม่ให้หนูไว้ใจคนโกหกค่ะ
ฉะนั้นหนูไปกับคุณไม่ได้


...เป็นครั้งแรกที่มีเด็กพูดแบบนี้กับเขา
เขาคิดว่าเด็กคนนี้อาจจะไม่ชอบเรื่องนี้ที่เขาเล่าก็ได้

เขาจึงเล่าเรื่องที่สอง
: คุณโกหก
เขาเล่าเรื่องที่สาม
: คุณโกหก

เด็กคนนี้ยังไม่เชื่อใจเขา
เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆกันเด็กคนนี้ ย่อตัวลงและพูดกับเธอว่า

ลุงไม่มีเรื่องจริงที่สวยงามให้หนูฟัง 
ลุงไม่มีความสุขเหมือนกับเจ้าชายและเจ้าหญิงในนิทาน
หนูยังอยากฟังเรื่องจริงของลุงอยู่ไหม ?

ตัวตลกหมดหนทาง
เขาไม่สามารถซื้อใจเด็กคนนี้ด้วยนิทานและเรื่องเล่าที่สวยงามได้
เขาจึงเล่าเรื่องจริงของเขาให้เธอฟัง

เรื่องจริงที่เขาทำงานเป็นตัวตลกที่แสนดีมีแต่รอยยิ้มให้กับเด็กๆ แต่ว่าความจริงในแต่ละวันของเขานั้นเหนื่อยมาก 

การทำงานภายใต้ชุดร้อนๆ และเครื่องสำอางที่เลอะเทอะบนใบหน้าที่ถูกเติมแต่งนี้ 


ครั้งนี้ตัวตลกเล่าโดยที่เขาไม่ได้ยิ้ม

เด็กผู้หญิงคนนี้ได้รับฟังเรื่องของเขาจนจบและบอกกับตัวตลกว่า


พาหนูไปหาคุณแม่หน่อยได้ไหมคะ
เขาได้รับความไว้วางใจจากเธอแล้ว
ตัวตลกคนนี้จูงมือเด็กผู้หญิงถือลูกกวาด และกำลังเดินหาผู้ปกครองของเธอ

ระหว่างที่ทั้งคู่เดินด้วยกันอยู่
ตัวตลกเกิดสงสัยว่า ทำไมเด็กคนนี้ถึงรู้ว่านิทานสวยงามของเขาเป็นเรื่องแต่ง 

เขาจึงถามกับเธอว่า

: ทำไมหนูถึงรู้ว่าลุงเล่าเรื่องแต่งขึ้นหรอ ?

เด็กสาวถือลูกกวาดหันขึ้นมามองตัวตลกและพูดตอบกับเขาว่า

เพราะแม่สอนหนูไว้ว่า


มันไม่มีเรื่องจริงเรื่องไหนที่มันจะจบสวยงามโดยไม่ต้องพยายามเหมือนนิทานที่ลุงเล่าไงคะ

แม่บอกหนูว่าถ้ามันจะจบลงด้วยดีได้ 
ทุกอย่างต้องมาจากความพยายาม การฝ่าฟัน และเวลาทั้งสิ้น 

และอีกอย่างก็คือ 
คุณยิ้มอยู่ตลอดไงคะหนูถึงรู้ 
เนื่องจากเรื่องจริงมันไม่ได้สวยงาม ฉะนั้น ไม่มีใครยืนเล่าเรื่องจริงโดยที่ยิ้มอยู่ตลอดเรื่องแบบคุณได้หรอกค่ะ

...เธอเป็นเด็กที่ถูกสอนมาเป็นอย่างดีจริงๆ

จากนั้นเด็กสาวก็ยิ้มกว้างๆ 
ให้กับตัวตลกดู

คุณลุงตัวตลกดูความจริงของหนูสิคะ 
เนื่องจากหนูชอบกินของหวาน ฟันน้ำนมของหนูจึงผุและไม่น่าดูแบบนี้

แม่บอกว่านี้เป็นความผิดพลาดและความจริงที่หนูจะต้องเรียนรู้

แต่ฟ้านั้นให้โอกาสทุกคนได้แก้ไขอีกครั้งเสมอ

หนูมีโอกาสอีกครั้งที่ฟันแท้ขึ้น 
เมื่อฟันแท้ของหนูขึ้นมา
หนูจะแปลงฟัน ปกป้องและดูแลมันให้ดีที่สุด เพื่อที่จะไม่ได้ผิดพลาดเหมือนครั้งแรกที่หนูไม่ทันระวังตัวนี้

เด็กสาวถือลูกกวาดได้สอนเรื่องที่ดีให้กับตัวตลกคนนี้

ครั้งนี้น่าจะเป็นเขาเองที่ต้องขอบคุณ

ทั้งคู่เดินจูงมือกันได้ไม่นานก็ได้พบกับแม่ของเธอ แม่ของเธอที่ดูจะเกรียวกราวอยู่ตลาดเวลา ดูท่าว่าคุณแม่จะไม่ค่อยพอใจที่มีผู้ชายมาจับมือลูกสาวแสนรักของเธอ

คุณแม่บอกขอบคุณตัวตลกที่มาส่ง และอุ้มลูกสาวของเธอกลับไป
ตัวตลกมองส่งท้ายเด็กสาวถือลูกกวาดที่หันมามองเขาและโบกมือบ๊ายบาย

บ๊ายบายหนูน้อย 
เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเป็นครั้งที่สอง
แต่มันก็ไม่แน่นะ ขนาดฟ้ายังให้ฟันมนุษย์มาสองชุด 
ฟันน้ำนมเอาไว้ทดลองในวัยเด็กที่ซุกซน และฟันแท้ที่จะอยู่กับเราไปชั่วชีวิต

ฟันน้ำนม แม้จะอยู่ไม่นานแต่ก็สำคัญ มันทำให้เรารู้จักที่จะดูแลรักษาฟันแท้ให้ดีกว่าครั้งที่ยังเป็นเด็กน้อยชอบของหวาน

ฟันแท้ที่เป็นสิ่งสำคัญชั่วชีวิต ถ้าไม่อยากผิดพลาดแบบฟันน้ำนมก็ควรจะดูแลมันให้ดีกว่าครั้งแรก โดยใช้บทเรียนจากฟันน้ำนม

ตัวตลกจึงได้เรื่องเล่ามาใหม่
เรื่องที่ดัดแปลงมาจากเด็กสาวถือลูกกวาด
เขาให้ชื่อมันว่า 
คุณครูฟันน้ำนม
เขาเอาไว้เล่าให้กับเด็กหลงทางคนอื่นๆฟัง เพื่อที่จะนำทางเด็กหลงเหล่านั้นมาพบกับหนทางที่ดี


สักวันตัวตลกคงได้พูดขอบคุณเธอในวัยสาว

ปล. แต่งดีบ่ พรุ่งนี้ไปเที่ยวแล้ว คงจะแอบโดดเด็กฝึกเหมือนเดิมแน่ๆเลย อย่าแปลกใจที่หายไปวันสองวันนะ
SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน

Comments