เรื่องราวของเรากับคุณพระอาทิตย์

เย็นนี้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่ไหนดี
          เราว่าพระอาทิตย์เป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกใช้เปรียบเปรยมากที่สุดเลยก็ว่าได้ในโลกของภาษาและวรรณกรรม บ้างเปรียบเทียบคนรักกับพระอาทิตย์ บ้างเปรียบเทียบแสงไฟแห่งการศึกษาเป็นแสงอาทิตย์ที่สว่างสไว บ้างเขียนบทกวีถึงพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก
         สำหรับเราแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่การเปรียบเปรยแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องราวของ "พระอาทิตย์" ดาวฤกษ์ ณ ใจกลาง ระบบสุริยะ แหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิตบนโลก 
         นี่คือเรื่องราวของเรากับมวลสารขนาดยักษ์ในระบบสุริยะจักรวาล

        ย้อนไปเมื่อ7ปีที่แล้ว เราได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศเปรู ต้องปรับตัวกับสภาพสังคม อาหารการกิน ภาษา วัฒนธรรมและอีกมากมาย หนึ่งในเรื่องน่าเศร้าของชีวิตการแลกเปลี่ยนคือที่โรงเรียนเราจะได้ทานอาหารกลางวันตอนบ่าย3 และโรงเรียนจะเลิก5ตอนโมงเย็น! หิวก็หิวแถมยังเลิกเรียนเย็นอีก พอหมดวันกลับบ้านก็ไม่มีเวลาทำอะไรพอดี! เราถึงกับปรับตัวไม่ทันไปพักใหญ่ๆ แต่ด้วยความที่จะต้องหาอะไรกุ๊กกิ๊กๆในชีวิตและต้องสนุกกับปีแลกเปลี่ยนให้ได้มากที่สุด เราจึงพยายามหาเรื่องราวดีๆในแต่ละวัน และเย็นวันหนึ่งของการเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียน เราก็ได้พบกับความสวยงามระหว่างทาง ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราตลอดไป นั่นคือ แสงยามเย็นของพระอาทิตย์ตกดิน
        
        พระอาทิตย์ตกที่เปรูเป็นสิ่งที่สวยที่สุดที่เราเคยเห็น
        
        เพราะความเหงา ความคิดถึงบ้านและเพราะอะไรอีกหลายๆอย่าง เราพบว่าทุกวันหลังเลิกเรียน เราจะตื่นเต้นกับการได้เดินกลับบ้าน สำรวจธรรมชาติที่สวยงาม และใจจดใจจ่อกับแสงสุดท้ายของวัน การดูพระอาทิตย์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา และโดยไม่รู้ตัว เราพบว่าเราไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไปแล้ว ก็พระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ตกทุกวันนี่นา ไม่ต้องกลัวว่าวันไหนจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์เพราะพระอาทิตย์มาตามนัดตลอดไม่เคยพลาดเลย เรามีกิจกรรมใหม่คือการถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก เรากล้าที่จะออกไปเที่ยว ไปสำรวจรอบๆเมืองมากขึ้น เราชวนเพื่อนและครอบครัวไปยังสถานที่ที่จะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตก ได้ทำความรู้จักกับผู้คนอีกมากมายเริ่มจากการแค่ชวนกันไปชมวิว เราได้ฝึกภาษามากขึ้น ได้เรียนรู้วัฒนธรรม ได้สนุกกับการมาแลกเปลี่ยนแบบเต็มที่ และเราตกหลุมรักประเทศเปรูก็เพราะพระอาทิตย์นี่เอง
        
        Sunset in Peru is the most beautiful sunsets of all!
นี่จึงประโยคสั้นๆที่เราใช้อธิบายประเทศแลกเปลี่ยนเพื่อโฆษณาให้นักเรียนในโครงการรุ่นต่อๆไปได้รู้จักประเทศของเรามากขึ้น

        ไม่ว่าที่ไหนบนโลก เราก็ยังอยู่ใต้พระอาทิตย์ดวงเดียวกัน
        หลังจากกลับมาที่ประเทศไทย เรายังคงคิดถึงอะไรหลายๆอย่างที่เปรูเป็นอย่างมาก เราคิดถึงผู้คน คิดถึงครอบครัว คิดถึงขนมปังทาเนยในตอนเช้า คิดถึงบรรยากาศในห้องเรียน(ที่แทบจะไม่ได้เรียน) คิดถึงแม้กระทั่งอาหารกลางวันตอนบ่าย3! และที่คิดถึงที่สุดคือพระอาทิตย์ ณ ประเทศเปรู 
        
        แต่พระอาทิตย์ประเทศไทยก็น่าจะสวยเหมือนกันมั้ย? ก็ดวงเดียวกันนี่นา? เราคงจะลดความคิดถึงที่มีต่อประเทศเปรูได้และคงจะค่อยๆปรับตัวกับชีวิตในประเทศไทยได้มากขึ้นเริ่มจากการดูพระอาทิตย์มั้ยนะ?
    
