[2shot] Taste [Seola and Bona] -1-



:



:





:



“You are a rare wine

An acquired taste

And I want to drink



:

:

All of you …”

 




“กว่าจะเห็นหน้าเห็นตานะคะคุณเจ้าของไร่ เราก็นึกว่าจะกลายเป็นผีเฝ้าโรงบ่มไวน์ไปแล้วเสียอีก”



เสียงทักทายคล้ายจะดีใจที่ได้เจอกันทว่าดูสวนทางกับรอยยิ้มค่อนขอดประดับประดาบนใบหน้าสวยจัดของ “ควอนอึนบี” เจ้าของผับหรูชื่อดังซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในแวดวงสังคมชั้นสูง ด้วยความที่สถานบันเทิงแห่งนี้คนทั่วไปก็เข้าได้ยากเพราะเน้นรับแต่ลูกค้าวีไอพีหรือที่เป็นสมาชิกเท่านั้น ความเป็นส่วนตัวและความลับของที่นี่จึงค่อนข้างสูงและเจ้าของความสูงโปร่งเพียบพร้อมด้วยใบหน้าที่เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่า ทุกอย่างที่ประดับประดาประกอบขึ้นมาล้วนเลอค่าไม่ว่าจะเป็นดวงตาคมกริบที่แฝงความเย็นชาที่น่าค้นหา เอาเป็นว่าหากมีคำจัดกัดความของคำว่าสวยงามก็ควรจะบัญญัติคำว่า “คิมซอลอา” ลงไปด้วย นอกจากความสวยที่หาตัวจับได้ยากแล้วการที่จะได้เห็นตัวเป็นๆ ของซอลอาก็เป็นเรื่องยากด้วยเช่นกันเพราะคุณเจ้าของไร่ค่อนข้างจะหวงแหนชีวิตส่วนตัวเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันขนาดไหนก็ตามถ้าหากซอลอาไม่เอ่ยปากจะมาเองทุกคนในกลุ่มก็จะไม่เซ้าซี้มากนัก และวันนี้ก็คงจะเป็นวันที่ฤกษ์งามยามดีแถมยังเป็นเกียรติเป็นศรีแก่ผับของอึนบีอีกด้วยที่ได้ต้อนรับการมาเยือนของคิมซอลอา ...



“ถ้าอย่างนั้นฉันกลับแล้วนะ”ท่าทีที่ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรนั่นแถมทำท่าจะหมุนตัวหันหลังเดินกลับไปเสียอีกทำเอาควอนอึนบีต้องรีบรั้งแม่คนใจร้อนทันที



“ไหนๆก็ออกมาแล้วนะ ขึ้นไปข้างบนกันเถอะ ฉันเตรียมไว้ให้แล้วรับรองว่าไม่มีใครมากวนได้”ซอลอาพยักหน้ารับพร้อมกับเดินตามอีกฝ่ายขึ้นไปชั้นบนตรงส่วนของโต๊ะรับรองแขกวีไอพีที่ถูกจัดไว้ด้านในสุด บรรยากาศที่ไม่อึกทึกครึกโครมอย่างด้านล่างของผับทำให้ซอลอารู้สึกพึงพอใจไม่น้อย สมแล้วที่วันนี้เธออยากจะผ่อนคลายซึ่งอันที่จริงแล้วซอลอาแค่อยากนั่งดื่มเงียบๆ ระบายความเครียดหลังจากที่เธอเพิ่งจะพากิจการฟาร์มของครอบครัวพ้นวิกฤตได้หลังจากที่พี่ชายทำมันพังอย่างไม่เป็นท่าและทำให้พ่อแม่ผิดหวัง โดยเฉพาะผู้เป็นบิดาถึงกลับล้มหมอนนอนเสื่อต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยโรคหัวใจที่กำเริบขึ้น ซอลอาต้องตกอยู่ในสภาวะกดดันอย่างที่สุดนั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัดขาดจากสังคมไปร่วมเดือนแต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีด้วยความสามารถของตัวซอลอาเอง รวมไปถึงทุกคนที่คอยอยู่เคียงข้างทำให้ทุกอย่างกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ



“แกนั่งดื่มไปนะ เดี๋ยวฉันมา”ควอนอึนบีเอ่ยบอกหลังจากจัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว ซอลอาพยักหน้าด้วยความเข้าใจถึงแม้จะอ่านสีหน้าของเพื่อนสนิทออกว่าอยากมีเรื่องคุยกันต่อก็ตาม



