Don’t leave #9 : SeolAxBona #ซอลโบ



“ฮยอนคะ วันนี้เค้าออกไปทำธุระข้างนอกนะ”

 ร่างบางที่กำลังวุ่นกับเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองอยู่หน้ากระจกหันมาคุยกับคนที่นอนขดตัวเป็นดักแด้อยู่บนเตียง

“งื้อ ไปไหนคะ ให้พี่ไปด้วยไหม” คนที่นอนอยู่หันมาตอบด้วยเสียงงัวเงียเพราะยังไม่ทันจะตื่นเต็มตาดี

“ไม่เป็นไรค่ะ เค้าจะออกไปคุยธุระกับคุณพ่อ ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวกลับมานะคะ อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

เธอหันไปมองคนบนเตียงเขาพยักหน้ารับเบาๆ ทั้งๆที่ยังไม่ลืมตามามองเธอเสียด้วยซ้ำ ทำไมเดี๋ยวนี้ขี้เซาจังเลยนะ ใช้เวลาจัดการตัวเองอยู่หน้ากระจกสักพักก็หยิบกระเป๋าใบเล็กและกุญแจรถออกจากห้องไป และไม่ลืมที่จะเดินไปจุมพิตเบาๆลงบนหน้าผากของคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง
.
.
.
 สองขาเรียวสวยของร่างบางก้าวเข้ามาภายในร้านอาหารสุดหรูของโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงโซล โต๊ะอาหารที่ถูกแบ่งแยกออกมาเป็นอิสระจากโซนอื่น เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว

“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะคุณคิม” เธอทักทายผู้เป็นพ่อพร้อมทั้งเดินเข้าไปสวมกอดชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ก่อนจะหันไปทักทายชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นของตนเอง ซึ่งอีกในไม่ช้าเขาก็คงจะกลายเป็นคู่หมั้นของเธอตามที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้

และแน่นอนที่พ่อเรียกเธอและเขามาพบในวันนี้ก็เพื่อที่จะตกลงเรื่องหมั้นหมายกันให้แล้วเสร็จ เพราะหากยืดเยื้อไปกว่านี้งานหมั้นอาจจะไม่ถูกจัดขึ้นเลยก็เป็นไปได้

“จียอนอยากสั่งอะไรเป็นพิเศษเพิ่มไหมคะ ผมสั่งอาหารที่จียอนชอบมาหลายอย่างเลยนะ” ว่าที่คู่หมั้นเธอเอ่ยขึ้นก่อนจะหันมายิ้มบางๆให้ เขายังคงสุภาพกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย หากเป็นผู้หญิงคนอื่นมีคนมาทำแบบนี้ให้คงจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก แต่ต่างจากเธอที่หัวใจมีไว้เพื่อรักเพียงคนๆเดียว

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทานอะไรก็ได้” เธอหันไปตอบเขาตามมารยาท

“รู้ใช่ไหมที่พ่อเรียกแกกับคุณคิมมาก็เพื่อจะคุยเรื่องงานหมั้น ในเมื่อตอนนี้ทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็เตรียมการพร้อมแล้ว เหลือแค่ลูกสองคนตกลงกัน”

ชายวัยกลางคนคนเดียวบนโต๊ะเอ่ยขึ้นขณะที่รออาหารมาเสริฟ พ่อเธอหันมามองทางเธอด้วยท่าทีจริงจังก่อนพูดต่อ

“วันพุธหน้าแกต้องทำตัวให้ว่าง ให้พี่เขาพาไปเลือกแหวนหมั้นแล้วพิธีจะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ พ่อกับทางฝั่งคุณคิมตกลงกันเรียบร้อยแล้ว”

คำพูดของพ่อเธอเหมือนจะไม่ใช่ประโยคบอกเล่าทั่วไป แต่มันคือประโยคคำสั่งที่เธอจะต้องทำตามทุกครั้งและขัดไม่ได้
.
.
“อาหารไม่อร่อยเหรอ ทำไมจียอนทานน้อยจัง ต้องทานเยอะๆรู้ไหม ผอมหมดแล้วนะคะ” หลังจากทานอาหารกันเสร็จพ่อเธอก็ได้สั่งให้เขามาส่งเธอที่รถ เธอก็เลี่ยงเสียไม่ได้ ก็ต้องยอมทำตามคำสั่งของพ่อเธอ

