[2Short] Ramyeon (Yujin x Eunbi) - 2 (END)

"ยูรักพี่"

"มันเป็นคำตอบตรงไหนคะ"

"ตรงที่ยูไม่เคยพูดคำนี้กับใคร"
 
สิ่งแรกที่ยูจินคิดตอนที่ก้าวเข้าไปคือห้องกว้างๆ นี้ช่างดูไร้ชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูก พื้นกระเบื้องเย็นเฉียบทะลุถุงเท้าหนาของเธอ แต่ยูจินก็ก้าวต่อไปโดยไม่ได้สนใจอะไรมันนักก่อนอึนบีจะหยิบสลิปเปอร์ใหม่เอี่ยมมาวางให้เธอสวม แสงจากหลอดไฟนีออนที่ไม่ค่อยสว่างแล้วและใช้เวลานานกว่าจะติดบ่งบอกว่าถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนใหม่สักที บรรยากาศครึ้มๆ เพราะฝนกำลังตกหนักข้างนอกพาให้ห้องดูหม่นหมองเข้าไปใหญ่...มันดูเงียบเหงาและโดดเดี่ยวเหมือนกับเจ้าของมัน


ยูจินนั่งลงกับโซฟาที่ดูเหมือนไม่เคยถูกใช้มาก่อนตามที่เจ้าของห้องเชิญชวน ผิดกับโซฟาเดี่ยวที่อยู่ข้างกัน มันเหมือนอีกคนเลือกนั่งแต่ตัวนั้นแล้วปล่อยให้โซฟายาวที่ดูนั่งสบายกว่าถูกทิ้ง อึนบีวางผ้าขนหนูกับชาร้อนบนโต๊ะไม้ญี่ปุ่นให้ยูจิน เธอยกมันขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะตั้งใจเช็ดผมที่ชื้นของตัวเอง


"ตัวนี้น่าจะใส่ได้นะคะ" อึนบียื่นเสื้อยืดแขนยาวตัวโคร่งให้ยูจิน "ห้องน้ำอยู่ทางนั้นค่ะ"


ชี้ทางให้ยูจินเสร็จ อึนบีก็เดินผ่านชั้นไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือต่าง ๆ ซึ่งใช้แทนผนังกั้นไปเปิดไฟที่โซนครัว ยูจินแปลกใจที่ส่วนนี้ดูมีชีวิตชีวาที่สุดในห้อง ดูท่าเจ้าของห้องจะใช้เวลาอยู่กับมันมากกว่าที่อื่น ๆ อุปกรณ์ทำครัวแขวนเรียงราย ขวดเครื่องปรุงหลากชนิดไม่ซ้ำกันตั้งอยู่บนเคาท์เตอร์ประกอบอาหาร เธอเพิ่งสังเกตว่าโต๊ะไม้เตี้ย ๆ ข้างหน้าเธอเองก็มีแต่หนังสือเกี่ยวกับอาหารแทนที่จะเป็นนิตยสารทั่วไป


หลังจากที่ยูจินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อออกมา เธอก็พบกับอึนบีที่กำลังง่วนกับการหาของในตู้เย็น มันดูเป็นมื้อใหญ่กว่าที่คิดและเหมือนจะไม่ใช่แค่รามยอนต้มน้ำร้อนแล้วตอกไข่ใส่แบบที่เธอชอบทำ…จะว่าไปแล้วที่ว่าชวนขึ้นมากินรามยอนนี่คือรามยอนที่เป็นรามยอนจริง ๆ ด้วยแฮะ


ยามที่อีกคนดูวุ่นวายการทำอาหาร ยูจินสัมผัสได้ว่าอึนบีนั้นดูมีความสุขที่สุดตั้งแต่ได้เจอกันถึงจะไม่ได้มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าแต่เธอรู้ว่าอึนบีกำลังผ่อนคลายและเธอที่เคยขี้เบื่อตอนนี้กลับเพลิดเพลินนั่งมองอีกคนอย่างลืมตัว ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ที่เหมือนไม่นานเลยสำหรับยูจิน อึนบีก็นำรามยอนที่มันดูดีกว่าภาพโฆษณาบนซองพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ และเครื่องเคียงอีกนิดหน่อยมาวางบนโต๊ะทานอาหาร


"ชิมดูก่อนได้นะ ไม่เคยให้ทำให้ใครทานน่ะค่ะ ปกติทำทานเองคนเดียว"


"พี่ทำน่ากินกว่ารูปบนซองอีก"


"ขอบคุณนะคะ" อึนบียิ้มน้อย ๆ ก่อนนั่งลงตรงข้ามยูจิน


บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น ตลอดช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารมีแค่เสียงฝนตกและลมที่ตีกระทบประตูกระจกตรงระเบียงห้องเป็นพัก ๆ ประกอบกับเสียงตะเกียบและช้อนกระทบถ้วยเล็กน้อย ถึงแม้ยูจินจะทำท่าทีสบาย ๆ แต่อึนบีคิดว่าบรรยากาศมันชวนอึดอัดและเธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มชวนคุยยังไง


"พี่เหงามั้ย อยู่ห้องกว้าง ๆ แบบนี้คนเดียว" เป็นฝ่ายยูจินที่พูดขึ้นมาทำลายความเงียบแทน


