การพักตัว
การพักตัวของเมล็ด (Dormancy) หมายถึง ช่วงที่เมล็ดพืชยังไม่พร้อมที่จะงอกขึ้นเป็นต้นพืชต้นใหม่

การพักตัวของเมล็ดเป็น 1 ในความมหัศจรรย์ของพืช 
ต้นไม้ผู้ฉลาดเฉลียวสร้างกลไกนี้ขึ้นมาด้วยตนเอง เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์

เมล็ดพืชแต่ละชนิดมีระยะการพักตัวที่ต่างกัน

บางชนิดพักตัวได้ไม่นาน บางชนิดสามารถพักตัวได้เป็นปี เราสามารถเก็บเมล็ดพืชไว้ปลูกต่อไปในปีถัดไปได้เลย

ผู้เขียนขอไม่ลงรายละเอียดในเชิงวิชาการ แต่จะของมาเล่าให้ฟังถึงความจำเป็นที่เมล็ดพืชต้องมีการพักตัวนี้

เหตุผลที่เมล็ดถูกวางบนพื้นดินแล้วไม่ยอมงอกเป็นต้นกล้า 
ก็เพราะมันรู้ตัวเองดีว่า 
ถ้างอกเวลานี้มันจะตาย
ตัวอ่อนที่อยู่ภายในเมล็ดนั้นฉลาดมาก สามารถรับรู้สภาพอากาศ อุณหภูมิ และความชื่นภายนอกได้ ถ้าหากว่าสภาพภายนอกไม่เหมาะสม 

พวกมันจะไม่ยอม
งอกออกมาตายข้างนอกเด็ดขาด
มันจะเก็บตัวอยู่ภายในเมล็ดของมันอย่างปลอดภัย คอยดูแลรักษาตัวเองอยู่ในนั้น 

ขอยกมะพร้าวเป็นตัวอย่าง
ลูกมะพร้าวที่ตกลงในน้ำทะเล แม่มะพร้าวผู้ฉลาดเฉลียวออกแบบโครงสร้างของลูกตัวเองให้สามารถลอยน้ำได้ 

ถ้าลอยอยู่บนน้ำทะเลลูกมะพร้าวจะยังไม่งอกตัวเองออกมา รอคอยเวลาที่คลื่นลมเป็นใจพัดพาลูกมะพร้าวลูกนี้ขึ้นสู่ชายฝั่ง

เมื่อมีพื้นทรายเป็นที่อยู่แล้ว ตัวอ่อนก็จะพยายามงอกตัวเองออกมา ฝั่งรากของตัวเองลงไปในผืนทรายนั้น ชูยอดอ่อนขึ้นมาเพื่อรับแสง ใช้ใบเป็นครัวทำอาหารเลี้ยงชีพ เติมโตขึ้นมาเป็นต้นไม้ใหญ่และสอนลูกๆของตนเองให้รู้จักการพักตัว รอเวลาที่เหมาะสม 

เวลาที่พื้นดินนั้นมั่นคงพอ พื้นดินที่เป็นของเราเพียงคนเดียว ให้ธาตุอาหารและพื้นที่รับแดดกับเราอย่างเต็มที่ เราค่อยตกลงปลงใจเลือกพื้นดินนั้นแล้วอยู่กับที่จนวันตาย

มนุษย์ผู้คิดว่าตนเองฉลาดกว่าต้นไม้ วิจัยและหาวิธีทำลายการพักตัว เรียกให้ต้นอ่อนงอกออกมาทันทีตามที่พวกเขาตั้งใจ 

หาอุณหภูมิ หาความชื้น ที่เหมาะสมกับเมล็ด แล้วทำให้ต้นกล้างอกออกมา

...ซึ่งพวกเขาก็ทำสำเร็จ พวกต้นกล้างอกออกมาก่อนที่จะเจอดินที่เหมาะสมเสียอีก แต่ไม่ใช่ว่าเมล็ดและต้นกล้าจะไม่รู้ว่านี้เป็นอุณหภูมิจำลองที่มนุษย์สร้างขึ้นนะ 
ต้นกล้ารู้
แต่ที่ต้นกล้ายอมงอกออกมาก็เพราะว่ามนุษย์จะปลูกและเลี้ยงพวกเราต่อในดินที่ไหนสักที่ ให้อาหารให้น้ำแก่เราจนเราสามารถเติมโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรงได้

