เมื่อโลกทุนนิยมทำให้เรารู้สึกเศร้าทุกครั้งที่เรามีความสุข
        สำหรับตัวเราเองแล้วความสุขเกิดได้จากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การนอนเปิดแอร์เย็นๆดูซีรีย์เรื่องโปรดพร้อมจุดเทียนหอมกลิ่นวนิลลาอ่อนๆ การเดินออกไปยืมการ์ตูนญี่ปุ่นครบเซตและนอนอ่านรวดเดียวจบในวันหยุดสุดสัปดาห์ การนอนตื่นสายแบบไม่ตั้งนาฬิกาปลุก (ซึ่งมักจะตื่นราวๆ11โมง) จากนั้นก็ทำอาหารอร่อยๆทานรวบมื้อเช้าและมื้อกลางวันเข้าด้วยกัน การออกไปเดินเล่นชมความงามของพระอาทิตย์ตกไม่ก็ปั่นจักรยานและพูดจาเพ้อเจ้อกับตัวเองคนเดียว แต่ช่างน่าตกใจ ที่กิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ต่อให้มันจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายขนาดไหนสุดท้ายมันมักจะทำให้เรารู้สึก “เศร้า” อย่างแปลกประหลาดจนเราเองต้องตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้งว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราเองกันแน่
        ในสังคมที่ทุกอย่างหมุนไปด้วยคำว่าทุนนิยม เรามักจะได้ยินคำว่า “productive” อยู่ทุกหนทุกแห่ง สื่อต่างๆมักนำเสนอ “เคล็ดลับ” การใช้ชีวิตให้โพรดัฟทีฟที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบทความออนไลน์ podcast รายการโทรทัศน์ หรือเพจต่างๆ ต่างออกมาชื่นชมบุคคลที่ใช้ชีวิตและใช้เวลาอย่าง “คุ้มค่า” แน่นอนว่าคำว่า “คุ้มค่า” ในที่นี้นั้นหมายถึง คุณควรตื่นเช้า และแน่นอนว่าคุณควรจะออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆหรือเล่นโยคะให้เหงื่อออกสักหน่อย คุณควรสูดอากาศยามเช้าและสัมผัสแดดอ่อนๆ นอกจากนั้นคุณควรทานอาหารที่มีประโยชน์ สำคัญมาก! อย่าลืมว่ามื้อเช้าคือสิ่งจำเป็น พวกของเวฟหรืออาหารแช่แข็งนั้นลืมไปได้เลย เมื่อคุณออกจากบ้านและถึงที่ทำงาน จงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โฟกัสกับงานให้เต็มที่แต่ก็อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป แน่นอนว่าเมื่อคุณคิดอยากจะพัก คุณอาจเลือกอ่านบทความดีๆสั้นๆสัก 2-3บทความ แต่! ขอเตือนว่าอย่าเลือกใช้ social media มากจนเกินไปเพราะนั่นอาจทำให้คุณเสียเวลาไปโดยไม่จำเป็น หากคุณต้องการจะติดต่อ การใช้โทรศัพท์หรือการส่งอีเมลล์นั้นจะช่วยประหยัดเวลาและลดการรับข้อมูลที่ไม่จำเป็นไปได้มากเชียวล่ะ! เมื่อถึงเวลาเลิกงานคุณอาจจะไปออกกำลังกายที่ยิมที่สมัครเอาไว้หรือออกมาเดินให้เหงื่อซึมในบริเวณใกล้บ้าน จงอย่าผลัดวันประกันพรุ่งและพยายามออกกำลังกายให้เป็นนิสัย! เคล็ดลับสำคัญคือระหว่างการเดินหรือวิ่งเหยาะๆคุณอาจจะฟังเพลงสักหน่อยหรือ ส่วนตัวแล้ว ขอแนะนำให้หา podcast ดีๆฟัง (ถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะยิ่งดี คุณจะได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย) ระหว่างทางกลับบ้านการขับรถถือเป็นเวลาพักผ่อนที่คุณจะได้อยู่กับตัวเอง จงผ่อนคลายให้เต็มที่ จากนั้นเมื่อถึงบ้าน ให้ระลึกไว้เสมอว่าเวลาทานอาหารเย็นนั้นเป็นเวลาสำคัญของครอบครัว โต๊ะอาหารคือที่ที่คุณจะได้พูดคุยและสร้างความทรงจำดีๆในแต่ละวันกับคนในบ้าน เมื่อทานอาหารเสร็จคุณอาจจะใช้เวลาช่วงนี้อัพเดทข่าวคราวในโลกออนไลน์เพื่อไม่ให้ขาดการติดต่อกับเพื่อนๆจนเกินไป อย่างไรก็ตามขอแนะนำให้คุณปิดโทรศัพท์มือถือก่อนนอนเพื่อตัดการรบกวนจากสิ่งไม่จำเป็นและหาหนังสือดีๆมาอ่านวันละ 1-2 บท และขาดไม่ได้!! เคล็ดลับสุดท้ายคุณอาจะนั่งสมาธิเล็กน้อยสัก 10-15 นาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนอีกด้วย 