“เดี๋ยวค่อยกลับมาคุยกันก็ได้ ฉันสัญญาว่าจะไม่กลับก่อน”ซอลอาสำทับให้อีกฝ่ายมั่นใจและสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติปล่อยให้ซอลอาทอดมองบรรยากาศโดยรอบ พร้อมด้วยไวน์ชั้นเลิศที่อึนบีเตรียมไว้ให้อย่างรู้ใจถึงแม้ตอนนี้มันจะพร่องลงไปเกือบครึ่งขวดแล้วก็ตามทว่าคนกระดกมันเข้าไปยังไม่มีอาการเมาปรากฏให้เห็น มือเรียวยังคงยกแก้วไวน์ขึ้นจิบพลางผ่อนคลายด้วยการทิ้งตัวพิงพนักโซฟา ทว่ากลับรู้สึกถึงอะไรนุ่มๆ ที่มาหนุนอยู่ด้านหลังทำให้ซอลอาต้องหันไปมองก่อนจะเห็นเนื้อเนียนที่พ้นออกมาจากกระโปรงสีแดงเพลิงสั้นแค่คืบ



“ยังดื่มเก่งเหมือนเดิมเลยนะคะซอลอา”



คิ้วเรียวของคิมซอลอาเลิกขึ้นเป็นเชิงสงสัยแต่ทว่าก็เร็วพอที่จะเปลี่ยนกลับเป็นสีหน้าปกติที่เรียบนิ่งเช่นเดิม ..



“วิเวียนไงคะ”



“อ้อ... วิเวียน”ซอลอาพยักหน้ารับเมื่อรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาแม้ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก พร้อมกับรู้สึกถึงก้อนเนื้อนุ่มเบียดชิดเข้ามาแนบกับต้นแขน ผู้หญิงคนดังกล่าวเวลานี้กำลังเข้ามาคลอเคลียแนบชิดราวกับอยากระลึกความหลังที่เคยมีต่อกันซอลอานึกขึ้นได้แล้วว่าเคยรู้จักหล่อนที่ไหนและเมื่อไหร่ เราทั้งคู่รู้จักกันตอนอยู่ต่างประเทศซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ซอลอาเรียนอยู่ที่นั่น ด้วยความที่กลุ่มของซอลอากับวิเวียนมีโอกาสออกไปสังสรรค์และไปเที่ยวด้วยกันหลายหนเกิดเป็นความคุ้นเคยอีกทั้งการใช้ชีวิตที่นั้นก็อิสรเสรีมากกว่าบ้านเกิดเมืองนอนของกันเองความสัมพันธ์ทางกายก็เกิดขึ้นด้วยความพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายจึงเป็นอิสระและไม่ผูกมัดต่อกัน ส่วนวิเวียนเองนั้นก็เป็นคนไม่ค่อยเรื่องมากไม่จุกจิกกับซอลอาเท่าไหร่ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้ไม่น้อย



รวมไปถึงที่ตอนนี้เรือนร่างสมส่วนพยายามเบียดกายแนบชิดเข้ามา จนแทบจะหลอมเป็นร่างเดียวกันกับซอลอาที่ทำแบบนี้โดยไม่ต้องเกรงใจสายตาใครนั่นเป็นเพราะว่าพื้นที่ที่อึนบีจัดให้ค่อนข้างจะลับสายตาคน อีกทั้งบรรยากาศสลัวก็ดูจะเป็นใจให้เกิดอะไรแบบนี้ได้ วิเวียนเองก็ต้องการรื้อฟื้นถ่านไฟเก่าที่หล่อนมั่นใจว่าจะปะทุขึ้นมาอีกในไม่ช้าไม่นานนี้ด้วยการไล้มือไปตามโครงหน้าได้รูปเรื่อยต่ำลงไปยังลำคอระหง สายตานิ่งลึกของซอลอายังราบเรียบยามที่ริมฝีปากอุกอาจของหล่อนประทับลงบนริมฝีปากของเธอ แล้วดูเหมือนว่าครั้งนี้ซอลอาคงจะต้องผิดสัญญากับอึนบีเพื่อไปจัดการอะไรบางอย่างให้เสร็จเรียบร้อยแต่โดยดี ...



:



:





00:23 am
 


ไปไหน ..



ทำไมไม่ยอมรับสายกัน... 


