ชีวิตซึมเศร้าของเด็กกิจกรรมผู้เป็น Introvert
   ก่อนที่เราจะไปสู่เนื้อหาผมขออธิบายความหมายของคำว่า Introvert ก่อนนะครับจะได้เข้าใจเรื่องราวนี่มากขึ้นนะครับ//เรื่องนี้ผมกะว่าจะนำไปเล่าในวงสนทนากับเพื่อนร่วมสาขาในคาเฟ่ดีๆเเถวๆมหาลัย เเต่ก็อดใจไม่ไหว ขอเขียนนิดนึงไว้พอเป็นกระสัยนะครับ^^

   Introvert คือ บุคลิกแบบเก็บตัว คนที่มีบุคลิกเช่นนี้มักจมอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง รวมถึงรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ตามลำพัง หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โน้มน้าวให้เป็น Extrovert หรือบุคลิกที่ชอบพบปะผู้คน กล้าแสดงออก และเป็นผู้นำ อาจทำให้คนแบบ Introvert รู้สึกเครียดจนส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ
เเละผมก็เพิ่งค้นพบตัวเองว่าตัวผมนั้นเป็น Introvert มาไม่นานมานี้จากการที่เริ่มเกลียดการที่อยู่กับผู้คนมากๆ เเละไปไหนตัวคนเดียวมากขึ้น
อย่าทำตัวเด่น จะเป็นภัย   คำขึ้นต้นข้างต้นเป็นหนึ่งในคำสอนที่เเม่ของผมมักบอกผมเสมอ เพราะตัวผมนั้นชอบการทำกิจกรรมโรงเรียนมาก เเละเพราะการจากไปของเพื่อนรักของผม ผมยิ่งอยากเก็บความทรงจำในช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ให้มากที่สุด เผื่อเมื่อวันที่ผมจะได้เล่าทุกอย่างให้เค้าฟังมาถึง เเละถึงเเม้ผมจะเป็นคนชอบเก็บตัวมากกว่าก็ตาม...
   ผมเข้าร่วมการเเข่งทักษะอย่างสม่ำเสมอทุกปี ทั้งการกล่าวสุนทรพจน์ ทำหนังสั้น สร้างเครื่องบินบังคับวิทยุ ละครเวที กีฬาก็เล่นเเค่บาสเเละก็เเข่งปีเว้นปี(ข้อตกลงกับที่บ้าน;-;) เป็นวงโย เป็นสภานักเรียน เป็นสภารุ่นพี่ เป็นทีมพยาบาลอาสาในค่ายรด. เป็นคนที่เพื่อนๆเเบนออกจากห้อง เเละเป็นโรค..ซึมเศร้า
 คนอย่างมึงอะไม่รู้จักคำว่าความรักหรอก
   นั้นเป็นคำพูดจากผู้หญิงคนนึง ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของผมช่วงนึงเพียงเพราะผมปฏิเสธความรักที่เค้ามีให้ไม่เป็นจริงๆ มันเป็นช่วงที่ดูอบอุ่นดีนะถ้าหากเรามองย้อนไป ก่อนที่ผมจะรู้สึกอึดอัดจากการเรียกร้องของเธอ หรือมันเป็นเพราะผมไม่เคยมีเเฟนมาก่อนเลยไม่ทราบความรู้สึกของเธอ เราทะเลาะกัน ผมทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในความสัมพันธ์เเบบนี้ ผมจึงขอพักความสัมพันธ์ เเละเค้าก็เลือกที่จะเลิกกันดีกว่าเเละเธอก็พูดคำๆนั้นออกมา
 เเม่ของผมเคยสอนว่า
"การเปลี่ยนให้เพื่อนกลายเป็นเเฟนน่ะยาก เเต่เปลี่ยนให้เเฟนกลับเป็นเพื่อนน่ะยากกว่า เเละเปลี่ยนเเฟนในห้องเดียวกันกลับไปเป็นเพื่อนน่ะยากที่สุด"
ใช่ครับมันยากจนถึงทุกวันนี้ชื่อของเธอกลับกลายเป็นเหมือนคำสาปที่ผมได้ยินเเล้วต้องรู้สึกปวดท้องน้อยกับสิ่งที่เธอทำไว้หลังจากการบอกลาในครั้งนั้น
