Vinin' out with | seolbin
คำอธิษฐานทุกข้อของฉันจะไม่เป็นจริง ความฝันทุกความฝันของฉัน จะไม่มีวันถูกเติมเต็มให้สมปรารถนา... ฉันเป็นคนที่เคยเชื่อในพระเจ้า แต่พระเจ้าไม่เคยรับฟังคำขอของฉันเลย แม้แต่ครั้งเดียว

ปาร์คซูบินรู้สึกจมจ่ออยู่กับความหดหู่ สิ้นหวังโศกเศร้า เจ็บแค้น และชิงชัง เธอสูญเสียพ่อแม่ของเธอเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอเป็นคนเดียวที่รอดออกมาแต่มือทั้งสองข้างของเธอใช้การไม่ได้อีก เธอไม่สามารถเล่นเปียโนได้อีกแม้มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม คุณลุงเป็นคนเดียวและญาติคนเดียวที่อยู่ใกล้เธอ 

แม้ภายในใจจะรู้สึกเศร้าตรมและทุกข์ระตรมจนแทบอยากหายไปจากโลกและอยากตายทุกวินาทีและลมหายใจเข้าออก แต่ปาร์คซูบินก็ยังเป็นปาร์คซูบิน เธอใส่หน้ากากฉาบความเศร้าด้วยรอยยิ้มและทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวคิดว่าเธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี และร่าเริงสดใส

โดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในใจของเธอซ่อนความเจ็บปวดและรวดร้าวอะไรไว้บ้าง...

มีเพียงคนเดียวที่มองเข้ามาในจิตใจของเธอ คนๆนั้นคือ...คิมซอลอา เธอจ้องมองมนุษย์คนนี้มาสักพักแล้ว และเธอคิดว่า มนุษย์คนนี้ช่างมีจิตใจที่เข้มแข็งจริงๆแม้เจอเรื่องที่โหดร้ายสำหรับเธอขนาดนั้น หากเป็นคนอื่นคงฆ่าตัวตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังมีชีวิตอยู่ และมอบความสุขให้คนอื่น เท่าที่เธอจะทำได้ แม้ภายในจะกักเก็บความเศร้าหน่วงที่ไม่มีคนรู้ก็ตาม

หากผู้หญิงคนนี้ตายไป ดวงวิญญาของเธอคงจะได้ไปอย่างสถานที่ๆสวยงามและบริสุทธิ์สำหรับพระผู้เป็นเจ้าจัดไว้ต้อนรับเพียงแค่ผู้ทำไว้ซึ่งความดีแน่ๆ แตกต่างจากเขาสิ้นดี

แต่จู่ๆปาร์คซูบินก็ตะโกนขึ้นมาในสวนยามเธออยู่คนเดียวว่า...

"พระเจ้าบนโลกใบนี้ช่างเฮงซวย ถ้าพระเจ้ามีจริงก็ทำให้ฉันตายตอนนี้เลยสิ ทำให้ฉันหายไปจากโลกใบนี้ตอนนี้เลย ทำไมต้องมาให้ฉันพบเจอกับความยากลำบากขนาดนี้ด้วย ฮึก..."

ทำให้คิมซอลอาที่นั่งในม้านั่งเดียวกันตกใจ จนแทบตกเก้าอี้ 

"เธอเคยตายไปแล้วสองรอบแล้วนี่... รอบแรกเธอตายจากความสุขที่สูญเสียพ่อแม่ ครั้งที่สองเธอสูญเสียความฝันจากการไม่ได้เล่นเปียโนอีก เธอคงไม่อยากได้รับความตายครั้งที่สามจากการไม่ได้หายใจอีกหรอก"

"คุณเป็นใครและคุณรู้เรื่องของฉันได้ยังไง"

ปาร์คซูบินพูดแล้วมองหน้าคิมซอลอา... คิมซอลอาหันไปมองซ้ายมองขวาไม่มีใครอยู่รอบๆ นี้ เธอได้ยินเสียงของเราด้วยเหรอ

"คุณมานั่งที่ม้านั่งเดียวกับฉันตั้งแต่เมื่อไร โผล่มาตั้งแต่ตอนไหน ขอโทษนะคะ ปกติฉันไม่ใช่คนที่ขี้โวยวายหรือชอบร้องไห้ต่อหน้าคนแปลกหน้าแบบนี้"