หัวคิ้วถูกขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยปนอาการหงุดหงิดเล็กน้อย ซึ่งมันอาจจะเป็นอาการต่อเนื่องจากที่เธอต้องหาทางสลัดจากวิเวียนที่ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ มันเป็นความจริงที่วิเวียนอยากจะรื้อฟื้นสายสัมพันธ์เก่าๆ แต่ซอลอาในเวลานี้ไม่อาจลิ้มลองรสสัมผัสอื่นได้อีกในเมื่อเธอหลงใหลรสชาติของใครบางคนจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น คนที่แสนคุ้นเคยและไม่เคยหายไปจากชีวิตของกันเพียงแค่แต่ละช่วงเวลาเราต่างอยู่ในคนละสถานะเท่านั้น แน่นอนว่าเราทั้งคู่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าความสัมพันธ์ที่เป็นเพื่อนกันมาตลอดมันจะเปลี่ยนไปตลอดการเพราะความบังเอิญ



เพราะว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ จึงกลายเป็นเรื่องพิเศษหรือเปล่านะ...
 

ถ้าหากวันนั้นบังเอิญฝนตกหนักจนขับรถต่อไม่ไหวจึงต้องแวะร้านกาแฟที่เปิดตลอด24ชม. ถ้าหากว่า “คิมโบนา” ไม่ได้บังเอิญเลิกกับแฟนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยในวันนั้น จนดื่มเหล้าเมามายต้องหากาแฟดื่มให้อาการเมามันดีขึ้น



ถ้าเราไม่บังเอิญเจอกันที่นี่ ... ก็คงไม่เลยเถิดอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้





last year
  
1:54 am
 

ฝนที่ตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยมันตกหนักจนแทบมองไม่เห็นทาง เห็นแค่เพียงกลุ่มน้ำก้อนใหญ่ที่กำลังบ้าคลั่งกระหน่ำลงมาอย่างไม่สนอกสนใจอะไรทั้งนั้น ซอลอาคิดว่าถ้าหากยังฝืนขับต่อไปในสภาพที่มองอะไรไม่ถนัดก็เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อนอีกอย่างเธอเองก็ยังไม่ค่อยชินทางแถวนี้สักเท่าไหร่ ซอลอาเพิ่งจะกลับมาได้แค่เพียงสองเดือนเท่านั้นหลังจากไปอยู่เมืองนอกเมืองนามาตั้งหลายปี ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดไฟเลี้ยวเมื่อเห็นป้ายไฟของร้านกาแฟเปิดสว่างแข่งกับสายฝนน่าจะเข้าไปหากาแฟอุ่นๆ ดื่มรอให้ฝนซาไปกว่านี้แล้วค่อยกลับไร่



ทันทีที่เข้ามาในร้านซึ่งดูเงียบสงบแต่ก็ยังมีเสียงเพลงเปิดคลอไปกับสายฝนด้านนอก พนักงานตรงเคาน์เตอร์เอ่ยต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแม้จะเป็นช่วงดึกสงัดแล้วก็ตาม ซอลอาเดินเข้าไปสั่งเมนูกาแฟประจำของตัวเองอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากพร้อมกับหยิบเอาบัตรเครดิตจากกระเป๋าเงินยื่นส่งให้พนักงาน เมื่อเสร็จเรียบร้อยเจ้าตัวจึงเดินไปหาที่นั่ง ถึงจะเป็นเวลาเกือบตีสองแล้วก็ตามแต่ภายในร้านก็ยังมีลูกค้าอยู่สองสามรายที่จับจองโต๊ะด้านหน้าก่อนจมจ่อมไปกับโลกส่วนตัวของแต่ละคน ซอลอาเลยเลือกจะเดินเข้าไปข้างในสุดของร้านมันเป็นโต๊ะมุมอับของร้านมีโซฟาบุนวมที่หลบอยู่ในหลืบเล็กๆ ซึ่งโต๊ะที่ว่านั่นมันเกือบจะอยู่หลังร้านแล้วแต่เหมือนซอลอาจะมาช้ากว่าใครอีกคนที่เวลานี้กำลังฟุบหน้าไปกับโต๊ะ ข้างๆ กันนั้นยังมีกาแฟที่ส่งควันฉุยๆ ดูจากสภาพการแต่งตัวแล้วก็น่าจะเพิ่งไปเที่ยวกลางคืนเพราะตอนที่ขับรถผ่านมาซอลอาก็เห็นผับอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านนี้นัก ทว่าจังหวะที่ซอลอาคิดจะเปลี่ยนเป้าหมายคนที่ฟุบอยู่ก่อนหน้านี้ก็เงยหน้าขึ้นมาพอดี



“...”



“โบนา?”