   เรื่องนี้จะไม่น่าเศร้าเลยถ้าหากเธอไม่ทำให้เพื่อนในห้องเเตกเเยกกันเป็นเพื่อนผมที่มีอยู่ไม่มากเเละเพื่อนของเธอที่เป็นส่วนมากของห้อง อิทธิพลของเธอทำให้ห้องประจำของผมมีสภาพไม่ต่างอะไรจากสนามอารมณ์ที่ฝั่งนั้นจะเเขวะผมกับทุกสิ่งที่ผมทำ ทุกครั้งที่ผมรับงานกิจกรรมมาทำเเละไม่ได้เข้าเรียน ก็ไม่มีใครเก็บงานให้เเม้เเต่เพื่อนในฝั่งผมก็ตาม นอกจากนั้นพวกเค้ายังรวมหัวกันตั้งแชทกลุ่มที่ไม่มีผมเพียงคนเดียวในห้องเพื่อที่จะคุยกันเรื่องงานและการบ้าน เพื่อนของผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพียงเเค่เพราะเธอขู่จะเเบนบ้างและไม่ส่งงานให้ มันเป็นช่วงชีวิตที่เลวร้ายมากๆสำหรับเด็กม.ปลายคนนึงที่เพื่อนในห้องกว่ายี่สิบคนอยากเห็นเค้าล้มเหลว ผมมีเพื่อนอยู่น้อยมากในขณะนั้น4ใน6เป็นเพื่อนสมัยประถมที่อยู่คนละโรงเรียน 2ใน6ต้องอดทนใต้อิทธิพลของเเฟนเก่าผม เเละ1ใน6เป็นเพื่อนต่างจังหวัด
   ผมรู้สึกเเปลกๆกับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า รู้สึกเหนื่อยทั้งๆที่นอนอยู่ อ่อนเเอกว่าที่เคยเป็น โกรธตัวเองที่ตัดสินใจไปคบกับเค้าคนนั้น รู้สึกอารมณ์เเปรปรวนเเปลกๆ น้ำตาไหลเองในบางเวลา เเต่คุณรู้มั้ย อะไรเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในช่วงที่ผมเป็นเเบบนี้ 
มันคือการที่ผมต้องรักษาสภาพการทำงานของผมไว้ทั้งๆที่ต้องเเบกความรู้สึกนี้ไว้ ปรึกษาใครๆก็บอกว่า "มึงอะคิดมาก มึงทำงานหนักไปน่าพักๆหน่อย สมน้ำหน้ามึงอยากเด่นดีนักนะมึงนี่" 
ผมกลับบ้านมาเพื่อร้องไห้ทุกครั้งเเละคอยถามตัวเองว่าเมื่อไหร่ไอ้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้มันจะจบลง ดีที่ครอบครัวของผมสอนมาเสมอว่าการฆ่าตัวตายไม่ใช่หนทางที่น่ายินดีเเม้ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ทางบ้านผมไม่เคารพผู้ตายเพราะเหตุผลนั้น นั่นทำให้ผมเลือกที่จะเเบกความรู้สึกนี้ไว้เป็นเวลา 5เดือนกว่าๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นอะไรเเละรอวันระเบิดมันออกมา หรือไปพบเเพทย์

   ครั้งเเรกที่ผมตัดสินใจไปหาหมอเพื่อคุยเรื่องนี้นั้นเป็นเพราะผมดูคลิปๆนึงบน YouTube ที่บอกถึงอาการของโรคซึมเศร้า ผมก็บึ่งรถออกไปทันที เเละนั้นก็เป็นอะไรที่ผมรู้สึกดีนะที่ตัดสินใจไปพบหมอทันที หมอก็บอกผมว่า ตัดสินใจถูกนะที่มาหาหมอเเละเค้าก็ให้ผมกินยาเพื่อจัดการกับสารเคมีในสมอง เเละผมก็รู้สึกโอเคกับตัวเองมากขึ้นเลิกคิดเรื่องบ้าบอนั้น เเละก็หันมาFocus กับตัวเองมากขึ้นในการเข้ามหาลัย
ผม: ถ้ามีพระเจ้าอยู่ข้างนอกนั้นจริงๆ ผมขอพร3ข้อนะครับ
ข้อที่หนึ่ง ผมขอสถานที่ ที่ๆผมจะเริ่มต้นใหม่ ที่ๆไม่มีใครรู้จักผม ที่ๆมีเพียงคนที่ควรจะรู้จักผมจริงๆเท่านั้นที่จะไปอยู่ที่นั้น
ข้อที่สอง ผมขอสังคมใหม่ที่ดีขึ้น เพราะผมเกลียดสังคมเก่าที่เคยอยู่ในสมัยมัธยมมาก เเต่ผมรักเด็กๆในชมรมบาสทุกคนเลยนะ น้องๆเป็นเด็กน่ารักจริงๆ
ข้อสุดท้าย ผมขอใครซักคนที่เข้าใจตัวผม เข้าใจในสิ่งที่ผมเป็น เพลงที่ผมฟัง สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อ ผมขอใครคนนั้นเพียงคนเดียวก็ได้ เเค่ใครซักคนจริงๆ...
