เรื่องเล่าเล็กๆในปีนัง2


ไง​ เจอกันอีกแล้วนะ​  วันนี้จะมาเล่าเรื่องอะไรนะหรอ​  

ก็คงจะเป็น....   


เรื่องโรงเรียนละมั้ง



ผ่านไปสองวันกับการมาอยู่ที่มาเลเซีย​  วันนี้เป็นวันที่สามและเป็นวันแรกในการไปโรงเรียนของพวกเรา​  เรากับน้องสาว​ เธอชื่อเพลงฝน​ เป็นลูกของเพื่อนแม่ที่เป็นคนแนะนำเราให้มาเรียนที่นี้นั้นแหละ​ น้องอายุห่างจากเราได้ประมาณ​5ปีได้มั้ง​ ก็ตอนนี้เราอยู่ม.5ส่วนน้องอยู่ป.6   แต่ช่องว่างระหว่างอายุไม่ได้เป็นอุปสรรค​สำหรับพวกเรานัก​  เพลงเป็นเด็กที่มีความคิดโต​ ถึงจะติดเล่นไปบ้างแต่ก็สมวัยดีนั้นแหละ​ แอบสงสารเหมือนกันที่ต้องมาอยู่กับรุ่นพี่โตๆ​

โรงเรียนที่เราไปอยู่คือ​ 'Disted​ College'. วิทยาลัยอีกแห่งที่ดี​ และมีการสอนเกี่ยวกับภาษา​ ในปีนัง​ พื้นที่ที่นี้ไม่กว้างนัก​ เล็กๆและดูอบอุ่น​ ตึกที่เขาสร้างมีเพียงแค่สองตึกเท่านั้นเองคือตึกห้องสมุดและตึกโรงอาหาร​  มีสนามบาสอยู่ข้างๆที่แทบจะไม่มีนักเรียนมาเล่น(เด็กที่นี้ตั้งใจเรียนกันมาก)​ จนเร่คิดว่าเขามีเอาไว้ประดับโรงเรียน​เฉยๆหรอเปล่า5555 เรา​ แม่และครอบครัวของเพลงเดินเข้าไปในตึกโรงอาหาร​  รู้สึกเก็งสุดๆ​ สายตาหลายคู่ที่จับจ้องมายังเราและกลุ่มของเรา​     โรงอาหารที่นี้เป็นแบบเปิด​ มีโต๊ะ​หลายสีตั้งอยู่​ตรงกลาง​ นักเรียนหลายคนมานั่งเล่นและกินข้าวในนี้​ มันเป็นพื้นที่โล่งที่อยู่ใต้ตึก​ เราเดินเข้าไปที่ห้องธุรการ​ มีคุณครูสาวคนหนึ่งเข้ามาทักทายและพูดคุยกับพ่อแม่ของเรา​ เอาจริงๆ​ เราฟังแทบจะไม่ออกเลย​ ให้ตาย​ จะรอดไหมเนี่ย​ เรากัดปากตัวเองอย่างลืมตัว​

ไม่นานครูคนเดิมก็เดินเข้ามาหาเราทั้งสองก่อนจะพาเราเดินออกไป​ บอกว่าจะพาไปทดสอบ​ เราเดินผ่านทางเดิมก่อนที่ครูจะพาเราขึ้นลิฟท์​ไปที่ชั้นสอง​ของตึก​ เลี้ยวซ้ายจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ​ และตรงเข้าไปอีกจะเป็นห้องพักครู​  ครูคนเดิมบอกกับเราว่า​ เวลามีเรื่องต้องการความช่วยเหลือ​สามารถ​มาที่ห้องนี้ได้​ และกดกริ่ง​เรียก​ เพราะนักเรียนจะไม่สามารถ​เข้ามาในห้องพักครูได้หากไม่ได้รับอนุญาต​หรือมีคนพามา​  เราพยักหน้ารับ​  และเดินตามคนตรงหน้าเข้าไป​ โต๊ะ​เรียงยาวคล้ายกับออฟฟิศ​ ทางซ้ายมือเป็นห้องว่างๆหลายห้องเรียงกันยาว​ เราถูกพาเข้าไปในห้องหนึ่งพร้อมกับข้อสอบหนึ่งชุด มันคือใบทดสอบ​  มีทั้งข้อกาและข้อเขียน​  เราเปิดดูผ่านๆ​ มันไม่ได้ยากอะไรมาก​ ข้อสอบส่วนใหญ​่เป็นคำถามพื้นฐาน​และความรู้ทั่วไป​ ในส่วนข้อเขียนจะเป็นเพียงการอ่านและตอบคำถาม​ เราถนัดข้อเขียนมากกว่า​ ไม่ใช่เพราะเราเขียนได้หรอกนะ​ แต่เรารู้สึกว่าการอ่านและตอบคำถามมันจะง่ายกว่าเท่านั้น​   พวกเราใช้เวลาในการทำไปเกือบสองชั่วโมง​ 