เห็นไหมครับว่าที่เมล็ดยังไม่ยอมงอกนั้นก็เพราะว่าเขาเรียนรู้ที่จะเลือกดิน 
อากาศ และเวลาที่เหมาะสม ให้ตัวเขาในอนาคตนั้นมีชีวิตที่ดีได้


ต้นไม้นั้นให้ข้อคิดกับเรา 
บางครั้งตัวเราเองก็ยังไม่พร้อมที่จะงอกต้นรักหรือผูกความสัมพันธ์กับดินที่ยังไม่พร้อม เราอย่างเพิ่งรีบเอาตัวเองออกมาจากเกราะป้องกันของเรา เราปล่อยให้เปลือกหุ้มเมล็ดคุ้มกันเราไปก่อน

ถ้าหากเรารีบร้อนออกมาก่อนเวลาแล้ว ฟ้าดินมักไม่เป็นใจให้ต้นรักที่รีบร้อนต้นนี้ 
โชคชะตากลั่นแกล้งต้นรัก นำพาพายุฝนมาโถมกระหน่ำ ลมพายุพัดเมล็ดและต้นกล้าที่ยังไม่แข็งแรงออกจากผืนดินที่มันเลือกแล้ว รากน้อยๆ ที่เพิ่งได้สัมผัสพื้นดินนั้นไม่แข็งแรงมากพอที่จะยึดตัวเองและต้านทานต่อแรงพายุจนต้องหลุดลอยออกจากพื้นดินไป

รากแก้วที่ขาดไม่สามารถซ้อมแซมได้ 
ชีวิตต้นกล้านั้นจะต้องจบลง

แต่ถ้าเราเลือกที่ดินแล้ว
เมล็ดถูกวางบนพื้นดินแล้ว เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง
เวลาที่ฟ้าโปร่ง แดดกำลังเหมาะสม เมล็ดพันธ์ุสมบูรณ์แข็งแรง


เมื่อวันนั้นมาถึง

จงงอกออกมานะเจ้าต้นกล้าเลือกดินนี้เป็นที่พักพิงของเจ้า ฝั่งรากแก้วที่ลึกเกินกว่าลมพายุจะพัดพาได้ วางใจพื้นดินนี้และ “จงเติบโตเป็นต้นรักที่งดงาม”

ปล.อาการป่วยดีขึ้นสงสัยฟ้าฝนคงจะเริ่มเป็นใจให้นายสูญเสียได้ออกเที่ยวอีกครั้งแน่นอน

(ผมจำได้ว่าคุณไม่ชอบกลิ่นมะพร้าว)
แต่หยิบมะพร้าวมาเป็นตัวอย่างที่ดีได้ เพราะคุณอยู่แถวทะเลหน้าจะเห็นมันได้ชัดดี

นายสูญเสียจะได้เดินชายหาดวิจัยต้นมะพร้าวกับชุดว่ายน้ำ แล้วกลับมาเขียนเรื่องดีๆ ให้คนที่ชอบแอบอ่านแล้วไม่กด like ได้อ่านในเวลาว่างๆต่อ

ขอให้โชคดีกับทุกวัน และสักวันเวลาที่เหมาะสมนั้นจะเป็นของคุณ 


รักผู้อ่านเสมอไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ใจคนเขียนจะหมดฤทธิ์สำแดง
ถ้าไม่กดหัวใจสีเหลืองมิใช่สีแดง
ที่อยู่บนหน้าจอมือถือของคุณ

# กลอนไร้สัมผัสเสี่ยวๆ ของผู้ป่วยคนหนึ่ง
เรื่องนี้แต่งโดยนายสูญเสีย

SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน

Comments