“อาหารอร่อยค่ะ แต่พอดีฉันไม่ค่อยหิว คุณคิมส่งแค่นี้ก็ได้ค่ะ อีกนิดเดียวก็ถึงรถแล้ว” ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เจอกันโดยบังเอิญที่โรงพยาบาลครั้งนั้น เธอก็ไม่ได้เจอกับเขาอีก ด้วยความที่เขาเองก็งานยุ่งเลยไม่ค่อยได้ติดต่อกัน หากเป็นคู่รักทั่วไปห่างหายกันไปนานขนาดนี้คงเป็นสาเหตุให้นำมาสู่การทะเลาะกันจนอาจรุนแรงถึงขั้นเลิกลากันไปเลยก็ได้ แต่ต่างจากคู่เธอที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความรักตั้งแต่แรก แต่เป็นการคบหากันเพื่อผลประโยชน์ของผู้ใหญ่ แต่ทั้งสองคนก็ถือว่าเป็นคนที่คอยหวังดีต่อกันเสมอมา จึงไม่ได้มีปัญหางี่เง่ามาคอยให้ทะเลาะกันบ่อยๆ

“ขับรถกลับดีๆนะครับ เดี๋ยววันพุธหน้าผมไปรับที่บ้านนะ” เขาส่งยิ้มมาให้ก่อนเดินมาเปิดประตูรถให้เธอ
.
.
.
.
“ฮยอน เค้าไม่อยากดูเรื่องนี้ ไม่เห็นสนุกเลยค่ะ เปลี่ยนช่องได้ไหม” ร่างบางของคนตัวเล็กที่กำลังนั่งพิงตัวเธออยู่อย่างสบายใจ เหมือนเห็นตัวเธอเป็นโซฟานุ่มเสียอย่างนั้น 

“จะดูอะไรคะงั้น” เธอกดรีโมทในมือเพื่อเปลี่ยนช่องไปเรื่อยเพื่อหาอะไรดูที่จะถูกใจคนในอ้อมกอดเธอตอนนี้ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ช่องข่าวช่องหนึ่งที่กำลังรายงานข่าวของบุคคลในแวดวงธุรกิจ

“ทางโรงพยาบาลเรามีแผนขยายกิจการครับ โดยจะเปิดศูนย์การแพทย์วีไอพี ที่จะสามารถรองรับคนไข้วีไอพีได้ถึง 100 เตียง”

เสียงของชายวัยกลางคนเอ่ยตอบนักข่าวที่ถามถึงแผนการขยายกิจการของโรงพยาบาลที่จะทำร่วมกันกับเครือคิมกรุ๊ปที่เป็นเจ้าของกิจการโรงแรมใหญ่หลายแห่งในกรุงโซล

“แล้วข่าวลือเรื่องงานหมั้นของคุณจีฮุนกับคุณจียอนที่จะจัดขึ้นเร็วๆนี้เป็นความจริงไหมครับ?” นักข่าวชายอีกคนถามขึ้น

“ครับ เป็นความจริงครับ ทางเราสองครอบครัวได้ตกลงกันว่างานจะจัดงานหมั้นของทั้งสองคนขึ้นในวันเสาร์หน้าครับ ยังไงก็เรียนเชิญนักข่าวทุกคนเลยนะครับ”
.
.
ความเงียบเข้ามาปกคลุมภายในห้องทันทีหลังจากที่ข่าวนั้นจบลง ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้นจนเธอจับสัมผัสได้ถึงอาการใจลอยของคนตรงหน้าที่นั่งพิงไหล่เธออยู่

“ผู้หญิงในข่าวที่ชื่อจียอน คงจะไม่ใช่คนเดียวกันกับจียอนตรงหน้าพี่ใช่ไหมคะ?” เธอพูดออกมาเพื่อทำลายความเงียบและบรรยากาศชวนอึดอัดที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากไหน

“ถ้าใช่หละคะ” อีกฝ่ายขยับตัวออกจากไหล่กว้างของเธอ ก่อนจะหันหน้ามาสบตากัน

“จียอนของพี่กำลังจะไปหมั้นกับคนอื่นเหรอคะ พี่ไม่เชื่อหรอกนะ” เธอยื่นมือออกไปยีหัวของอีกฝ่ายจนผมยุ่งไม่เป็นทรง ก่อนที่จู่ๆร่างเล็กก็โถมตัวเข้ามากอดเธอโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว

“ฮยอนคะ ถ้าเค้าทำผิดจนไม่น่าให้อภัย ฮยอนจะให้อภัยเค้า และยังรักเค้าอยู่ไหม” คนตัวเล็กพูดเสียงอู้อี้จนเกือบฟังไม่ได้ความเพราะตอนนี้ใบหน้าของหล่อนกำลังซุกอยู่ที่อกของเธอ

“ต้องรู้ก่อนค่ะ ว่าความผิดที่ทำคืออะไร แต่ถ้ามันร้ายแรงจนให้อภัยไม่ได้ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยอมให้อภัยไหม” เธอตอบออกไปตามความคิดในตอนนั้น 

“แต่ถ้าถามว่ายังจะรักอยู่ไหม คงตอบได้ว่ายังรักอยู่ การที่เรารักใครสักคนไปแล้ว มันไม่ง่ายเลยนะคะที่จะเลิกรัก” เธอพูดจบพร้อมทั้งยกแขนขึ้นโอบกอดร่างบางเข้ามากอดอย่างเต็มรัก 

“ดึกแล้วเข้านอนกันเถอะค่ะ”
.
.
.
.

 เธอมองร่างเล็กกำลังเก็บเสื้อผ้ายัดลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อย่างรีบเร่งโดยไม่ได้สนที่จะจัดระเบียบมันอย่างทุกครั้งที่เคยทำ น้องเก็บของทุกอย่างที่เป็นของใช้ส่วนตัวของตัวเองก่อนจะรีบเปิดประตูห้องนอนออกมาด้วยความโมโห 
  ในทุกๆครั้งที่ทะเลาะกันเธอไม่เคยจะสนใจง้อน้องเลย ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอก็ยังเมินเฉยแม้น้องจะร้องไห้แทบเป็นแทบตาย เมื่อคืนที่ทะเลาะกัน คิดว่าอีกวันตื่นเช้าขึ้นมาเดี๋ยวน้องก็คงหายงอนเอง แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง “นั่นจะเก็บของไปไหน!” เธอเดินเข้าไปคว้ากระเป๋าใบใหญ่ของร่างเล็กไว้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้าวออกจากประตูห้องนอน

ไร้เสียงตอบรับกลับมาจากคนร่างเล็ก มีเพียงแต่สายตาตัดพ้อและขอบตาบวมแดงจากการผ่านการร้องไห้อย่างหนักตลอดทั้งคืนส่งมาให้ ใช่ เมื่อคืนเธอหนีอีกฝ่ายเข้ามาในห้อง ไม่ได้สนใจร่างเล็กที่ร้องให้จะเป็นจะตายด้วยความน้อยใจอยู่โซฟาหน้าทีวี จนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ได้ 

“จียอน! พี่ถามทำไมไม่ตอบ อย่าให้ต้องโมโหได้ไหม” 
 เธอเดินเข้าไปใกล้ตัวอีกฝ่ายก่อนจะใช้สองมือบีบแขนเล็กของคนตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมตอบ

“กลับบ้าน” อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่หยดน้ำตาเล็กๆจะไหลลงจากข้างแก้มเนียนนั้น

“ทำไมต้องกลับ พี่ไม่ให้ไป!”

“...”

 ยิ่งอีกฝ่ายเงียบเธอยิ่งโมโห การที่ถามอะไรแล้วไม่ได้คำตอบเป็นสิ่งที่เธอหงุดหงิดที่สุด จนเธอเผลอใช้มือบีบแขนร่างเล็กแรงขึ้น

“เจ็บนะฮยอน ปล่อย” ร่างเล็กพยายามสะบัดมือเธอออกจากแขน พอเธอรู้สึกตัวว่าเผลอทำรุนแรงกับอีกฝ่ายจึงค่อยๆคลายมือออก

“พี่ขอโทษ ไม่กลับบ้านนะจียอน พี่ขอโทษนะคะพี่ไม่่ได้ตั้งใจทำรุนแรงกับจียอน ขอโทษเรื่องเมื่อคืนด้วย ให้อภัยพี่นะ” 

เมื่อเธอเริ่มตั้งสติได้ว่าเผลอทำรุนแรงกับอีกฝ่ายและใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลทั้งหมด เธอจึงค่อยๆเอื้อมมือไปจับมือของอีกฝ่าย