อึนบีชะงักมือที่กำลังจะคีบผักดอง เป็นคนที่เลือกเรื่องคุยได้น่ารักดีนะ…


แต่ถามว่าเหงาไหมหรอ…การอยู่คนเดียวในห้องขนาดใหญ่ นอนคนเดียวบนเตียงกว้าง นั่งทานข้าวคนเดียวที่โต๊ะสำหรับ 4 คน ทุก ๆ วัน มันก็ต้องเหงาอยู่แล้วแต่เธอเองก็ไม่ชอบความวุ่นวายเหมือนกัน อะไรที่มันอยู่ตรงกลางระหว่างนั้นเธอว่านั่นแหละคือความพอดีที่เธอชอบ ไม่วุ่นวายแต่ก็ไม่เงียบจนเกินไป


เด็กตรงหน้าเอาแต่ก้มมองตะเกียบในมือเหมือนรู้สึกผิดที่ถาม อึนบีเองก็ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง เธอเลยตอบคำถามกลับไปด้วยคำถามอีกที "มันเห็นชัดขนาดนั้นเลยหรอคะ"


"ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกแค่มันสัมผัสได้น่ะ แล้วพี่ก็ชอบไปนั่งที่ร้านของเอ็กซี่แทบทุกวันแถมอยู่จนดึกเลยเดาว่าพี่คงไม่ชอบอยู่ห้อง"


"ก็ไม่ชอบนั่นแหละค่ะ มันเงียบเกินไปชวนวังเวงน่ะ"


"แล้วพี่ไม่อยากกลับบ้านมั่งหรอ"


"ก็ไม่นะคะ"


เพราะบ้านเองก็ไม่ใช่สถานที่ที่น่าอยู่สำหรับเธอเหมือนกัน


ภาพจำตอนอยู่บ้านเธอไม่ค่อยจะมีอะไรดีสักเท่าไร เธอไม่ได้สนิทกับพ่อแล้วแม่ก็เสียไปตั้งแต่เด็ก พ่อของเธอที่เอาแต่ทำงานไม่มีเวลาให้และดูไม่ได้สนใจใยดีเธอเท่าที่ควร พ่อมักคาดหวังว่าเธอต้องเรียนเก่ง ต้องมีงานดี ๆ ทำ เพราะไม่อยากให้พ่อผิดหวัง เธอก็ต้องด้นรนเป็นในแบบที่พ่อต้องการ แต่พ่อไม่เคยชมในความพยายามของเธอ ถ้าเธอสอบไม่ได้คะแนนเต็มพ่อจะบอกให้เธอพยายามมากขึ้นแม้มันจะเป็นคะแนนสูงที่สุดในชั้นเรียน อย่าพอใจแค่นี้ถ้ามันยังดีขึ้นไปได้อีกคือประโยคที่พ่อพร่ำบอกเธอ
 

ในสายตาอึนบีพ่อเลยเป็นคนที่ดุและเข้มงวด พ่อไม่ชอบให้เธอร้องไห้ ทุกครั้งที่เธอร้องไห้พ่อจะปล่อยให้เธอร้องอยู่อย่างนั้น ร้องจนกว่าจะรู้ว่าต่อให้ร้องจนตายก็ไม่มีใครเข้ามาปลอบ พ่อบอกว่าการแสดงให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอคือการบอกจุดอ่อนให้เขารู้และเขาจะใช้มันเพื่อเอาผลประโยชน์จากเธอ อึนบีเลยไม่มีความคิดที่จะพึ่งพาใคร นั่นทำให้เธอไม่ค่อยมีเพื่อนเหมือนคนอื่น เธอเพิ่งจะมารู้จักกับคำว่าเพื่อนสนิทก็ตอนโซจองบอกกับเธอเนี่ยแหละว่าเราสนิทกัน

 
"ขอโทษที่ถามแบบนั้นนะ ยูเห็นพี่ไม่ค่อยยิ้มแล้วก็ดูเหงา ๆ " ยูจินพูดขึ้นหลังจากที่อึนบีบอกว่าไม่จบก็เงียบไปครู่ใหญ่


"อืม…" อึนบีลากเสียงครุ่นคิดหาคำพูดต่อบทสนทนา เธอไม่เคยได้รับสายตาแบบนั้นจากใคร แต่ที่ได้เห็นในแววตาของคนตรงหน้า มันเพียงพอจะให้เธอคิดไปเองว่าคือความห่วงใยได้หรือเปล่า "ไม่หรอกค่ะ ขอบคุณที่ถามนะคะ"


ยูจินเลิกคิ้วงุนงงกับคำขอบคุณของคนโตกว่าเล็กน้อยแต่ก็รับมันมาแบบไม่ได้ใส่ใจ


"พี่อิ่มหรือยัง เดี๋ยวยูล้างจานให้"


"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพี่ล้างเอง"


"ยูจะล้าง แค่นั้นแหละ ไม่เถียงต่อแล้ว"


ว่าจบยูจินก็เอื้อมตัวข้ามโต๊ะมาหยิบถ้วยของเธอไปที่ซิงค์ก่อนจะถกแขนเสื้อเพื่อลงมือล้างจาน อึนบีที่ค้านอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ช่วยหยิบถ้วยอื่น ๆ บนโต๊ะไปให้แล้วพาตัวเองมานั่งมองคนเด็กกว่าตั้งใจขัดหม้อ


นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้พาใครมาเที่ยวห้องจนเกือบลืมไปว่าการมีใครมาอยู่ด้วยมันมีความสุขแบบนี้ ถึงยูจินจะไม่ใช่คนที่พูดเก่งแต่มันก็ทำให้บรรยากาศดูไม่เงียบเหงาเหมือนทุกวัน …ทุกวันที่เธอเอาแต่ทำงานแล้วก็กลับมาห้อง เพราะเธอไม่สนิทกับใครในที่ทำงานเลยไม่มีโอกาสได้ออกไปดื่มกับคนอื่นเขา


แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมันมากนักแค่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป จนอึนบีสามารถไต่เต้าจากพนักงานธรรมดาขึ้นมาเป็นผู้จัดการได้ในเวลาแค่ปีกว่า ๆ ตอนนั้นเธอถึงได้รู้ว่าพอไม่มีเพื่อนหรือหรือใครที่สนิท คนที่จะยินดีกับความสำเร็จของเธอเลยแทบไม่มี กลายเป็นว่าส่วนใหญ่เธอโดนหมั่นไส้จากคนรอบข้างมากกว่า ข้อครหามากมายและแรงกดดันที่เธอต้องเผชิญบังคับให้เธอต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเธอได้ตำแหน่งนี้มาด้วยความสามารถไม่ใช่เพราะคนเก่าลาออก


ช่วงนั้นมันยากลำบากสำหรับเธอมาก ผู้คนที่เอาแต่ตั้งแง่กับเธอ ไม่คิดว่าเด็กอย่างเธอจะเป็นผู้นำได้ เธอต้องทำเป็นไม่เป็นไรตลอดเวลาที่อยู่ข้างนอกนั่น…ห้องน้ำกลายเป็นสถานที่ระบายความในใจ มันเป็นที่ที่เธอจะร้องไห้เท่าไรก็ได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ เพียงแค่ให้สายน้ำช่วยกลบเสียงร้องไห้และซ่อนหยดน้ำตา


ตอนนี้เธอมีหน้าที่การงานที่มั่นคง คนในบริษัทเริ่มยอมรับและคงเป็นครั้งแรกที่พ่อภูมิใจในตัวเธอ ผลของความพยายามนั่นเธอคนอื่นอาจจะมองว่าเธอประสบความสำเร็จและได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่สิ่งที่เธอได้มาจริง ๆ คือโรคเครียดนอนไม่หลับพ่วงกับอาการวิตกกังวลเล็กน้อยและหลายสิ่งที่เธอสูญเสียมันไปก็ไม่สามารถนำกลับคืนมาได้…ชีวิตและความฝันที่ทำร่วงไประหว่างทาง


ยูจินยืนพิงเคาท์เตอร์มองอึนบีที่เหม่อลอยมาสักพักใหญ่หลังจากที่ล้างจานเสร็จ เธอว่าอีกเหตุผลที่ทำให้อึนบีดูเข้าถึงยากก็เพราะอีกคนชอบทำท่าทางเหมือนมีเรื่องให้ต้องคิดอยู่ตลอดนั่นแหละ คนอื่นเลยอาจจะไม่กล้ารบกวนซึ่งก็รวมถึงเธอด้วย


"พี่ ยูล้างเสร็จแล้วนะ" ยูจินตัดสินใจเรียกความสนใจให้อึนบีหลุดจากภวังค์ "แล้วยูก็มีเรื่องจะขอ"


"คะ? ขอบคุณมากนะคะ" เธอสะดุ้งเล็กน้อย "เอ่อ จะขออะไรหรอคะ"


"ขอนอนค้างที่นี่ได้มั้ย"


"เอ้ะ…"


ตอนแรกยูจินกะว่าพอล้างจานเสร็จเธอก็จะกลับนั่นแหละแต่พอเห็นอึนบีดูน่าเป็นห่วงถ้าต้องทิ้งให้อยู่คนเดียวบวกกับฝนที่ยังคงตกไม่เลิกแถมดูท่าจะตกหนักแบบนี้ไปทั้งคืน เธอเลยทำใจกล้าถามออกไป


"ฝนมันตกแรงมากยูไม่กล้ากลับตอนนี้อ่ะ ให้ยูนอนข้างนอกก็ได้ไม่เป็นไรหรอก"


"นอนในห้องก็ได้ค่ะ…"


อึนบียังคงมีท่าทีลำบากใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากให้ยูจินนอนด้วย เธออยากมีเพื่อนนอนจะตายในคืนที่ฝนตกหนักแถมฟ้าแลบแปลบเตรียมพร้อมจะร้องดังตอนไหนก็ได้แบบนี้ แต่เพราะเธอไม่เคยนอนกับใครมาก่อน อึนบีเลยไม่รู้ว่าเธอนอนดิ้น นอนละเมอหรือมีท่าทีแปลก ๆ อะไรตอนนอนหรือเปล่า มันทำให้เธอไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร


"งั้นยูนอนพื้นแล้วกัน"


"แต่…"


"พี่อนุญาตให้นอนก็พอแล้ว แค่นั้นแหละ ไม่เถียงแล้ว"