เธอมองเห็นร่างฉันด้วย...บ้าไปแล้ว มนุษย์มองเห็นและได้ยินเสียงของฉัน ฉันหันไปมองเงาบนพื้น บ้าน่า ก็ไม่มีเงานี่นาแล้วมองเห็นได้ไง

"นี้เธอมองเห็นฉันงั้นเหรอ"

"ค่ะ มองเห็นชัดเลยแต่ไม่รู้ว่ามานั่งตั้งแต่เมื่อไร น่าอายจัง"

เธอฉีกรอยยิ้มร่าเริงก่อนจะกลั้นก้อนสะอึกลงในลำคอและปาดน้ำตาทิ้ง เธอใส่หน้ากากอีกแล้ว

"อย่าคิดมากเลย การที่เธอใช้ชีวิตมาได้ขนาดนี้ก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว"

"งั้นคุณเป็นใครเหรอคะ รู้เรื่องของฉันได้ไง"

"ให้คิดว่าฉันเป็นคนที่คอยเฝ้าติดตามและแอบมองชีวิตของเธอจากที่ห่างๆก็พอ..."

"คุณชอบฉันเหรอคะ"

"...ก็ต้องชอบสิ เธอเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจงดงามและมีความดีในใจแบบหาตัวจับได้ยากนะ ถ้าเป็นคนธรรมดาเจอเรื่องโหดร้ายแบบนั้นก็คงกลายเป็นคนเกรี้ยวกราด เย็นชา ขี้โมโหและทำแต่เรื่องน่ากลัวไปแล้ว แต่เธอยังมอบความสุขให้คนอื่นและรักษาจิตใจที่อ่อนโยนในตัวได้ เธอเป็นมนุษย์ที่น่าชื่นชมเลย ในสายตาฉัน"

"เป็นคนคลั่งศาสนาด้วยสินะ งั้นที่ฉันพูดไม่ดีเกี่ยวกับพระเจ้าก่อนหน้านี้ คุณคงไม่พอใจสินะ"

"ทำไมต้องไม่พอใจล่ะ เพราะพระเจ้าก็โหดร้ายจริงๆนั่นแหละ"

หากพระเจ้าไม่โหดร้าย เขาคงไม่ต้องมาทำหน้าที่นี้หรอก...

"ฉันไปนะ ฉันมีงานต้องทำ"

"เดียวก่อน ก่อนคุณจะไป ฉันขอรู้ชื่อคุณก่อน"
 
ปาร์คซูบินว่าพร้อมจับแขนเสื้อสีดำของคิมซอลอา นอกจากเธอจะมองเห็นตัวฉันและได้ยินเสียงฉันแล้ว เธอยังจับตัวฉันได้อีก เหลือเชื่อเลย

"คิมซอลอา ฉันชื่อคิมซอลอา"

"คุณไม่มีเงาบนพื้น คุณไม่ใช่คนบนโลกมนุษย์สินะ...คุณเป็นใครกันแน่"

"ฉันเป็นยมทูต"

คิมซอลอาคือยมทูต หน้าที่ของเธอคือการรับส่งดวงวิญญาณของมนุษย์ที่เพิ่งตายใหม่ๆจากโลกหนึ่งไปอีกโลกหนึ่ง


หากเขาทำความดีไว้มากๆจะมีทางสว่างลอดเข้ามาให้เขาเดินตามทางไปและเขาก็หายแว่บไปในที่ๆเขาเท่านั้นที่รู้ได้ คิมซอลอาเดาว่าคงเป็นสวรรค์ แต่หากเขาทำชั่วไว้มาก เขาก็จะได้รับสิ่งที่เขาทำอย่างสาสมเหมือนกัน ซึ่งคิมซอลอาต้องส่งมอบรายชื่อให้กับเบื้องบนชั้นสูงตัดสินใจกันอีกต่อไปว่าจะต้องนำไปชดใช้ที่นรกขุมไหนและรับโทษยังไง

มันคงโหดร้ายมากเกินกว่าที่สมองของยมทูตอย่างเขาจะจินตนาการถึง แม้จะทำหน้าที่มานานแรมสามพันเกือบสี่พันปีแล้วก็เหอะ

โลกนี้ช่างสวยงาม แต่จิตใจของมนุษย์นั้น ช่างสกปรกโสมม.. และนี้คือช่วงพักของยมทูตแบบคิมซอลอา เขาใช้ช่วงเวลานี้เพลิดเพลินบนโลกมนุษย์ มองนั้นมองนี้ไปทั่ว และบังเอิญเจอเธอในสวนแห่งนี้ เลยลอยมานั่งข้างๆ ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะมองเห็นและได้คุยกับเขา แถมยังจับเนื้อต้องตัวได้ด้วย

ฉันรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว เหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายกับความไม่แก่ไม่ตาย และต้องมองเห็นความโศกเศร้าของมนุษย์คนอื่นๆ จากการจากลา การสูญเสีย การไม่พร้อม และการหวาดกลัว... สำหรับความตาย...