ผมใช้คำอธิฐานนี้เป็นเเรงผลักดันมาตลอดในช่วงท้ายของชีวิตมัธยม เเละคุณรู้มั้ย? ว่ามันเป็นจริง!
ผมได้มหาลัยที่ไม่มีเพื่อนคนไหนในโรงเรียนติดเลยเเม้เเต่คนเดียว เเละในสาขาของผม ผมเป็นเพียงเด็กคนเดียวในจังหวัดที่ผ่านโควต้า ข้อที่1 มันเกิดขึ้นเเล้ว
ผมเจอกับสังคมใหม่ที่ดีขึ้นนอกโรงเรียนทั้งคาเฟ่ที่ผมชอบไปหมกตัวคนเดียวกับคุณเจ้าของร้าน เพื่อนในกลุ่มการศึกษา เเละใช่เพื่อนร่วมสาขาของผมก็น่ารักมากๆเลย(อยากให้เป็นเเบบนี้ไปตลอดนะ <3 XOXO )
ผมเจอคนที่เข้าใจผมมากขึ้น อย่างน้อยๆพวกเค้าก็ฟังเพลงเเนวเดียวกับผมละล่ะ
ถึงผมจะเป็นคนไม่นับถือศาสนาใดๆ เเต่ผมก็ขอบคุณนะอะไรก็ตามที่ทำให้ผมมาอยู่ตรงนี้ ขอบคุณจริงๆ

[ข้อคิดที่นึกได้หลังจากเขียนเรื่องนี้]
1.หากคุณรู้ตัวว่าคุณเป็นโรคซึมเศร้า ผมขอเเนะนำให้ไปพบคุณหมอนะครับ กินยาให้ครบตามใบหมอสั่งด้วยนะครับ จะได้ดีขึ้น โรคนี้ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าความคิดของเราเอง มันไวมากหากเราคิดสั้น เเละผมพิสูจน์มาเเล้วว่ามันหายได้จริงๆ
2.หากคุณมีเพื่อนน้อย ผมอยากให้คุณกอดพวกเค้าไว้เเน่นๆนะครับเพราะการที่เราอยู่ตัวคนเดียวมันเคว้งคว้างจริงๆนะครับ รักกันเข้าไว้ เพราะขนาดผมยังมีคนที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนจริงๆเเค่ 6 คนถ้วนตั้งเเต่เกิดมาเลยล่ะครับ ที่เหลือต่างล้มหายตายไปจากใจซึ่งกันเเละกัน
3.การเป็นเด็กกิจกรรมช่วยเปิดโลกได้มากเลยนะครับ ถึงเเม้เราอาจจะเหนื่อยบ้าง เเต่ถ้าเราทำไปเพราะเรามีเป้าหมายที่จะทำ ยังไงสิ่งที่ได้กลับมาย่อมคุ้มค่าจริงๆครับ
4.คิดให้มากๆในการตัดสินใจในทุกๆความสัมพันธ์เเม้มันจะเล็กน้อยเเค่ไหนก็ตาม 
5.การที่เราอยู่กลาง Sport light อาจจะทำให้มีคนเกลียดขี้หน้าเราบ้าง เเต่เชื่อผมเถอะว่าคนที่ยังคอยสนับสนุนเราเเม้ว่าเราจะถูกคนกว่าครึ่งรร.เกลียดขี้หน้า นั้นคือเพื่อนเเท้ครับ
6.การที่เราเป็นคนชอบเก็บตัวไม่ได้หมายถึงเราจะเข้าสังคมไม่ได้ เพียงเเค่เราต้องการความกล้าที่จะก้าวเดินเข้าหาผู้คน เเละมันดีนะที่เราพบเจอผู้คน เพราะอย่างน้อยๆก็ทำให้เราเจอใครบางคนที่เราควานหามาตลอด
 
[ทิ้งท้าย]
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตอนนี้นะครับขอให้ชีวิตของทุกท่านเป็นสิ่งที่สวยงามนะครับ
Readin is sexy//
SHARE
Written in this book
RanWisDom
บันทึกนึกขึ้นได้ในวันนึงที่เดินผ่านกันและกัน
Writer
OugArJ
นักอ่านขาจร จรจัด..