เด็กตัวโตใช้คำพูดเดิมในการจบบทสนทนาที่อาจจะเถียงกันยาวถ้ายังคุยเรื่องนี้ต่อ


"งั้นพี่ไปเตรียมที่นอนให้ก่อนนะคะ ยูจะอาบน้ำมั้ย"


"ไม่เป็นไรยูอาบมาแล้ว ขอแปรงฟันเฉย ๆ ก็พอ แต่พี่จะอาบก่อนมั้ยไม่เหนียวคราบกาแฟหรอ ยูนั่งรอได้"


"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพี่เตรียมที่นอนก่อนดีกว่า แปรงสีฟันที่ยังไม่ได้ใช้อยู่บนชั้นสีขาวนะคะ"


"อื้อ ขอบคุณ"


"ค่ะ"


 
หลังจากที่อึนบีไปจัดเตรียมที่นอนให้ตอนที่เธอจัดการตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ยูจินก็ย้ายตัวเองกลับมานั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิมขณะรอเจ้าของห้องอาบน้ำบ้าง สายตาจับจ้องไปยังข้อความของโซจองที่ถูกส่งมาบอกเล่าความคืบหน้าว่าเคลียร์กับลูกค้าที่ทะเลาะกันเรียบร้อยและกำลังจะกลับบ้านอย่างตั้งใจ แต่ยังไม่ทันที่ยูจินจะได้พิมพ์ข้อความตอบ เสียงเรียกของอึนบีก็ดังขึ้นซะก่อน เธอจึงทำได้แค่ส่งสติ๊กเกอร์กลับไปและเตรียมทำใจโดนโซจองบ่น


"ยูคะ อยู่มั้ย"


ยูจินรีบลุกแล้วพาตัวเองไปอยู่หน้าห้องน้ำทันทีที่อีกคนเรียกเป็นครั้งที่สอง


"เป็นไรหรือเปล่า"


"เปล่าค่ะ คือพี่แค่…พี่ลืมหยิบผ้าเช็ดตัวเข้ามา รบกวนช่วยหยิบให้พี่หน่อยได้มั้ยคะ ที่ตรงเก้าอี้ในห้องนอนน่ะค่ะ"


เสียงของอึนบีฟังดูประหม่าจนยูจินแอบหัวเราะเบา ๆ


"ได้สิ รอแปบนึงนะ"


ยูจินเดินเข้าไปหยิบผ้าขนหนูสีเหลืองอ่อนที่พาดเด่นอยู่บนเกาอี้ตามที่อึนบีบอกก่อนกลับมาเคาะประตูเพื่อยื่นมันให้กับเจ้าของ อึนบีค่อย ๆ เปิดประตูห้องน้ำแล้วเอียงตัวออกมารับผ้า ไหล่ขาวเนียนที่มีหยดน้ำเกาะแพรวพราวชวนให้ยูจินเผลอมองอย่างลืมตัว


"มองอะไรนักหนาคะ ผ้าขนหนูนี่จะเอาให้พี่มั้ย"


"โทษที" อึนบีอดมองค้อนใส่เด็กที่เริ่มจะออกลายตรงหน้าไม่ได้ ยูจินพูดทิ้งท้ายที่พาให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวก่อนหยักยิ้มแล้วกลับไปนั่งรอตามเดิม "พี่โผล่อะไรออกมาให้มอง ก็มองอันนั้นแหละ"



อึนบีออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดที่เธอคุ้นตาเวลาอีกคนมาค่าเฟ่ตอนกลางดึก กางเกงนอนขายาวเกือบลากพื้นและเสื้อยืดแขนยาวคอกว้างที่ยูจินเห็นมันทีไรเธอก็อดที่จะแอบมองและหึงหวงไปพร้อมกันไม่ได้ถึงแม้อึนบีจะใส่เสื้อฮู้ดทับมาก็ตาม ยูจินทำเป็นก้มลงเล่นโทรศัพท์ในตอนที่เจ้าของห้องเดินเข้ามาหาเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง ปกติเธอมักจะได้มองอยู่หลังเคาท์เตอร์ พอได้เห็นอึนบีในชุดแบบนี้ใกล้ ๆ มันทำเอาเธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมา


"จะนอนเลยมั้ยคะ"


อึนบีถามเด็กตรงหน้าที่เอาแต่สนใจโทรศัพท์ก่อนเด็กนั่นจะพยักหน้าให้โดยที่ไม่มองเธอสักนิด


"งั้นรอพี่แปบนะคะ"


ยูจินพยักหน้ารับอีกครั้ง ยืนรออึนบีตรวจสอบความเรียบร้อยสักพักก่อนเดินตามอีกคนเข้าไป ห้องนอนของอึนบีเป็นระเบียบแบบที่เธอเทียบไม่ติด ส่วนใหญ่ผนังห้องจะเป็นชั้นหนังสือแบบฝังที่มีหนังสือมากมายเรียงรายเต็มไปหมด เตียงของอึนบีเป็นลายสก็อตสีเหลืองสลับขาวกับส้มที่ดูเรียบ ๆ สมกับเจ้าตัว ข้างเตียงมีผ้านวมผืนใหญ่สีเทาเข้มปูไว้อยู่พร้อมกับหมอนและผ้าห่มสีเดียวกัน


