จงสู้เมื่อคิดว่าจะชนะ!

1.
ช่วงเตรียมตัวสอบบรรจุครูผู้ช่วย หลังจากคร่ำเคร่งอยู่กับการอ่านหนังสือยาวนานติดต่อกันหลายชั่วโมง ยามพักยก ผมมักจะแวะเข้า Youtube เพื่อฟังเพลงโปรดทั้งเพลงไทยและต่างประเทศ 

ให้เวลาสมองได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดสะสม โดยเพลงโปรดของผม มีอยู่ด้วยกันหลากหลายแนว อาทิ เพลง Lost Stars ของ Adam Levine, เพลง All My Days ของ Alexi Murdoch, เพลง ผู้ชนะ ของ เสกสรรค์ ศุขพิมาย (วง LOSO), เพลง เราไม่ต่างกัน ของวง 25 hours, เพลง มูซาชิ/Musashi ของ Boy Imagine ฯลฯ 

และในบรรดาเพลงโปรดทั้งหลายแหล่ที่ว่ามานี้ ผมมักจะเปิดฟังเพลง มูซาชิ/Musashi ของ Boy Imagine เป็นอันดับแรกเสมอ เหตุผลก็เพราะว่า เนื้อหาของเพลงพูดถึงการฝึกตนเองของนักดาบนามว่า ‘มิยาโมโต้ มูซาชิ’ สุดยอดซามูไรไร้พ่ายแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้ที่ผมศรัทธาในวิถีของเขา 

“เพราะชีวิตนักรบอย่างข้า เกิดขึ้นในตอนเช้า แต่ไม่อาจล่วงชะตากรรมในยามเย็น ดวงดาวที่พราวพร่างบนฟ้า ประกายจันทราสาดแสงส่อง ในมือข้าจึงมีเพียงดาบเดี่ยว ใจข้ามีเพียงความเดียวดาย ยอมโดดเดี่ยว เพื่อดาบเดี่ยว อย่างเด็ดเดี่ยว แม้ต้องเดียวดาย”

เป็นท่อนที่ผมชอบมากที่สุด เพราะมันสะท้อนวิถีและจิตวิญญาณของการฝึกตนได้อย่างครบถ้วนทั้งแง่เนื้อหาและอารมณ์ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้ เนื้อหาและท่วงทำนองของมัน มักจะผลักดันห้วงอารมณ์ของผมให้เข้าสู่วิถีของการแสวงอย่างไม่รู้ตัว...

2.
กล่าวสำหรับ ‘มิยาโมโต้ มูซาชิ’ เขาผู้นี้ คือบุคคลที่มีตัวตนจริงในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เขาเป็นนักดาบที่กล่าวได้ว่า มีชื่อเสียงมากที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ทั้งยังเป็นคนที่แต่งหนังสือว่าด้วยกลยุทธ์การต่อสู้ชื่อ The Book of Five Rings หรือ ‘คัมภีร์ห้าห่วง’ ในภาคภาษาไทย 

ว่ากันว่า ในปี ค.ศ. 1600 เมื่อครั้งที่เขามีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น เขาได้ขออาสาเข้าร่วมทำสงครามระหว่าง ‘กลุ่มโตกูกาวา’กับ‘กลุ่มโอซาก้า’ ภายใต้การนำของสองขั้วอำนาจที่กำลังแย่งชิงกันเพื่อตั้งตนเป็นในแผ่นดินญี่ปุ่น ณ สมรภูมิรบทุ่งเซกิกาฮาราในฐานะทหารชั้นเลวคนหนึ่ง 

เหตุการณ์พลิกผันเมื่อฝ่ายที่เขาเข้าร่วมเป็นฝ่ายปราชัย บรรดาทหารที่เหลือรอดพากันหนีตายแตกสานซ่านเซ็นไปทั่วสารทิศ พร้อมกับการถูกตามล่าจากทหารของฝ่ายตรงข้าม ระหว่างทางนั้นก็ต้องพานพบกับอุปสรรคและภยันตรายมากมาย 