      ตั้งแต่ตอนนั้นเราจึงเริ่มสำรวจสถานที่ต่างๆที่เป็นจุดชมวิวได้ เราสำรวจห้องเก็บของของที่บ้านที่หันไปทางทิศตะวันออกที่เราแทบจะไม่เคยได้เข้าไป เราเช็คห้องนอนคุณพ่อคุณแม่ที่หันไปทางทิศตะวันตก เราเลือกนั่งรถฝั่งที่จะเห็นพระอาทิตย์ตกเท่านั้นตอนกลับบ้าน เราเลือกที่นั่งติดหน้าต่างทุกครั้งตอนนั่งเครื่องบิน เรากะเวลาออกจากสถานที่ใดสถานที่หนึ่งในช่วงที่จะได้เห็นพระอาทิตย์ตก เราเสาะหาร้านอาหารบนดาดฟ้า(ที่ราคาไม่แพง) เราสนุกกับการสำรวจสถานที่ต่างๆในประเทศไทย เราได้เห็นประเทศไทยในมุมที่ต่างออกไปและเรามีความสุขในทุกวันๆ ก็เพราะพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตกทุกวันเราจึงรักพระอาทิตย์จนหมดหัวใจ ความรักไหนมันจะมั่นคงได้มากกว่านี้! (แถมยังไงเราก็ตายก่อนพระอาทิตย์อยู่แล้ว คงไม่มีวันไหนหรอกที่เราตื่นมาแล้วพบว่าพระอาทิตย์หายไปจากโลก คงไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอน) 
      
        อย่างไรก็ตาม หลังจากเราเริ่มสนุกกับพระอาทิตย์อย่างเต็มอิ่มและอาจจะเรียกได้ว่าเริ่มเลิกเห่อพระอาทิตย์ไป
        เราค่อยๆห่างกับพระอาทิตย์ในที่สุด 
       
       ช่วงเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นช่วงที่เราตั้งใจอ่านหนังสืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากเรามีคณะในฝันอยู่แค่คณะเดียวมหาวิทยาลัยเดียวเท่านั้นเลยกะว่าจะยื่นที่นี่ให้ติดให้ได้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีแผนสำรอง ไม่มีเรื่องกุ๊กกิ๊กที่จะมาคอยปลอบใจหากสอบไม่ติด เพราะฉะนั้นทางเดียวคือต้องเต็มที่กับการสอบครั้งนี้และจะไม่วอกแวกเด็ดขาด! หลังจากที่อ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างเต็มที่จนไม่ได้ออกไปดูพระอาทิตย์เป็นเวลานานหลายเดือน เราก็ประสบผลสำเร็จ! ลืมๆพระอาทิตย์ไปบ้าง เพราะมัวแต่ฉลองโดยการดูหนังที่อดทนไม่ดูมานานนับเดือน อ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้ตั้งแต่ก่อนเตรียมสอบ ดูซีรีย์1วันรวด ออกไปเที่ยวกับเพื่อนและครอบครัวให้หนำใจ จนพอเข้ามหาวิทยาลัย เราก็ไม่ได้กลับไปดูพระอาทิตย์อีกเลย

       กลับมาเจอกันอีกครั้ง (ก็พระอาทิตย์ขึ้นทุกวันนี่นา ยังไงก็ต้องเจออยู่ดี)
    
       พอเข้ามาเรียนในคณะในฝัน ทุกอย่างก็เหมือนจะดี ติดที่ว่าการเดินทางนั้นช่างลำบาก! เนื่องจากมหาวิทยาลัยเราอยู่ในเมือง การจราจรจึงค่อนข้างติดขัด ถ้าจะไปเรียนให้ทัน8โมงเช้า เราจึงต้องตื่นตั้งแต่ตี5.30เพื่อติดรถไปกับคุณแม่ ถึงจะรักการเรียนขนาดไหนแต่ต้องตื่นเช้าทุกวันเราก็ไม่สู้ และด้วยความที่ปี1เรียนเช้าแทบทุกวัน บางวันต่อให้เรียน9โมงหรือ10โมง เราก็ควรออกเช้าพร้อมคุณแม่อยู่ดีเพราะถ้าไปหลังจากนั้นแค่15-30นาที แถวบ้านเราก็จะรถติดมากๆจนกลายเป็นไปว่าไปถึงเกิน11โมงเลย เพราะฉะนั้นเราจึงต้องตื่นตี5.30ทุกวันและไปนั่งเกร่อในโรงอาหาร รอเวลาเรียน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สารภาพเลยว่าอิจฉาเพื่อนที่อยู่หอมากๆ อยากจะเรียน8โมงตื่น7โมงบ้าง เราถึงขั้นคิดเล่นๆด้วยซ้ำว่าหรือจะซิ่วไปอยู่มหาวิทยาลัยใกล้บ้านให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดี! แต่แล้วเราก็ได้กลับมาพบกับเพื่อนเก่าอีกครั้ง คุณพระอาทิตย์ ที่มาช่วยชีวิตเราอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้!
      