อันที่จริง ฉันอยากจะพ้นจากการทำหน้าที่นี้ซะที แต่ฉันก็ไม่เคยหลุดจากมันได้ซะทีเหมือนพระเจ้าเกลียดฉัน ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำหน้าที่นี้อีกนานเท่าไร แต่ฉันก็อยากพ้นแล้ว

ฉันอยากไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์หรือไปที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่การทำหน้าที่รับส่งดวงวิญญาณบนสมุดรายชื่ออันน่าเหนื่อยหน่าย

มีวันหนึ่งในตอนที่ฉันทำหน้าที่ของฉันอยู่ดีๆ ชื่อของเธอปรากฏบนสมุดรายชื่อของฉัน 

'ปาร์คซูบิน'

ฉันเลยไปรอ... ที่ถนนเลี้ยวทางตกหน้าผาที่รถจะเกิดอุบัติเหตุ และไม่ถึงห้าวินาที รถคันที่ปาร์คซูบินนั่งอยู่ก็เกิดฉวัดเฉวียนเป็นวงเวียนรอบวงกลมแบบน่าคลื่นไส้ ก่อนที่รถจะตก ฉันมองเห็นเธอ เธอเลือดออกที่ศีรษะ แววตาดูเลื่อนลอย และกำลังจะตาย

เธอมองเห็นฉัน หน้ากากรอยยิ้มได้หายไปจากใบหน้าเธอ ดวงตาของเธอเศร้าระทม เธอเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า...

"คุณยมทูต ช่วยฉันด้วย ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่"

ฉันตอบกลับไปว่า...

"ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก หน้าที่ของยมทูตคือการกักเก็บและไปส่งดวงวิญญาณมนุษย์สู่โลกหลังความตาย กฏของเราคือห้ามยุ่งหรือเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ฉันช่วยเธอไม่ได้"

เธอหลับตาอย่างเหนื่อยอ่อน หยดน้ำตาไหลออกมาจากตาเธอขณะที่เธอกำลังหลับตา ฉันเคยเห็นคนที่ตายต่อหน้าต่อตาฉันมากมาย ฉันเคยมองเห็นคนที่ผ่านความรู้สึกโศกเศร้าและหวาดกลัวมากมาย แต่ทำไมความรู้สึกเห็นอกเห็นใจถึงเกิดขึ้นกับฉันนะ แต่จู่ๆเสียงของเธอก็ดังขึ้นมาในหัวและความคิดของฉันราวกับมันเป็นเสียงในหัวและความคิดของฉันเอง

'ฉันเคยคิดมาตลอด ว่าฉันอยากตาย ฉันเคยคิดมาตลอดว่าฉันอยากจะหายไป มันคงจะดีถ้าฉัยหายไปจากโลกนี้ แต่พอถึงเวลาที่ฉันจะตาย ฉันกลับอยากมีชีวิต ฉันอยากมีชีวิตอยู่ ได้โปรด ช่วยฉันด้วย ได้โปรด..."

ทำไมเสียงของเธอถึงดังขึ้นมาในหัวของฉันเหลือเกิน

"ใครก็ได้... ช่วยฉันด้วย"

ฉันเอามือปิดหูตัวเองไม่ให้ได้ยินเสียงเธอ ทำไมนะ ทำไมมันคล้ายเหลือเกิน ราวกับฉันเคยผ่านช่วงเวลาและความรู้สึกที่เจ็บปวดมากๆแบบนี้มาก่อน

'ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่...'

ในช่วงที่รถกำลังจะตกลงไปชนพื้นโหม่งหน้าผาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ฉันก็หยุดเวลา และกระโดดลงไปช่วยเธอขึ้นมาอย่างไม่สนหน้าที่ตัวเองกับกฏที่ว่า... หากฉันยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ แม้เพียงชีวิตเดียว ร่างกายและจิตวิญญาณของฉัน จะถูกทำให้หายตัวไป ราวกับฝุ่นควัน...
SHARE

Comments