อึนบีลอบยิ้มเล็กน้อยให้กับคนเด็กกว่าที่เดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งตรงข้างเตียงทันที ในสายตาเธอยูจินเหมือนสุนัขที่เดินเข้าไปนอนในที่นอนของตัวเองตอนเจ้าของเปิดประตูห้องให้


"พี่ปิดไฟแล้วนะคะ"


ยูจินพยักหน้าก่อนล้มตัวนอน


ห้องมืดลงทันทีเหลือเพียงแค่แสงสว่างเล็กน้อยจากท้องฟ้าที่แลบเป็นครั้งคราวลอดผ่านผ้าม่านผืนใหญ่ตรงประตูระเบียงที่เป็นกระจกเข้ามา เจ้าของห้องมองมันอย่างระแวงเล็กน้อยก่อนพาตัวเองมานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม


ความเงียบปกคลุมภายในห้องเป็นสัญญาณว่าทั้งคู่กำลังหลับสนิทเพราะเวลาที่เริ่มดึกมากแล้ว แต่เสียงฟ้าร้องครืนที่ตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นราวกับท้องฟ้าจะสั่นไหวปลุกให้อึนบีตื่นพร้อมเสียงกรี๊ดที่เผลอร้องออกมา ยูจินลุกขึ้นด้วยความตกใจแต่ยังไม่ทันที่จะได้ถามอะไรเสียงฟ้าผ่าก็ดังตามมาเป็นครั้งที่สองและอึนบีก็ยังคงสะดุ้งก่อนยกมือขึ้นปิดหูเหมือนเดิม


"ไม่เป็นไรนะ"


อึนบีส่ายหน้ากลับมา ไม่รู้อีกคนกำลังจะบอกว่าไม่เป็นไรหรือไม่ไหวกันแน่แต่ดูจากท่าทางแล้วคงจะเป็นอย่างหลังมากกว่า ยูจินย้ายตัวเองขึ้นมานอนใต้ผ้าห่มเดียวกับอึนบีแล้วกอดร่างคนตัวเล็กเอาไว้ มือของเธอลูบไปมาที่แผ่นหลังบาง ๆ นั่นเป็นการปลอบโยน


"ไม่ต้องกลัวนะ ยูอยู่นี่แล้ว"


ยูจินเปลี่ยนมาเป็นลูบเรือนผมหนาปลอบคนที่แทบจะขึ้นมานอนอยู่บนตัวเธอแทน ร่างที่เกร็งจากความกลัวของอึนบีค่อยๆ ผ่อนคลายลง รอสักพักจนยูจินคิดว่าอีกคนน่าจะหลับไปแล้ว เธอจึงพยายามจะกลับไปนอนที่เดิมของตัวเองอย่างระมัดระวังแต่คนที่ควรจะหลับสนิทกลับพูดขึ้นมาก่อน


"ขอบคุณนะคะ"


หน้าของอึนบีที่ซุกอยู่บริเวณต้นคอของเธอ ลมหายใจอุ่น ๆ และริมฝีปากที่คลอเคลียผ่านเนื้อผ้าเวลาที่อีกคนพูดพาให้ยูจินรู้สึกเกร็ง หัวใจของเธอเต้นแรงจนกลัวคนในอ้อมกอดจะได้ยิน


"ยูนอนข้างบนก็ได้นะคะ เดี๋ยวปวดหลัง"


อึนบีเงยหน้าขึ้นกะผละตัวออกจากอ้อมแขนของยูจินเพราะกลัวน้องจะเมื่อยแต่เธอไม่คิดว่าเด็กที่กอดเธอกำลังก้มมองเธออยู่ ใบหน้าของยูจินห่างจากใบหน้าของเธอไม่ถึงเซนติเมตร ปลายจมูกของเราสัมผัสกันเล็กน้อย ทั้งคู่นิ่งค้างกันอยู่อย่างนั้นไม่มีใครเบือนหน้าหนีใคร ที่เขาว่ากันว่าสบตากันแล้วเหมือนโลกหยุดหมุนเธอจะเพิ่งเข้าใจก็วันนี้นี่แหละ 


ยูจินพลิกตัวขึ้นมาคร่อมอึนบี ใบหน้าสวยคมตรงหน้ามีท่าทีตกใจเล็กน้อย 


"จะทำอะไรคะเนี่ย" เสียงของอึนบีสั่นเครือ เธอพยายามจะดันตัวคนเด็กกว่าออก "ลงไปจากตัวพี่นะ"


"ก็…จะกินรามยอนไง"


"กินไปแล้วไม่ใช่หรอคะ"


"กินแล้วในความหมายนั้น แต่ยังไม่ได้กินในความหมายนี้"


อึนบีเพิ่งมานึกขึ้นได้ว่าคำพูดของเธอตอนนั้นมันสองแง่สองง่าม เพราะความตื่นเต้นที่ไม่เคยชวนใครขึ้นห้อง เธอจึงนึกคำพูดไม่ออกเลยชวนขึ้นไปทานรามยอนแทน ตอนนี้ถึงมาคิดได้ว่าคำที่ตัวเองเลือกพูดออกไปมันชวนเข้าใจผิดอย่างแรง ถ้าเป็นปกติเธอคงจะแกล้งแหย่ยูจินแต่ครั้งนี้รู้สึกจะแกล้งไม่ออก ในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้กับสายตาที่เด็กตรงหน้ามองมามันแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าอยากจะกินเธอเข้าไปทั้งตัวแบบนั้น