มันเป็นความบังเอิญอย่างคาดไม่ถึงเพราะซอลอาไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกับหล่อนอีกครั้ง หลังจากที่แยกกันตั้งแต่เรียนมัธยมจบซึ่งซอลอาเลือกไปเรียนต่อที่อื่น ส่วนโบนาก็คงจะเข้ามหาวิทยาลัยและคณะที่หล่อนเคยตั้งใจเอาไว้สำเร็จมันเป็นระยะเวลานานที่เราสองคนไม่ได้เจอหรือติดต่อกัน ทว่าซอลอาก็รับรู้เรื่องของโบนาผ่านเพื่อนกลุ่มเก่าๆ ที่อัพเดทอะไรต่างๆ ลงสังคมโซเชียลซึ่งล่าสุดที่ซอลอาทราบก็คือโบนากำลังคบกับรุ่นน้องในคณะหลังจากนั้นซอลอาก็ไม่ได้คิดสนใจข่าวคราวของหล่อนอีก กระทั่งวันนี้ที่ได้มาเจอมาเห็นด้วยสองตาของเธอเองคนตรงหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่นักไม่สิ... หล่อนสวยขึ้นกว่าตอนเด็กเยอะแยะ สวยสมกับวัยแต่เท่าที่ซอลอาประเมินด้วยสายตาแล้วสภาพของอีกฝ่ายดูไม่ค่อยดีนักคล้ายคนที่ดื่มหนักรวมไปถึงขอบตาบอบช้ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง



“ซอลอาเหรอ ..”น้ำเสียงแหบๆ ของหล่อนเอ่ยขึ้นก่อนจะเพ่งสายตามองให้ชัดกว่าเดิม ไม่กี่วินาทีริมฝีปากได้รูปก็ค่อยเผยยิ้มทีละน้อยจนมันกว้างขนาดที่ดวงตากลมของหล่อนคลี่ยิ้มไปกับปากด้วย



เป็นรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิม เหมือนที่ซอลอาชอบมองในวันวาน... 


ก่อนจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ข้อมือบางของโบนาก็ส่งมาดึงคนที่ยืนอยู่ให้ทรุดตัวลงนั่งข้างกันนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันแสนประหลาดของเราสองคน เราสองคนพูดคุยสัพเพเหระโดยไม่สนใจว่าฝนที่ตกหนักอยู่ข้างนอกตอนนี้มันจะเป็นอย่างไร ไม่สนใจสิ่งรอบกายให้ทั้งห้วงเวลานั่นมีแค่เราสองคนพร้อมกับที่ซอลอาได้รับรู้จากปากของโบนาว่าหล่อนเลิกกับแฟนคนนั้นแล้วและนั่นเป็นสาเหตุของความเสียใจในครั้งนี้



ไม่รู้ว่าฝนตกมันทำให้หนาวหรืออีกฝ่ายตกอยู่ในอาการมึนเมากันแน่ หล่อนถึงได้ยกขาขึ้นมาพาดอยู่บนตักของซอลอาโดยที่ลำตัวก็ยังเว้นระยะห่างไว้พอสมควร แต่ไม่กี่วินาทีก็ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ชิดกับซอลอากระทั่งสายตาของเราได้สบกันในจังหวะที่ทุกอย่างมันดูล่อแหลมไปเสียหมด ไม่รู้ว่าซอลอาคิดไปเองหรือไม่เพราะสายตาของหล่อนดูเหมือนเชิญชวนอย่างไรก็ไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะโบนาตกอยู่ในฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ก็เป็นได้แต่มันกำลังทำให้สติของซอลอาเริ่มควบคุมไม่อยู่พร้อมกับที่กระทำให้ซอลอาทิ้งความเป็นเพื่อนที่ดีเอาไว้เบื้องหลัง แล้วจมดิ่งไปกับความน่าหลงใหลตรงหน้าหากแต่เสี้ยวสำนึกที่เหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ยั้งให้ซอลอานึกถึงสิ่งที่ถูกที่ควรแต่มันก็ไม่เป็นผลเพราะอีกฝ่ายดูจะไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ หล่อนกำลังส่งยิ้มยั่วยวนทั้งสายตาเคลิบเคลิ้มที่ล่อลวงให้อีกฝ่ายเดินลงห้วงความหลงอย่างไม่ยากนักเพราะใจบางดวงมันมีเชื้ออยู่แล้วและมันก็ปะทุขึ้นมาได้ไม่ยากเมื่อได้ตัวเร่งที่ถูก มือเรียวที่ประกอบด้วยนิ้วมือสวยค่อยๆไล้ไปตามต้นขาของอีกฝ่ายอย่างคนที่คุมสติไม่อยู่ ส่วนมืออีกข้างก็ช่างรู้หน้าที่ว่าจะต้องทำเช่นไรต่อเพราะตอนนี้มันกำลังเอื้อมไปโอบรอบเอวคอดแล้วดึงคนตรงหน้าให้เข้ามาใกล้จนกระทั่งช่องว่างถูกแทนที่ด้วยความแนบชิด