เราเดินออกมาจากห้องพักครู​ วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน​ ให้เริ่มในวันพรุ่งนี้แทน​ เรากังวลนิดหน่อยเรื่องเพื่อนที่ต้องมาเรียนด้วยกัน​ ความจริงเราคาดหวังที่จะได้เพื่อนต่างประเทศ​ด้วย​ แต่น่าเสียดายที่กลุ่มเรามีแต่คนไทยอะนะ​555​  นี้มันใกล้เปิดเทอมแล้วทำให้มีเด็กมาลงคอร์ส​ช่วงนี่น้อย​ เราและเพลงพากันวิ่งลงจากบรรได  ไปหาพ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ที่เดิม​   รู้สึกโล่งใจไปนิด​ สำหรับวันนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดีอะนะ​ 






วันที่สองของการไปโรงเรียน

R10 Reading

อ่าวิชาแรก....   R10 มันคือห้องไหนวะนั้น​  เราขมวดคิ้ว​อย่างใช้ความคิด​ แต่ก็ยังโชคดีที่มีเพลงอยู่ข้างๆอะนะ​ เพราะน้องแกเป็นคนพาเราเข้าห้องถูก5555​ น่าอายจริงๆ​ ให้ตาย

เราเรียนที่ตึกห้องสมุด​  มันเงียบสงบดี​  มีสองทั้งหมดชั้น
ชั้นแรกจะเป็นโซนห้องสมุดและมุมใต้บรรไดที่เอาไว้นั่งเล่นพักผ่อน​ ซึ่งหลังจากนั้นมันเป็นมุมประจำของกลุ่มเราเลยหละ555​ 
ชั้นบนจะเป็นห้องเรียน​ แต่ละห้องก็จะจัดโต๊ะ​แตกต่างกันไป​  เราเริ่มเรียน9โมง​  แม่และพ่อของน้องเพลงฝนยังอยู่นั้นทำให้อุ่นใจ​ขึ้นมานิดหน่อยอะนะ​   


9:00 

คุณ​ครูมาตรงเวลาจริงๆ​ เธอเป็นครูผู้หญิงร่างสูงและอวบ​  เราทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่ครูจะพาเราเข้ามาในห้อง​     เราแนะนำตัวกันก่อนเป็นอันดับแรก​ โชคดีนิดหน่อยที่ครูคนนี้พูดภาษาอังกฤษ​อย่างช้าๆทำให้เราพอเข้าใจว่าคนตรงหน้าถามอะไร​ 

ครูคนนี้ชื่อครูวิล่า​  สอนการอ่านแต่เหมือนจะให้เขียนเยอะสุดๆไปเลย==


ไม่นานหลังจากนั้น​  แรงสกิดจากข้างหลังทำให้เราหันไปมอง​ 
"สวัสดี​ ชื่อไรอะ"   เพื่อนใหม่?  คนไทย? 

"อ้อทอฝัน​ ข้างๆนี้เพลงฝน"  เราแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม​  เอาวะ​ ต้องผูกมิตร​ ยังไงคนตรงหน้าก็เคยอยู่ที่นี้มาก่อนตั้งเดือนนึงนี้น่า​ 
"อ้อ​ ชื่อกาย​ อยู่ม.6"  เราพยักหน้ารับ​ อีกคนเป็นผู้ชายรูปร่างสูง​ ผิวเข้มแบบคนใต้​  เราพูดคุยกันนิดหน่อยก่อนจะหันไปสนใจกระดาน​ข้างหน้า​  เพลงฝนกับพี่กายดูเข้ากันได้ดี​ เพราะเกือบตงอดทั้งคาบสองคนนี้มักจะหันไปคุยกันตลอด​ แต่ก็ดีนั้นแหละ​ น้องจะได้ไม่เหงามีเพื่อนคุย​ เพราะเราก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับน้อยด้วยนั้นแหละ5555

เราเหลือบมองผู้มาใหม่อีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งขวา

"คนจีนหรอพี่"  เพลงกระซิบ
"ญี่ปุ่นปะ"  เราเลิกคิ้วไม่แน่ใจ​    ก่อนจะสายหน้่าอย่างจำยอม​ ไม่รู้จริงๆ​   แต่ชั่งมันก่อนหละกัน​ ครูวิล่าจ้องจะกินหัวอยู่แล้ว​ ตั้งใจเรียนๆ



____________________





SHARE
Written in this book
Penang story

Comments