พอเห็นท่าทีของอึนบีเข้า คนเด็กกว่าก็ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นไปนั่งมองเธอด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ได้ อึนบีลุกขึ้นนั่งตามยูจินเพราะกลัวอีกคนจะมาคร่อมเธอในท่าล่อแหลมนั่นอีกครั้ง


"ยูขอโทษนะพี่…"


"ไม่ค่ะ พี่แค่…"


"ยูไม่ได้ขอโทษเรื่องเมื่อกี้" ยูจินพูดแทรกขึ้น "ยูขอโทษเรื่องนี้ต่างหาก"


พูดจบยูจินก็ประคองใบหน้าตื่นตระหนกนั่นเข้ามาประทับจูบ เธอคิดว่าเมื่อไรที่ถอนจูบออก เมื่อนั้นคงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เจอกับอึนบีเพราะเธออาจจะโดนเกลียดขี้หน้าไปแล้วก็ได้ แต่ยูจินก็ไม่อยากเสียโอกาสนี้ไป เธอไม่ใช่คนอดทนเก่งและสำหรับอึนบีเธอก็ทนมานานเกินขอบเขตที่เธอมีแล้ว ยิ่งวันนี้ได้อยู่ใกล้กันแบบที่ไม่เคยเป็น ทั้งห้องที่มีกลิ่นแบบเดียวกับเจ้าตัวและภาพหัวไหล่ขาวเนียนที่มีหยดน้ำเกาะเมื่อกี้ แค่นั้นเธอก็คิดจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนแล้ว


จากจูบที่นุ่มนวลเริ่มร้อนแรงขึ้นจากที่เธอพยายามฝืนตัวเองออกกลายเป็นว่าร่างกายของอึนบีเริ่มอ่อนระทวย มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นยึดไหล่คนน้องไว้ก่อนจะเผลอขยับริมฝีปากรับสัมผัสนั้นกลับไป มือของคนเด็กกว่าเริ่มไล้ผ่านเสื้อนอนเธอเข้ามาจากทางแผ่นหลังจนถึงเอวบาง


อึนบีลืมตัวให้รสจูบที่ชวนเคลิ้มนั่น หลังของเธอแนบลงกับที่นอนและยูจินกลับมาอยู่ในท่าที่เธอพยายามจะผลักออกเมื่อกี้แต่ครั้งนี้เธอกลับไม่มีแรงจะสู้อะไรคนเด็กกว่าเลย ยูจินละริมฝีปากออกแต่ยังคงคลอเคลียอยู่ที่ปลายคางของเธอพร้อมกดจูบลงไปเบา ๆ และย้ายมาตรงบริเวณต้นคอก่อนเม้มริมฝีปากจนเกิดเสียงเล็กน้อย ยูจินลากปลายลิ้นต่อลงมาถึงเนินอกที่โผล่พ้นเสื้อคอกว้าง


"ด..เดี๋ยวก่อนสิคะ"


เสียงร้องค้านดูไม่มีผล เสื้อของอึนบีที่เริ่มเป็นอุปสรรคในกิจกรรมร่วมครั้งนี้ถูกถอดออกไป ยูจินอมยิ้มเมื่อพบว่าเธอไม่ต้องพยายามถอดชั้นในของคนโตกว่าที่มักจะถอดยากให้เสียอารมณ์เนื่องจากอีกคนไม่ได้ใส่มัน มือของอึนบีถูกกดไว้กับเตียงทันทีที่มันกำลังจะยกขึ้นมาปิดหน้าอกเปลือยเปล่าของตัวเอง


"ปิดทำไม ยูอยากมอง"


"พี่เขิน…"


"แล้วทีไม่ใส่เสื้อในนอนกับยูไม่เห็นจะเขิน"


"ก็ปกติพี่ไม่…อ อือ"


เสียงของอึนบีขาดห้วงและถูกแทนที่ด้วยเสียงครางฮือในลำคอ ท้องน้อยของเธอรู้สึกร้อนวูบวาบเพราะเรียวลิ้นของคนตรงหน้าที่โลมเลียยอดอก มือหนึ่งของยูจินกอบกุมเนื้อนุ่มอีกข้างเอาไว้ก่อนกดน้ำหนักมือลงเล็กน้อยเพื่อนวดคลึงมัน อึนบีขยุ้มเรือนผมสีเข้มของยูจินอย่างหาที่ระบายทันทีที่อีกคนปล่อยมือของเธอให้เป็นอิสระ ช่องท้องรู้สึกเกร็งเมื่อเรียวขาของยูจินเสียดสีผ่านเนื้อผ้า คนเด็กกว่าเกี่ยวกางเกงนอนพร้อมชั้นในของเธอออกแล้วไล้ปลายนิ้วกลับขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงขาอ่อนด้านในก่อนลูบวนอยู่บริเวณนั้น


ยูจินขบเม้มผิวขาวจัดที่ดูบอบบางซึ่งตอนนี้กลายเป็นสีแดงระเรื่อเพราะอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น เธอทิ้งรอยจาง ๆ เอาไว้ในทุกที่ที่ริมฝีปากลากผ่าน เสียงครางหวานของอึนบียั่วให้อารมณ์ของยูจินพุ่งพล่าน เธออยากจะขย้ำคนตรงหน้าซะให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ไม่อยากทำอึนบีเจ็บ การยับยั้งอารมณ์ที่ยูจินไม่เคยทำได้ถูกนำมาใช้ด้วยความพยายามเต็มที่ เธอจะอ่อนโยนกับคนตรงหน้าให้มากกว่าทุกคนที่เธอผ่านมา