“พี่รักจียอนนะคะ พี่ไม่ได้มีคนอื่น ซูบินเขาเป็นลูกค้าจริงๆ พี่ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยเลยนะ เขาเมา พี่ก็แค่ไปส่งเขาที่ห้องเฉยๆนะคะ ไม่ได้มีอะไรเกินนั้น จียอนเชื่อพี่ใช่ไหม”

เธอพยายามจะอธิบายยืดยาวให้อีกฝ่ายเข้าใจและเชื่อใจเธอ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีปัญหากันเรื่องผู้หญิงคนอื่น แต่ทำไมครั้งนี้เรื่องมันถึงได้รุนแรงถึงเพียงนี้ หรือจะเป็นอย่างที่เขาว่า ที่ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด พอถึงคราวที่ทนไม่ไหวสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจก็จะระเบิดออกมาโดยที่เรายังไม่ทันเตรียมใจจะตั้งรับ

ซึ่งในตอนนี้ก็เช่นกัน...

“พี่คะ เลิกกันเถอะนะ”

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมามองเธอก่อนจะพูดคำบางคำออกมา ซึ่งประโยคนี้คือสิ่งที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของอีกฝ่าย 

“ไม่เอานะคะ ไม่เลิกนะ จียอนไม่รักพี่แล้วเหรอคะ” เธอพูดเสียงสั่นตอบอีกคนไป เธอไม่ยอมเลิกหรอกนะ เราทะเลาะกันทุกครั้งเราก็กลับมารักกันเหมือนเดิมได้ ครั้งนี้ก็ต้องเป็นแบบนั้นสิ

“รักค่ะ เค้ายังรักพี่ แต่ถึงเราจะรักกัน พี่ก็รู้ใช่ไหมแค่คำว่ารักมันไม่พอ ลาก่อนนะคะฮยอน

เหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุนลงตรงนั้น ประสาทสัมผัสทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนปิดหายไปหมด เหมือนหูเธอดับอื้อเธอไม่สามารถรับรู้ถึงประโยคต่อไปที่อีกฝ่ายพูดออกมาหลังจากคำว่าเลิกกัน ทำไม ทำไมกันนะ แต่ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆว่าทำไมน้องถึงต้องบอกเลิกเธอ


“จียอนอย่าไปนะ”

น้ำตาค่อยๆไหลลงข้างแก้มช้าๆ ก่อนเธอจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วมองอีกคนลากกระเป๋าออกจากห้องไป เหมือนหมดแรงจะยื้อฉุดอีกฝ่ายไว้ให้อยู่ตรงนี้ ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบจะพังลงตรงหน้าขนาดนี้กันนะ




 

.
“จียอน!” 

ซอลอาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกจากฝันร้ายที่เธอรู้สึกเหมือนเหตุการณ์ในฝันนั้นคือเรื่องจริง ตื่นมาพบว่าเหมือนมีน้ำใสๆไหลออกจากขอบตา ร้องไห้? เธอร้องไห้เพราะความฝันเมื่อกี้งั้นเหรอ

“ฮยอน เป็นอะไรคะเรียกเค้าซะเสียงดังเลย”

ร่างบางข้างๆก็สะดุ้งตื่นเหมือนกันจากการที่เธอตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังลั่นห้อง

“อ๊ะ!” จู่ก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างหนัก เหมือนมันจะเบิดออกมาเสียให้ได้ เธอใช้สองมือขึ้นมาบีบขมับตัวเองแต่เหมือนยิ่งทำยิ่งจะเพิ่มความเจ็บยิ่งขึ้น

“ฮยอน ฮยอนคะ! ได้ยินเค้าไหม”

“ปวดหัวจัง ปวดหัว!”

“ฮยอน!!!”

.
.
.
.
TBC.
มาช้า แต่มาชัวร์ ใครคิดถึงพิฮยอนมาแล้วนะค้าาาาาาา
ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ซอลโบ!!
ตอนต่อไปเอาไปลงจอยอย่างเดียวได้ไหมคะ ไม่รู้ว่ามีคนอ่านไหม ในนี้ 🥺



SHARE
Written in this book
Don’t Leave
Writer
Aris_S
Save me
🏸📖🖊🔬📷

Comments