ไม่มีใครสนใจความรักใน 1984
*มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนังสือ*

ผมมองหน้าเธอและตั้งใจฟังเธอพูด เพราะกลัวพลาดอะไรไป เธอมักใส่ความจริงจังกับทุกเรื่องที่เธอคุย ตั้งแต่เรื่องเพื่อนใกล้ตัว ไปจนถึงเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ส่วนตอนนี้เรากำลังคุยเรื่องหนังสือกันอยู่

“นี่ เคยอ่าน Animal Farm มั้ย” เธอถาม

เอาแล้วไง เธอชอบโยนคำถามให้ผม เหมือนต้องการทดสอบอะไรบางอย่าง ดีนะที่ผมเคยอ่านมาแล้ว

“เคยสิ” ผมตอบ “1984 เราก็อ่านนะ”
“จริงเหรอ ไม่คิดว่าเธอจะอ่านหนังสือแนวนี้ด้วย”

ผมไม่ชอบเวลาเธอใช้น้ำเสียงเหมือนจะจับผิด แต่ก็จริงอย่างที่เธอว่า ผมไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือแนวดิสโทเปีย ผมนึกถึงตอนที่เธอเคยเย้ยหยันผมว่าไม่รู้จักอ่านวรรณกรรมคลาสสิกเสียบ้าง

“ลืมไปรึเปล่าว่าเธอเป็นคนบอกให้เราอ่าน Animal Farm นะ” ผมเตือนความจำเธอ “เราเลยอ่าน 1984 ด้วยไง”
“เออจริงด้วย”
“แล้วถามทำไม ตามกระแสช่วงนี้เหรอ”
“อือ เธอคิดว่าไง”
“หนังสือสนุกนะ เสียดสีสังคมได้ดี เราว่ามันใช้เปรียบเทียบได้กับทุกสังคมที่อยู่ภายใต้สถานการณ์คล้ายๆ กัน จะว่าไปก็หดหู่เหมือนกัน”
“หมายถึงเรื่องไหน”
“ทั้งสองเรื่อง เราว่า Animal Farm มันย่อยง่ายกว่า แต่เรารู้สึกหดหู่กับ 1984 มากกว่านะ เรื่องมันหนักกว่า รายละเอียดเยอะกว่า แล้วตัวละครเป็นคน เลยรู้สึกเชื่อมโยงได้มากกว่ามั้ง”

ผมอยากให้เธอพึงพอใจในคำตอบ แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นซะที แต่ผมรู้ว่าเธอไม่เคยไม่พอใจอะไรง่ายๆ

“เธอรู้สึกเชื่อมโยงกับวินสตันล่ะสิ” 

เธอใช้น้ำเสียงแบบนั้นอีกแล้ว...

“แล้ววินสตันมาเกี่ยวอะไร”
“เราว่าเธอมีอะไรบางอย่างที่คล้ายวินสตันนะ”
“ยังไง”
“ตอนแรกวินสตันใช้ชีวิตไปวันๆ ทั้งที่ไม่พอใจในชีวิต ถึงแม้ตอนหลังอยากจะคิดต่อต้าน พยายามจะสู้บ้าง แต่ก็แพ้อยู่ดี เราว่าเธอเป็นแบบนั้นแหละ”

เธอหาเรื่องมาตำหนิผมจนได้ ผมอยากจะเถียงเธอ แต่ก็รู้ดีว่าเป็นอีกครั้งที่เธอพูดถูก ผมเกลียดเวลาเธออ่านผมออก

“แล้วเธอคงเป็นจูเลียงั้นสิ” ผมย้อน
“ไม่ใช่เลย” เธอปฏิเสธ

‘วินสตัน’ กับ ‘จูเลีย’ เป็นตัวละครในหนังสือ 1984 สองคนนี้ทำงานให้พรรคของรัฐบาล แต่อยู่คนละแผนกกัน  วันหนึ่งทั้งคู่บังเอิญพบกันจนเกิดเป็นความรัก แต่ต้องแอบลักลอบคบกันและเก็บความสัมพันธ์เป็นความลับ วินสตันกับจูเลียมีความคิดต่อต้านรัฐบาลและแสวงหาเสรีภาพ นำไปสู่การเข้าร่วมกลุ่มต่อต้านเผด็จการ...