ยูจินเลื่อนตัวลงต่ำ กดจูบเบา ๆ ที่ซอกขาแทนปลายนิ้วที่ลูบวนอยู่ก่อน ลมหายใจของยูจินคลอเคลียจุดอ่อนไหว เสียงของอึนบีหอบสั่น เธอเผลอเกร็งตัวยกสะโพกรับสัมผัสอุ่นของคนเด็กกว่าที่บรรจงละเลียดลงไป ยิ่งยูจินกดน้ำหนักริมฝีปากและเรียวลิ้นมากขึ้นเท่าไร อึนบีก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจะขาดใจให้ได้มากขึ้นเท่านั้น ร่างกายของเธอตอบสนองออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ อึนบียอมแพ้กับทุกสัมผัสที่ยูจินมอบให้ แม้จะยังไม่แน่ใจนักกว่าที่กำลังทำอยู่มันถูกต้องไหมแต่เธอก็ยอมให้ยูจินทำในสิ่งที่ต้องการและเธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องการมันมากพอ ๆ กัน


"อื้อ…ยูคะ พ…พี่"


ช่วงสุดท้ายของอารมณ์ที่กำลังพุ่งถึงขีดสุดของอึนบี ยูจินเลื่อนตัวกลับขึ้นไปคร่อมคนใต้ร่างเอาไว้ มือของอึนบีปัดป่ายไปทั่วที่นอนด้วยความทรมาน มือหนึ่งของยูจินกอบกุมมือนั้นเอาไว้พร้อมกับกระชับมันแนบแน่นเพื่อเป็นที่พึ่งพาให้อีกคน อีกมือหนึ่งก็ค่อย ๆ สอดนิ้วเรียวเข้าไปในส่วนร้อนชื้นด้านล่างแล้วเริ่มขยับอย่างอ่อนโยน ยูจินไล่เม้มริมฝีปากทับรอยเดิมโดยมีเสียงร้องครางขาดห้วงของอึนบีคลอมาเป็นระยะ ๆ เธอเพิ่มความเร็วในการขยับขึ้นรับกับสะโพกของอีกคนที่ขยับสวนกลับมาอย่างเผลอไผล


"อ…ยู…อื้อ ยูคะ…ยูจิน"


คนตัวเล็กพร่ำเรียกชื่อของเธอไม่หยุด เรียวขาของอึนบีพยายามหุบเข้าหากันเหมือนทนไม่ไหวจนยูจินต้องกดขาตัวเองทับขาอีกคนเอาไว้เบา ๆ แรงมือที่ถี่ขึ้นเช่นเดียวกับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น เพียงไม่นานร่างของอึนบีก็กระตุกเกร็ง เสียงหวานครางยาวอย่างเหนื่อยอ่อน ยูจินค่อย ๆ ผ่อนแรงที่ข้อมือรอให้คนโตกว่าสงบลงสักพักก่อนจะถอนนิ้วเรียวออก


ยูจินดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอทั้งคู่แล้วทิ้งตัวลงนอน ยกมือของคนตรงหน้าขึ้นมากดจูบก่อนอึนบีจะเป็นฝ่ายกระชับตัวเข้ามาหาอ้อมกอดของเธอแทน เป็นอีกครั้งที่เธอถูกคลอเคลียด้วยริมฝีปากนุ่มของคนตรงหน้า


"ยูคะ" ยูจินตอบรับในลำคอ จู่ ๆ อึนบีก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาซะอย่างงั้น "พี่จะเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่เธอเคยนอนด้วยหรือเปล่าคะ …ระหว่างเราไม่ได้จบกันแค่นี้ใช่มั้ย"


"ยูรักพี่"


"มันเป็นคำตอบตรงไหนคะ"


"ตรงที่ยูไม่เคยพูดคำนี้กับใคร" ยูจินประทับริมฝีปากกับหน้าผากของอึนบีเป็นการยืนยันคำพูดที่เธอพูดไป "อย่ากังวลเลยนะ"


"ขอบคุณนะคะ"



แม้จะเป็นเวลาเช้าแล้วแต่ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มจากฝนที่ตกตลอดคืน ปกติต่อให้นอนเร็วแค่ไหนยูจินก็ไม่ใช่คนที่จะตื่นเช้าอยู่ดี ครั้งนี้เธอกลับตื่นขึ้นมานอนมองคนที่ยังคงหลับตาพริ้มได้เป็นชั่วโมง ๆ โดยไม่รู้สึกง่วงหรือเบื่ออะไร ยูจินยื่นมือไปเกลี่ยปรอยผมที่ปกหน้าของอึนบีให้พ้นทางเพื่อที่เธอจะได้สำรวจใบหน้าอีกคนได้สะดวก ๆ แต่นั่นทำให้อึนบีตื่นขึ้นมาแทน คนโตกว่ากระพริบตาถี่ ๆ ไล่ความง่วงแล้วจ้องตาเธอกลับ