        ความมหัศจรรย์ของคณะเราคือเราค้นพบจดชมวิวลับที่ดูได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก! ที่ผ่านมาในชีวิตนักดูพระอาทิตย์ ต้องบอกว่าปกติแล้วสถานที่ที่หนึ่งจะเหมาะกับไม่พระอาทิตย์ขึ้นก็พระอาทิตย์ตกเท่านั้นเพราะส่วนมากมักจะโดนตึกในกรุงเทพฯบัง แต่คณะเรานั้น ช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกินเพราะวิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามและสงบมาก มีตึกเป็นฉากหลังไกลๆและอยู่สูงมีลมพัดเย็นสบาย ส่วน ณ ที่เดียวกันนั้นเอง หากมาช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก ก็จะได้วิวพระอาทิตย์ตกพร้อมความเป็นส่วนตัวจนเราอยากจะหอบน้ำผลไม้และผ้าปูมานั่งปิคนิค! เนื่องจากเราค้นพบจุดชมวิวลับๆนี้ การตื่นตี5.30ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป เราตื่นด้วยความรู้สึกสดชืน "เจอกันนะพระอาทิตย์" เราจะซื้อข้าวเช้าและวิ่งไปที่จุดชมวิวทุกวัน ใส่หูฟัง ร้องเพลงเสียงดังลั่น(เพราะไม่เคยเจอใครมาที่นี่เลย) นั่งทำการบ้าน ทบทวนบทเรียนนิดหน่อย อ่านหนังสือ แต่งหน้าไปด้วย ดื่มนมไม่ก็ช็อคโกแลตร้อน (เพราะเราไม่ดื่มกาแฟ แต่คิดว่าเครื่องดื่มอุ่นๆจะช่วยเพิ่มบรรยากาศสดชื่นยามเช้า จึงต้องซื้ออะไรขึ้นไปดื่มทุกเช้า) ถ่ายรูปเล่น นอนพักสายตา อาบแดดยามเช้า และเมื่อใกล้เวลาเรียนเราก็จะลงมาเตรียมตัวเข้าห้องเรียน ด้วยหัวใจพองโต สภาพพร้อมเรียน เพราะเราได้เริ่มต้นวันอย่างสดชื่นและสวยงามอย่างที่สุด

       4ปีแห่งความสุขในคณะกับคุณพระอาทิตย์ 1ในเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา 
       
       เรากล้าพูดเลยว่าพระอาทิตย์เป็นหนึ่งในสิ่งที่เติมเต็มอะไรหลายๆอย่างในชีวิตเรา เราได้แรงบันดาลใจมากมายจากการนั่งมองพระอาทิตย์ เราได้สงบจิตสงบใจ ทบทวนเรื่องราวมากมาย ตกตะกอนทางความคิดกับตัวเอง เรามีโอกาสได้ชวนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายคนมาที่จุดชมวิวลับของเรา เราหัวใจเต้นแรงทุกครั้งเวลาเห็นแสงสวยๆในยามเช้าและในตอนเย็น เราเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าไม่ว่าวัน1วันจะแย่ขนาดไหน อย่างน้อยก็จะมีเรื่องดีๆ2เรื่องคือ พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และเราคิดว่าคงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าหากใครหลายๆคนที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ มีเรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องความรัก หรือเรื่องการเมืองให้กังวลใจ ได้ลองใช้เวลา5-10นาทีต่อวันไปกับการเพลิดเพลินใจไปกับช่วงเวลามหัศจรรย์ของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ชีวิตคนเราบางทีก็ต้องการเพื่อนซักคน ที่จะอยู่ตรงนั้น คอยมองเราห่างๆ คอยเป็นกำลังใจให้เรา เป็นผู้ฟังที่วิเศษ เป็นเพื่อนที่สุดแสนจะมั่นคงในชีวิตที่สุดแสนจะวุ่นวายของเรา (นี่ไม่ใช่การเปรียบเปรยนะ เพราะเรามองพระอาทิตย์เป็นเพื่อนคนหนึ่งของเราจริงๆ!)  
      
      อย่างที่ใครหลายคนได้บอกไว้ "พระอาทิตย์คือแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิตบนโลก" สำหรับเรามันจริงที่สุดเลย ไม่ใช่แค่พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ยังเป็นพลังงานชีวิตอีกด้วย
พระอาทิตย์ได้เติมพลังให้กับเราหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนและเราดีใจเหลือเกินที่วันนั้น ขณะเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียน เราได้หันไปเห็นแสงสุดท้ายอันสวยงาม ณ ประเทศเปรูพอดี
      ว่าจะไม่เปรียบเปรยแล้วนะ แต่สุดท้าย สารภาพเลยว่าเราก็อยากจะเป็น "พระอาทิตย์" ให้กับคนรอบข้างบ้าง -มั่นคง เสมอต้นเสมอปลาย และสวยงาม-

ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
พรุ่งนี้เจอกันนะคะ คุณพระอาทิตย์ 
SHARE
Writer
nicnnr
sunset lover
sunset is my favorite color

Comments