มีมส์ จิตวิทยา Hip-Hop เเละบาสเกตบอล จะพยายามเขียนเรื่องราวออกมาให้สื่อถึงชีวิตของเรามันไม่ได้เเย่ไปทั้งหมด มันดีในตัวของมันเอง ถึงผมจะไม่มีพลังบวกอะไรมาก เเต่ผมเชื่อว่าการเขียนเรื่องราวเล็กๆนี้ จะช่วยโยนกำลังใจให้กับผู้อ่านได้บ้าง อย่างน้อยๆ

Comments

PP-
3 months ago
อ่านจบแล้วรู้สึกเหมือนได้รับพลังบวกเข้ามาเลย ขอบคุณที่มาแบ่งปันเรื่องราวกันนะคะ:-)) คุณเก่งและเข้มแข็งมากๆที่ผ่านมันมาได้ จากนี้ไปขอให้มีแต่รอยยิ้ม มีเรื่องน่ารักๆในทุกวันนะคะ👍💗
Reply
OugArJ
3 months ago
ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจมากๆนะครับ😂🙏
THEKID
3 months ago
ผ่านช่วงมัธยมมาคล้ายๆกันเลยนะคะ แต่นี่จะโดนเพื่อนผญ เกลียดเพราะว่าสนิทกับเพื่อน ผชเยอะ เลยโดนอิจฉา แต่เราผ่านมาได้เพราะเรามีหนังสือเป็นเพื่อนค่ะ มีครอบครัวที่มีธรรมะเป็นหลักการใช้ชีวิต ไม่จำเป็นก็ไม่คุยไม่พูดกับใครพร่ำเพรื่อ ตีสนิทกับอาจารย์บ่อยๆทำกิจกรรมแต่เราก็ส่งงานช้าได้ เราเลยรู้สึกว่าเราโชคดีกว่าใครๆ  พอเข้ามหาลัย ทุกวันนี้มีเพื่อนเยอะ มีเพื่อนดี สังคมดี แม้ว่าเพื่อน ผญ เราจะน้อยมากๆแต่อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนแท้ที่คอยช่วยเหลือกันเวลาลำบากจริงๆ ไม่มาอิจฉาริษยากันให้เสียเวลาชีวิต
Reply
OugArJ
3 months ago
ผมเป็นคนที่ชื่นชอบรองเท้าเอามากๆครับ และในพื้นรองเท้าทุกคู่จะมีชื่อของมันและมี Quote ติดสั้นๆเอาไว้ให้กำลังใจผมทุกครั้งที่ผมใส่มันไว้และเดินต่อไปครับ เช่น
Be brave, Be strong หรือ Don't give we still can win this
และผมขอขอบคุณ คุณมากนะครับที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของผม🙏
Various
3 months ago
สวัสดีเพื่อนเรื่องนี้ก็ดีตามเคยนะเนี่ย
Reply
OugArJ
3 months ago
ขอบคุณนะสหายที่เข้ามาอ่านนะ <3