อึนบีแอบนอนคิดว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอยูจินเธอจะรู้สึกอย่างไรแต่คนเด็กกว่าก็ยังคงนอนเท้าคางมองเธอไม่ได้หายไปไหน…แววตาของยูจินดูนุ่มลึกและอ่อนโยน แต่เธอก็อยากจะหยิกปากที่หยักยิ้มกวน ๆ และรังแกเธอเมื่อคืนนั่นสักทีด้วยความหมั่นไส้ พออึนบีได้มองหน้าของยูจินชัด ๆ แบบนี้ เธอรู้สึกได้ว่าอีกคนดูเด็กมากจนเธอเริ่มแอบหวั่นในใจ


"ถามอะไรได้มั้ยคะ" อึนบีไม่ได้รอคำตอบ เธอพูดต่อในทันที "ยูอายุเท่าไรหรอ"


"จูบยูก่อนสิ เดี๋ยวตอบ" ยูจินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงยียวน


อึนบียื่นหน้าเข้าไปจูบอย่างไม่คิดอะไร เธออยากรู้อายุของยูจินมากกว่าจะเขินอายในเมื่อเมื่อคืนเราทำอะไรกันมากกว่าแค่จูบ


"พี่อย่าโวยวายนะ…" ยูจินมีท่าทีอิดออดเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าอึนบีจะยอมทำตามง่าย ๆ แบบนี้ "ยูอายุ 16"


"คะ?!!"


"ก็บอกว่าอย่าโวยวายไง"


ยูจินมองอึนบีที่ทำหน้าเหมือนกับว่าตัวเองเพิ่งไปทำผิดร้ายแรงอะไรมา คนที่เธอเคยนอนด้วยเมื่อก่อนก็ทำหน้าแบบนี้แทบทุกคนแหละตอนรู้อายุเธอ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้าแบบนั้นกันทำไมในเมื่อเธอเป็นฝ่ายที่กระทำไม่ใช่โดนกระทำแถมมันเป็นไปด้วยความเต็มใจ ยูจินผ่อนลมหายใจเบา ๆ ให้กับคนที่ยังช็อคไม่เลิก ก่อนสายตาของเธอจะสะดุดเข้ากับนามบัตรใบหนึ่งบนโต๊ะข้างเตียงขณะที่กำลังจะเอื้อมหยิบโทรศัพท์ มันพิมพ์ชื่อของอึนบีเอาไว้พร้อมกับโลโก้บริษัทหนึ่งที่เธออ่านแล้วเกือบจะหัวเราะออกมาให้กับความบังเอิญและนึกอยากจะแกล้งคนตรงหน้าเล่น


"พี่ทำงานที่บริษัท IZ1 หรอ"


"คะ?...เอ่อ ใช่ค่ะ" อึนบีเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไร


"บังเอิญจัง แม่ยูเป็นรองประธานล่ะ"


"ล้อพี่เล่นใช่มั้ยคะ…"


"เปล่านะ นี่ไง" ยูจินยื่นรูปคู่ของเธอกับผู้หญิงคนหนึ่งในโทรศัพท์ให้ดูพร้อมกับรอยยิ้มยียวน คนในรูปเป็นผู้หญิงที่ทำให้อึนบีรู้สึกเหมือนไข้จะขึ้นแทนหวัดที่เป็นอยู่ตอนนี้ "ดีจังเนาะ คนกันเองทั้งนั้นเลย"


"ย่า! ยูจิน มันดีตรงไหนคะเนี่ย!" ยูจินหัวเราะเต็มเสียงแม้จะโดนมืออึนบีฟาดเข้าที่ไหล่


เธอรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาซะเฉย ๆ นอนกับเด็กอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่พอยังเป็นเด็กที่เป็นลูกของเจ้านายอีก ให้เธอตาย...ไม่รู้ว่าจะตกงานหรือติดคุกก่อนกันเลย



The End.

มีคนเสียรู้เด็กหนึ่งอัตรา 55555

เห็นมีคนบ่นว่าไม่มีฟิคเรือนี้อ่านกัน…ก็คือใช่เลย

เพราะงั้นตามสเต็ปเดิมไม่มีอ่านก็แต่งเอง 5555

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่าน หวังว่าจะสนุกกันนะ

และเช่นเคย ราตรีสวัสด์สำหรับคนที่อ่านตอนนี้และอรุณสวัสดิ์สำหรับคนที่ตื่นมาอ่านนะ

SHARE
Writer
DachshundChan
I'm Radioactive
I'm gonna live until I'm die.

Comments

NiramaII
1 year ago
ยูจินร้ายมาก55555554555 พี่อึนบีนี่เหมือนจะโชคดีนะ หรือโชคร้ายกว่าก็ไม่รู้
Reply
DachshundChan
1 year ago
น่าสงสารพี่เขานะ 5555
MB1221
1 year ago
อรุณดิ์สวัสค่ะ 55555 ยูจินเจ้าเด็กแสบบบ คนแก่เสียรู้1อัตรา
Reply
DachshundChan
1 year ago
ช่วยคนแก่ด้วยนะ 55555
pW893
1 year ago
ชอบการเขียนมากเลยค่ะ ชอบเนื้อเรื่องด้วย ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
Reply
DachshundChan
1 year ago
ขอบคุณที่ชอบเช่นกันนะ 😊