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องมาถกเถียงกันเรื่องตัวละครในหนังสือ เธอทำแบบนี้บ่อยๆ เปิดเรื่องชวนคุยขึ้นมา แต่เหมือนต้องการหาเรื่องผมมากกว่า

“ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่วินสตันหรือจูเลียซะหน่อย” เธอพูดต่อ
“วินสตันเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องนะ ความรักของวินสตันกับจูเลียก็เป็นจุดสำคัญของเรื่อง”
“ใช่ แต่เราว่ามีเรื่องอื่นที่สะท้อนออกมามากกว่าเรื่องความรักของวินสตันกับจูเลียนะ อย่างการที่คนในสังคมถูกครอบงำและควบคุมโดยรัฐไง”
“ความรักก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกรัฐควบคุมนะ”
“เราว่าเธออินกับวินสตันมากไป ไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องความรักใน 1984 หรอก”

ผมว่าเธอพูดเกินไปหน่อย เลยอยากจะแย้งเธออีก แต่ก็เปลี่ยนใจ ยังไงเธอก็ชอบที่ตัวเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ และผมจะยอมให้เป็นแบบนั้น เราเลยนั่งกินข้าวกันเงียบๆ จนเสร็จ

“สุดท้ายวินสตันกับจูเลียก็หักหลังกันเอง” เธอพูดขณะที่เรากำลังเดินออกจากร้านอาหาร

ช่วงท้ายของหนังสือ วินสตันกับจูเลียได้กลับมาเจอกันหลังจากรัฐจับตัวทั้งคู่แยกกันไปลงโทษ มันเป็นหนึ่งในตอนที่ผมอ่านแล้วรู้สึกอึดอัดและเจ็บปวดมากที่สุด ทั้งสองเผยความในใจต่อกันว่าจำเป็นต้องทรยศอีกฝ่าย เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เนื่องจากถูกบีบคั้นโดยรัฐที่พยายามควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งความรู้สึกและความคิดของคน

ผมพยักหน้าตอบรับ แล้วชวนคุยเรื่องอื่นระหว่างที่เดินไปส่งเธอ

เธอเป็นคนที่รับมือยาก ผมทนเธอไม่ได้ในหลายๆ เรื่อง แต่ผมก็ยอมรับว่าสบายใจที่ได้คุยกับเธอ การที่เรารู้จักตัวตนอีกฝ่ายอย่างทะลุปรุโปร่ง ทำให้เราไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์ หรือแสร้งทำเป็นคนอื่น

ตอนเลิกกัน เราตกลงว่าจะไม่เกลียดกัน ตอนนี้เราทั้งคู่ยังไม่มีใคร เลยนัดเจอกันได้โดยไม่มีปัญหาอะไร เรารักษาระยะห่างกันได้ดี ผมพอใจที่เราเป็นเพื่อนกันแบบนี้ 

ถ้าผมเป็นวินสตัน ผมก็จะให้เธอเป็นจูเลียนั่นแหละ เธอมีวาจาเผ็ดร้อนและความกล้าแบบที่ผมไม่มี เธอเคยทำให้ผมตื่นเต้นเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน แต่สาเหตุที่ทำให้ผมกับเธอต้องแยกทางกันไม่ใช่ปมยิ่งใหญ่แบบในหนังสือหรอก เราไม่ได้หักหลังกันแบบวินสตันกับจูเลียด้วย เราแค่ไม่รักกันแล้วเท่านั้นเอง
SHARE

Comments