จนกระทั่งเขาได้ระเห็จหนีตาย มาพบเข้ากับพระเซ็นรูปหนึ่ง ผู้ที่มองเห็นศักยภาพแท้จริงในตัวของนักดาบหนุ่มมูซาชิ จึงได้ชี้แนะแนวทางให้เขาเลิกเสียจากความนิสัยใจร้อนมุทะลุดุดันมุ่งแต่การจะเอาชนะอย่างเดียว เปลี่ยนมาเป็นการแสวงหาหนทางแห่งนักรบที่แท้จริง

นอกเหนือจากนี้ พระเซ็นรูปนี้ยังแนะนำให้เขาขังตัวเองเป็นระยะเวลานานถึง 3 ปี อยู่บนยอดปราสาทกระเรียนขาวกับกองหนังสือเพื่อฝึกฝนตนเองให้สงบนิ่งและเรียนรู้ความคิดของบรรดานักปราชญ์โบราณผ่านการอ่านหนังสือ 

ตั้งแต่ตำราประวัติศาสตร์ ตำราปรัชญา กระทั่งถึงตำราพิชัยสงคราม จนกระทั่งมูชาซิ ได้เข้าใจถึงวิถีการจัดการตนเองเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศที่มีประสิทธิภาพสูงสองประการด้วยกัน 

ประการแรก เขาเรียนรู้ที่จะไม่นำตัวเองเขาไปเสี่ยงชีวิตหรือออกเรี่ยวแรงไปกับเรื่องไร้ประโยชน์ ทว่าจะเก็บออมทะนุถนอมชีวิต เพื่อมอบให้กับเป้าหมายอันสูงสุด 

ประการที่สอง เขาเรียนรู้ที่จะข้ามพ้นเรื่องศักดิ์ศรีหน้าตา ลาภ ยศ สรรเสริญ ทั้งหลายทั้งปวง อันนำมาซึ่งการหลีกเลี่ยงการสู้รบในสมรภูมิที่ไม่จำเป็น 

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้การประลองฝีมือมากกว่า 60 ครั้งของเขา ทำให้เขาเป็นฝ่ายมีชัยชนะเหนือคู่ศัตรูทุกครั้งไป...         


3.
ช่วงฝึกสอนผมได้มีโอกาสอ่าน ‘มูซาชิ’ ฉบับท่าพระจันทร์ ของ สุวินัย ภรณวลัย ที่พูดถึงเรื่องราวการต่อสู้และการวางกลยุทธ์เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ 

การแสวงหาจิตวิญญาณ และค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่เพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศแห่งวิถีดาบในคราวเดียวกันของจอมดาบพเนจรผู้นี้ไปหนหนึ่ง 

และช่วงลาออกจากงานสอน เพื่อมาทุ่มเทพลังกายและใจให้กับการอ่านหนังสือเตรียมสอบครูผู้ช่วย อีกหนหนึ่ง และหนหลังนี้ ผมก็ได้คำตอบบางอย่างให้กับตัวเอง 

ดังบันทึกการอ่านสั้น ๆ ของผม ความว่า “แว่วเสียง ‘มูซาชิ’ กระซิบบอก ว่า เจ้าอย่าต่อสู้พร่ำเพรื่ออย่างผู้มากเป้าหมาย แต่จงเก็บเรี่ยวแรงไว้ต่อสู้เพื่อบรรลุจุดหมายเพียงหนึ่งเดียว และหากถึงคราวที่เจ้าต้องสู้ จงสู้เมื่อคิดว่าจะชนะ” 

นั่นเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมผมถึงตัดสินใจลาออกจากงานสอนในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งย่านสาธุประดิษฐ์ เพื่อออกมาทำตามเป้าหมายที่วางไว้กับตัวเอง 

นั่นก็คือ การสอบบรรจุครูผู้ช่วยให้ติดภายในปีเดียว และครั้งเดียว ซึ่งผมก็ทำได้จริง ๆ เมื่อครั้งกลับจากการสอบสัมภาษณ์ ภาค ค. ผมก็ได้บันทึกไว้อย่างสั้น ๆ อีกครั้ง ความว่า 

“ครั้นเมื่อสอบสัมภาษณ์เสร็จ ขณะกำลังเดินทางกลับ ระหว่างทางนั้นบทเพลงนี้ (มูซาชิ/Musashi ของ Boy Imagine) พลันผุดพรายขึ้นมาในหัว ทั้งคำร้องและท่วงทำนอง น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อปริ่ม โอ…มูซาชิ ข้าช่างศรัทธาในวิถีของท่านเหลือเกิน”...