      หนึ่งในความรู้สึกที่ผุดเข้ามาหลังจากได้อ่านเคล็ดลับการใช้ชีวิตให้productiveข้างต้นคงจะเป็นความรู้สึกทึ่งใจ เก่งว่ะ! มีคนใช้ชีวิตแบบนี้จริงๆหรอเนี่ย มีวินัยมาก สุดยอด และนั่นอาจจะตามมาด้วยความคิดที่ว่า คนประสบความสำเร็จเค้าใช้ชีวิตแบบนี้กันเองสินะ มิน่าหล่ะทุกวันนี้เรายังห่างไกลจากคำว่าประสบความสำเร็จเหลือเกิน และแน่นอนว่าต่อให้วิถีชีวิตแบบนี้จะดูน่าทึ่งและดูเป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ขนาดไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งเราก็แอบบอกตัวเองในใจลึกๆว่า อยากลองเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแบบนี้บ้าง อยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากขึ้น พรุ่งนี้ตื่นมาวิ่งตอนเช้าเลยดีมั้ย คืนนี้จะไม่เล่นโทรศัพท์ก่อนนอนและจะไม่นอนดึก! หลายคนกดแชร์บทความแนว "เคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างproductive" พร้อมเขียนกำกับว่า แปะไว้ก่อนเดี๋ยวลองบ้าง น่าสนใจ พรุ่งนี้เริ่ม! ฯลฯ นอกจากนั้นเรายังมักจะเห็นคนรอบตัวบ่นว่า "วันนี้แย่มาก ไม่productiveเลย พรุ่งนี้เอาใหม่! " หรือคนที่ออกมาตั้งสเตตัสด้วยความลิงโลดว่า "วันนี้โคตรproductiveเลยว่ะ!! #goal" จริงๆแล้วปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวคิดเหล่านี้นำมาซึ่งผลดีหลายอย่างในชีวิต เราอาจทำงานได้เยอะขึ้น เราอาจภูมิใจในตัวเองที่ลุกออกจากเตียงในตอนเช้าได้เร็วขึ้น เราอาจได้อ่านบทความดีๆมีสาระมากขึ้น แต่มันทำให้เราลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า


        ในโลกที่สังคมสร้างกรอบความคิดว่า การทำงานหนักเป็นเรื่องดี ใครๆต่างออกมาพูดว่า "คนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน" สิ่งนี้ตอกย้ำแนวคิดว่ายิ่งใครทำอะไรได้เยอะเท่าไหร่ ยิ่งถือว่าคนนั้นเป็นคนที่มีความสามารถ มีประสิทธิภาพ น่าชื่นชมและน่าเอาเป็นแบบอย่าง แต่อย่าลืมว่าจริงๆแล้วเราเป็นมนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์นะ เป้าหมายของชีวิตคือการดำรงอยู่เพื่อผลิตชิ้นงานหรือผลิตเม็ดเงินให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้หรือ? ลองถามตัวเองว่าเราอยากจะมีวิถีชีวิตแบบนั้นจริงๆหรือเราแค่อยากใช้ชีวิตแบบนั้นเพียงเพราะสังคมกำลังตะโกนบอกเราให้กินให้เร็วขึ้น เดินให้เร็วขึ้น วิ่งให้เร็วขึ้น ทำงานให้เร็วขึ้น คิดให้เร็วขึ้น ลองถามใจตัวเองว่าทั้งหมดนี้...มันเร็วไปสำหรับเราหรือเปล่า

         ทุกคนล้วนมีช่วงความเร็วของชีวิตที่ต่างกัน ทุกคนมีคำตอบที่ต่างกัน แต่สำหรับตัวเราเอง เราตอบได้เลยว่าการใช้ชีวิตด้วยความเร็วที่คนในสังคมบอกว่า "ปกติ" นั้นดูจะ "เร็วไป" สำหรับเรา

