เรื่องเล่าเล็กๆในปีนัง4


Penang hill  เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ย​วที่ต้องการจะมาชมธรรมชาติและแสงสีของเมืองปีนังในมุมสูง​   เราจะได้ชมแสงสีของเมืองและพระอาทิตย์​ตกในตอนเย็น​  และกิจกรรมมากมายที่เราจะได้ขึ้นไปเล่นบนนั้นได้... 



ในวันหยุดสุดสัปดาห์​ เรา​ เพลงและแม่ต้องการจะหาที่ท่องเที่ยวเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ​และเปิดประสบการณ์​ใหม่​ เราจึงได้ตกลงกันว่าจะช่วยกันหาสถานที่​เหมาะๆในการเที่ยวนี่  น้องเพลงเสนอที่จะไปที่ปีนัง​ ฮิลล์(ซึ่งน้องแกก็เคยไปมาหลายครั้งแล้ว)​ ซึ่งเราและแม่เองก็เห็นด้วยกับโปรแกรม​การเที่ยวนี้  ในตอนเช้าเราพากันไปเที่ยวที่ฮินบัส​ ตลาดงานศิลปะและที่เวิร์คช็อป​งานศิลป์​ เราใช้เวลาอยู่ที่นั้นจนถึงบ่ายๆ​  ก่อนที่จะเริ่มขยับก็ช่วงบ่ายสองกว่าๆ​ ที่เราเรียกgrabไปที่ปีนังฮิลล์  (คุณ​สามารถ​นั่งรถเมย์สาย201และสาย204ไปได้​ โดยนั่งไปจนสุดสาย)​ เมื่อไปถึง  เราต้องไปซื้อบัตรก่อนโดยราคาของผู้ใหญ่​ชาวต่างชาติประมาณ​30RM  และราคาเด็ก15RM  แล้วจะต้องขึ้นรถรางขึ้นไปด้านบน​ เราแนะนำให้ไปนั่งตรงแถวหน้าๆ​ เพราะจะได้เห็นวิวตอนขึ้นไปได้ด้วย​  ใช้เวลาไม่นานเราก็ถึงจุดชมวิวด้านบน​ อากาศ​บริสุทธิ์​และไอเย็นจากฝนที่ตกไปเมื่อวานทำให้อากาศ​วันนี้เย็นสบายไม่ร้อนเกินไป​  เราพากันเดินออกจากรถไฟที่มีคนอัดแน่นยิ่งกว่าปลา​กระป๋อง​ วิวจากมุมสูงทำให้เรามองเห็นภาพของเมืองในมุมกว้าง​  น้องเพลงบอกกับเราว่าต้องรอตอนที่พระอาทิตย์​กำลังจะตกแสงจะสวยมาก​  ซึ่งเราก็ตกลงกันว่าจะอยู่กันยาวจนถึงพระอาทิตย์​ตก​  แม่พาเราทั้งสองเดินเล่นไปเลื่อยๆ​ มีจุดให้หยอดเหรีีย​ญเพื่อใช้กล้องส่องทางไกล​  เดินไปอีกหน่อยก็เป็นมุมถ่ายรูปและมีบริการ​วาดรูปเหมือนที่คนต่อแถวกันยาว​ (อันนี้เสียตังค์​เช่นเดียวกัน)​  



เราทั้งสามเดินไปตามกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าของเรา​  พอเดินตรงมาเรื่อยๆก็จะเป็นจุดกึ่งกลางหรือก็คือศูนย์กลาง​ของปีนังฮิลล์นั้นเอง​ ทางฝั่งซ้ายมือของเราจะเป็นโรงอาหารและโรงนก​  ส่วนทางขวามือจะเป็นจุดชมวิวและมีที่ให้ใส่กุญแจกับสะพานสำหรับคนที่มาเป็นคู่หรือมากับแฟนหรือที่เรียกกันว่า​ลานแห่งความรัก​ และยังคุมธีมสีชมพูแดงทั้งลานเลยก็ว่าได้ จุดนี้ทำเอาเราแอบหมั่นไส้​นิดๆ​ 5555​  บ้าน่าไม่ได้อะไรหรอกแค่มันค่อนข้างจะแพงสุดๆเลย​ เราแอบเอ่ยแซวกับแม่ว่าออกไปซื้อกุญแจ​ข้างนอกมาติดกันเถอะ5555

ที่นี้มีหลายจุดที่สามารถ​ขึ้นไปชมวิวและนั่งเล่นได้ไม่จำกัดเวลานั้นเอง​  เรียกว่าสบายสุด​ๆ​  แล้วถามว่าเราจะเห็นอะไรบ้าง​ 


เราก็จะเห็น​สะพานปีนัง​ ภูเขา​ บ้านเรือน​ และตกเย็นๆจะเห็นสีท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปรวมทั้งพระอาทิตย์​ตกดินด้วย​  เราได้เดินไปตรงจุดชมวิว280องศา​หรือก็คือจุดชมวิวพาราโนมา  sky walk  


และที่สำคัญยังมีวัดฮินดูที่ตั้งอยู่ด้านบนด้วยเช่นกัน​ มีสนามเด็กเล่นและวัดที่ตั้งอย่างสง่างาม​ ไม่เสียค่าใช้จ่าย​เรียกว่าเข้าไปชมกันได้เลย​ และถัดไปข้างๆก็จะเป็นมัสยิด​เดี่ยวที่ตั้งอยู่ไม่ไกลเช่นเดียวกัน​ 



หลังจากที่เราเดินขึ้นไปชมวัดวาอาราม​เสร็จเรียบร้อยยังมีเวลาอีกเกือบชั่วโมงก่อนที่พระอาทิตย์​จะตก   เราจึงตัดสินใจลองไปเดินตามเส้นทางธรรมชาติ​ของที่นี้​  แน่นอนอากาศ​ดีและต้นไม้สูงใหญ่​  สมกับความเป็นธรรมชาติ​ที่อุดมสมบูรณ์​สุดๆ​  อย่างกับมาเดินเขาใหญ่555​  


เราพากันเดินเก็บบรรยากาศ​และถ่ายรูปไปตามจุดต่างๆ​ เพียงไม่นานพระอาทิตย์​ก็ใกล้จะตก​ เราลากแม่กับน้องเพลงให้รีบไปดูที่จุดชมวิวให้ทันเพื่อจะได้เก็บภาพ​แสงสีตอนนั้นทัน​ช่วงเวลานั้นเป็นอะไรที่ถ่ายรูปสวยสุดๆแล้ว​  ไม่ว่าจะแสงสีชมพูม่วงและฟ้าตามลำดับ​  






เรากับเพลงกำลังนั่งพิงกำแพงมองดูท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี​ สายลมบางๆที่พัดผ่านทำให้ไม่ร้อนออกจะหนาวๆด้วยซ้ำำ​ เสียงพูดคุยจอแจดังขึ้นเบาๆจากกลุ่มนักท่องเที่ยว​  และเสียงหัวเราะของเด็กๆที่กำลังวิ่งเล่นอยู่บริเวณ​รอบๆ​  


.
.
.

เราทั้งสามนั่งมองท้องฟ้า​ ท่ามกลางคนนับร้อยที่อยู่รอบๆ



SHARE
Written in this book
Penang story

Comments