ในวินาทีที่ความลุ่มหลงและมึนเมาอบอวลอยู่รอบๆ ริมฝีปากของซอลอาฉกวนเข้ามาเบียดบดกับริมฝีปากของโบนาอีกครั้งและอีกครั้งด้วยความหลงใหล โดยที่หล่อนเองก็เผลอโยนตัวเองลงไปในหลุมเดียวกันกันซอลอาด้วยต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่าเพียงเท่านี้มันไม่พอต้องการมากกว่านี้อีก ชุดความคิดนี้มันแทบจะผุดเข้ามาในหัวทุกวินาทียิ่งกลิ่นน้ำหอมที่คละคลุ้งไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์จากกายของโบนา ถึงแม้มันจะจางหายไปตามช่วงเวลาบ้างแต่มันก็ยังเชิญชวนให้กดปลายจมูกลงไปสูดดมใกล้ๆ บริเวณซอกคอระหงของอีกฝ่ายอยู่ดีนั่นจึงเป็นจุดเริ่มให้ซอลอาวนกลับไปฉกฉวยความหอมหวานจากริมฝีปากได้อีกครั้ง



โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้เลยว่า อะไรที่มันเกินพอดีมันไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่เพราะหลังจากนั้นเราสองคนต่างหาความพอดีให้กันไม่ได้ จนต้องเติมเต็มความลุ่มหลงด้วยรสชาติที่ต่างก็พึงพอใจซึ่งกันและกัน...



 

ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วที่ซอลอาโทรไปหาอีกฝ่ายแต่ก็ไม่มีการตอบอะไรกลับมา เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ปกติแล้วโบนาไม่เคยจะไม่รับสายกันหากไม่ได้รับก็ต้องโทรกลับมาแล้ว มันดูผิดปกติเกินไปพอคิดทบอวนอย่างดีแล้วก็รีบเดินออกจากร้านไปที่รถแล้วเป้าหมายก็คือคอนโดของโบนา ใช้เวลาไม่นานนักก็ขับรถมาถึงคอนโดด้วยความร้อนใจขายาวๆจึงก้าวฉับๆ ตรงไปที่ลิฟต์กดชั้นที่โบนาพักอย่างแม่นยำถึงแม้มันจะผิดกฎที่หล่อนตั้งเอาไว้ก็ตามแต่ซอลอาเป็นห่วงถ้าหากหล่อนจะโกรธกันก็ไม่เป็นไรแค่มาดูให้เห็นกับตาว่าอีกฝ่ายสบายดีก็พอ เพียงแค่ประตูลิฟต์เปิดออกก็เหมือนร่างโปร่งของซอลอาลอยได้ใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็มาหยุดอยู่หน้าห้อง นิ้วเรียวกดจิ้มรหัสอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดพร้อมกับที่ประตูตอบรับเปิดให้ซอลอาเข้าไป



ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบคล้ายกับไม่มีใครอยู่แต่ซอลอาก็มั่นใจว่าโบนาไม่ได้ออกไปไหน เวลานี้มันก็เกือบตีสองแล้วไม่มีทางที่เจ้าของห้องจะออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอก ก่อนหน้านี้เราสองคนยังคุยแชทกันอยู่ไหนจะชวนไปร้านอึนบีด้วยกันแต่โบนาก็ปฏิเสธบอกว่าอยากพักและหล่อนไม่ใช่คนที่จะมาโกหกอะไรกับเรื่องพวกนี้ สองขาของซอลอาก้าวอย่างมั่นคงในระดับความเร็วที่เพิ่มขึ้นสาวเท้าไปยังห้องนอน ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วและภาพที่เห็นทำเอาซอลอารีบวิ่งพรวดเข้าไปอย่างรวดเร็ว



ร่างผอมบางของโบนานอนพับไปกับพื้นข้างเตียง แวบแรกที่เห็นทำเอาหัวใจของซอลอาหล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่มทั้งปากทั้งมือก็สั่นเทาด้วยความเป็นห่วงที่มันแล่นพล่านสูบฉีดไปทั้งร่าง





to be con.
#tasteseolbo
SHARE
Writer
PastelSecret
Cat's slave
เป็นคนชี้ชิปค่ะ YoonSic Seulrene JoyDy EunBo XiWoo 2kyung ที่เหลือก็แล้วแต่กำลังและศรัทธา SNSD / RVV / PRISTIN / WJSN

Comments

ppacyn_
5 months ago
กี้ด คุนโบนาเขาเป็นอะไรอะคะแงอยากรู้แร้วววว
Reply