          พอมานึกย้อนดู ตลอดเวลาที่เราเรียน ทำกิจกรรมและทำงาน เราทำทุกอย่างเต็มที่ แต่ทุกอย่างล้วนมีเวลาให้หยุดพักเสมอ และเมื่อถึงวันพักหรือเวลาพักเราก็พักอย่างเต็มที่เช่นกัน ก่อนหน้านี้เราเคยรู้สึกผิดกับการอ่านหนังสือการ์ตูน เราเคยตื่นสายมากๆและรู้สึกเศร้าเมื่อคิดว่าวันนี้มันช่าง unproductiveเสียเหลือเกิน เราเคยนอนดูซีรีย์เกาหลีอย่างสบายใจแต่กลับเศร้าทันทีเมื่อเข้าไปเล่นโซเชียลมีเดียต่างๆและพบว่าเพื่อนๆหลายคนนั้นกำลังทำสรุปวิชาเรียนหรือกำลังใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ไปกับนั่งทำงานอยู่ที่คาเฟ่ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้อยากบอกว่าทุกคนควรต้องใช้ชีวิตแบบไหน แต่แค่อยากย้ำให้ทุกคนได้เจอจังหวะชีวิตในแบบที่เราเลือกเอง แน่นอนว่าวิถีชีวิตของใครบางคนอาจจะเหมาะกับจังหวะที่เร็วกว่าเรา จงอย่างรู้สึกผิดหากเราจะมีความสุขกับจังหวะช้าๆของเราแบบนี้ 
จงมีความสุขกับบทเพลงของชีวิตให้เต็มที่ ระลึกไว้เสมอว่าเพลงบางเพลงนั้นอาจไพเราะเมื่อเล่นด้วยจังหวะเร็ว ในขณะที่เพลงบางเพลง ก็เหมาะแก่การบรรเลงในจังหวะช้า


SHARE
Writer
nicnnr
sunset lover
sunset is my favorite color

Comments

nothingsky
7 months ago
บทความอันนี้ทำให้มองเห็นอีกด้านขึ้นมาเลยค่ะ ช่วงนี้สื่อ บทความ กระแสในออนไลน์มีแต่คำว่า productive จนเหนื่อย กลับมาคิดว่าอายุแค่นี้ฉันต้องทำอะไรมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ วันอาทิตย์เป็นวันหยุด แต่จะนอนเฉยๆยังเศร้าเลยค่ะ ทั้งๆที่ก็วันพักผ่อน กลายเป็นต้องลุกมาทำอะไรสักอย่างซะงั้น
Reply
nicnnr
7 months ago
จริงมากค่ะ กระแสมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆๆจริงๆๆ ปีก่อนยัง slow life อยู่เลย ตอนนี้กลายเป็น productive สุดๆไปแล้ว สู้ๆนะคะขอให้มีความสุขกับทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเป็นตอนทำงานหรือตอนพักผ่อนนะคะ💖🙏🏼
SeriVillage
7 months ago
เราเป็น1ในคนนึงที่ตะโกนกับตัวเองว่า เฮ้ย วันนี้productiveสุดๆเลย ซึ่งจริงๆก็แอบเหนื่อยนะ วันไหนไม่ได้ทำสิ่งที่พัฒนาทักษะตัวเองเรารู้สึกผิดเลย พอเห็นที่คุณเขียนเราขำตัวเองเลย55 ชอบมากค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะ
Reply
nicnnr
7 months ago
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวนะคะ🥰 เคยเป็นเหมือนกันค่ะ ช่วงกระแส podcast ฮิตๆ เราว่าการใช้ชีวิตแบบproductiveก็มีข้อดีเยอะมากๆแต่การชิวๆก็สำคัญไม่แพ้กัน หลังจากนี้ขอให้ได้ทั้งพัฒนาและพักผ่อนอย่างมีความสุขนะคะ 💖
Bink
7 months ago
ชอบที่เขียนครับ ส่วนตัวรู้สึกว่ายุคนี้เคลื่อนที่เร็วมากและเหมือนพยายามบีบให้คนในสังคมเคลื่อนไหวให้เร็วตามๆกัน
Reply
nicnnr
7 months ago
ขอบคุณนะคะ 🥰🙏🏼 จริงค่ะ คอนเทนต์ต่างๆทำให้เรารู้สึกว่าวิถีชีวิตแบบนี้คือดีที่สุด จนบางทีเราก็ลืมไปว่ามันอาจจะไม่ได้เหมาะกับเรา ยังไงก็ขอให้มีความสุขกับจังหวะชีวิตนะคะ💖
Nu_Bell
7 months ago
บทความดีมากๆๆเลยค่ะ ทุกคนมีจังหวะของตัวเอง บางคนเร็ว บางคนช้า
Reply
HowToBeMom
7 months ago
อ่านแล้วชอบใจจัง ^_^ 

Reply