4.
ถึงตรงนี้แล้ว ที่กล่าวมาทั้งหมด ผมเพียงแค่ต้องการจะบอกว่า คนเราจะบรรลุถึงเป้าหมายได้ด้วยความเก่งกาจอย่างเดียวไม่เพียงพอ 


เราต้องมีความอดทน มีความรัก และศรัทธาในวิถีทางของตนเอง พร้อมทั้งการทุ่มกายเทใจให้กับการฝึกฝนเป็นระยะเวลายาวนาน จนกระทั่งเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จและความเป็นเลิศในด้านนั้น ๆ

แม้ว่าบางครั้ง เราจำเป็นจะต้อง “ยอมโดดเดี่ยว เพื่อดาบเดี่ยว อย่างเด็ดเดี่ยว แม้ต้องเดียวดาย” ก็ตามที...


SHARE
Writer
ChavisPhewngerN
Teacher
นัก (เรียน) เล่าเรื่อง ผู้พยายามสร้างเรื่องราว ผ่านเรื่องเล่า ที่เขาเล่าเอง

Comments

Tiger_pk
4 months ago
ช่วงเวลาฝึกสอนนี่ทรมานมากค่ะ ได้บรรจุแล้วทรมานเหมือนฝึกสอนมั้ยคะ
Reply
ChavisPhewngerN
4 months ago
ตอบในแง่อยู่กับเด็ก ต้องบอกว่าแฮปปี้ครับ แต่ถ้าตอบในแง่ระบบกับเพื่อนร่วมงาน บางครั้ง ต้องบอกทุกข์ยิ่งกว่าครับ! :)
Tiger_pk
4 months ago
โชคดีนะคะที่เจอเด็กน่ารัก
Black_pencil
4 months ago
รักบทความนี้เลยครับ!!!
Reply
ChavisPhewngerN
4 months ago
ขอบคุณครับ .(^_^).
kubkam
4 months ago
คุณกดกันกับการสอบครั้งนี้บ้างไหม
Reply
ChavisPhewngerN
4 months ago
กดดันมากเลยครับ แทบประสาทกินเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งใจมาก อยากสอบให้ได้ภายในครั้งเดียว รอดมาได้เพราะการเขียนเลยครับ เวลาเครียดผมมักจะเขียนระบายความรู้สึกออกมา พอได้เขียนจะรู้สึกดีขึ้นมาทันที จากนั้นก็กลับไปลุยอ่านหนังสือต่อ อ่านสักพักเครียด ก็เขียนมาอ่านอีก วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวันสอบ (ฮ่า!...) : )
kubkam
4 months ago
เราเครียดมากเล​ย​ เครียดจนเห็นมีดตั้งอยู่ข้างๆแล้วมือสั่น
ChavisPhewngerN
4 months ago
ผมเคยคิดแว่บหนึ่งครับ ช่วงลาออกจากงาน เพื่อมาอ่านหนังสือสอบ ทว่าได้คำพ่อให้ฉุกคิดเลยได้เรียกสติกลับคืนมาได้ ต้องบอกว่า เราควรยืดหยุ่นด้านความคิดให้มากขึ้นครับ มองปัญหาให้เล็กเข้าไว้ และต้องเชื่อมั่นว่า "เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ผ่านไป" เพียงแค่มันต้องใช้เวลา ในระหว่างนั้นหน้าที่ของเราก็คือต้อง "อดทนรอ" และมองหาความสุขจากจุดที่ยืนอยู่ให้เห็น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งใหญ่โตโอ่อ่า เอาแค่สิ่งเล็กๆ รอบตัวก็ได้ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกับหมา พาแม่ไปตลาด ชวนพ่อคุยโน่นนั่นนี่ ฯลฯ เอาจุดที่เรายืนอยู่ในแต่ละช่วงชีวิตเป็นจุดตั้งต้นก่อนเสมอครับ ทางออกของผม ก็คือ สถานการณ์จะเป็นเช่น ต้องคิดบวกเข้าไว้ครับ แล้วทุกอย่างจะคลี่คลายตามระยะเวลาของมัน.