Quiet night and happiness loaning from the past.
เวลากลางคืน สำหรับเราเป็นเวลาที่ตกตะกอนเรื่องในชีวิตได้ดีและน่าจะมากที่สุดของแต่ละวัน

หากไม่กล่าวถึงในเชิงสุขภาพแล้วนั้น
นี่คงอยากจะซื้อเวลาตัวเองได้นั่งฟังเพลง นั่งทำอะไรไปพลางนึกถึงเรื่องราวต่างๆในชีวิต ไม่ว่า 
ส่วนที่เสียใจกับการกระทำตัวเอง หรือ ส่วนที่ทบทวนว่าที่ผ่านมาเราเติบโตมามากน้อยแค่ไหน 

เอาจริงๆ เราก็เป็นคนนึงที่มักใช้คำพูดเหล่านี้ปลอบคนอื่นอยู่บ่อยๆ ว่า...

'อดีตแก้ไขอะไรไม่ได้นะ'
'อย่าไปนึกถึงมันมากเลยนะ'

แต่ในทางตรงกันข้ามกัน
เราก็ดันชอบนึกถึงเรื่องราวที่น่าเสียดายในชีวิต
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็น บุคคล หรือ โอกาสดีๆต่างๆก็ตามที บางทีมันก็ไม่ใช่ทุกข์ซักทีเดียว บางทีการนึกถึงอดีตก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร ถ้าเรารู้ว่าเราพาจิตใจเราออกไปท่องเที่ยวกับอะไร แล้วได้ผลยังไงกลับมา และตราบใดที่เรามีสติ ควบคุมตัวเองไม่ให้ติดกับดักของอดีตได้ 

ก็เอาเลย! งั้นเราไปนั่งไทม์แมชชีนกัน


และอาจจะเพราะเรารู้ว่า เอ้อ.. ก็มันเป็นเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นแหละ หรือเคยมีแนวโน้มที่ดีที่จะเกิดขึ้น เราถึงเสียดายที่สูญเสีย แต่ก็ใช่ว่าความสูญเสียทำให้มันสวยงามลดลงซะเมื่อไหร่ 



มันจะออกแนวแปลกๆไปไหม 
หรือมีใครเป็นกันบ้างรึเปล่า?

ถ้าจะบอกว่า บางทีเราก็เยียวยาตัวเองจากความทรงจำโปรดแต่ละช่วงชีวิตของตัวเอง 


ไม่รู้สิคุณ ในช่วงแย่ๆ เรามักมองหาข้อดีในความยุ่งเหยิงสับสนของชีวิตได้ยากมาก บางทีเจอเรื่องแย่ๆเยอะมากจนต้องเรียกสติ เวลาเจอสถานการณ์ที่มีผลกระทบกับความรู้สึกมาก หลายเรื่องพร้อมๆกัน 
ทีนี้ เอาแล้ว.. ความคิดลบๆจะเริ่มทำงาน


เรียกว่าบางทีก็คิดลบกับทุกอย่างในชีวิตเลยก็ว่่าได้ ซึ่งส่วนมากเกิดจากเรื่องการเหนื่อยสะสมของเรื่องอารมณ์ไม่พึงประสงค์ต่างๆ เช่น ความเครียด ความเศร้าโศก ผิดหวังต่างๆ 
และถ้าเรายิ่งปล่อยให้ความรู้สึกไปตามน้ำมาก
ก็จะกลายเป็นว่าเราพาตัวเองดิ่งลงเกินกว่าความจริงที่ควรเป็น


เพราะด้วยเหตุนั้น...
เราเลยพยายามแทนที่ความรู้สึกแย่ๆด้วยการนึกถึงความทรงจำดีๆที่เคยมีแทน กับอะไรก็ได้
พาตัวเองได้แวะชมมุมมองอื่นในชีวิตที่เราเคยรู้สึกดีกับมันบ้าง เพราะต้องการหาวิธีเอาตัวรอดจากการรังแกตัวเองด้วยการคิดทบไปทบมาซ้ำซากกับเรื่องแย่ๆที่เจออยู่ในปัจจุบันหรืออดีตก็ตาม 
มันเป็นหนึ่งในทางส่วนตัวของเราเองที่จะจัดการความรู้สึกแย่ๆ ให้เบาบางลงได้บ้าง 

ก็อาจจะเพราะมันมีเรื่องราวที่ดีในนั้น เราถึงเสียดายที่คว้ามันไว้ไม่ได้ หรือ รักษาสิ่งนั้นไว้ไม่ได้ในวันนี้ แต่ทุกอย่างที่เข้ามา เราเชื่ออยู่อย่างนึงว่า ไม่มีอะไรเสียเปล่า 

ยิ่งเราทุกข์มาก เราพยายามอย่างมากเปิดมุมมองให้ตัวเองได้ตระหนัก 
ว่า เออ ชีวิตมันก็คือการเปลี่ยนแปลงนะ
ควรลดการยึดติด คาดหวังให้น้อยลงหน่อย
ก็คงทุกข์น้อยลง อะไรแบบนั้น


สำหรับเรา
การนึกถึงเรื่องดีๆเล็กๆน้อยๆที่เจอมาเนี่ย 
มันมีอิทธิพลอย่างมากกับจิตใจ
นี่จะมักเรียกความทรงจำที่ดีพวกนั้นออกมาใช้ 
จะใช้คำว่า reuse (นำกลับมาใช้อีกครั้ง) or loan (ยืม) ก็อาจจะได้ยืมความทรงจำครั้งโปรดซ้ำแล้วเล่า ให้เราได้รู้สึกว่าชีวิตมันมีหลากหลายพาร์ท จริงแล้วมันมีกราฟขึ้นลงของมันนะ มันไม่ได้มีแต่กราฟดิ่งลงอะไรแบบนั้นซะทีเดียว 

เพื่อให้ตัวเองได้ดึง 'สติ' กลับมา


เราแค่ต้องอย่าอคติหรือพยายามมองหาสิ่งเล็กๆดีๆของมันในแต่ละช่วง เอาจริงพอเราหวนไปนึกถึงเรื่องราวดีๆ 
แม้วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ตาม

สำหรับเราตอนที่เรามูพออนจากมันมาแล้ว
การหวนนึกถึงมันไม่ได้ให้ความทุกข์เลยนะ 
กลายเป็นยิ้มและส่ายหัวให้ตัวเองมากกว่า
และหลายเหตุการณ์ทำให้รู้สึกดีและภูมิใจในตัวเองทุกครั้งที่ย้อนนึกถึง ที่เราสามารถพาตัวเองออกจากเหตุการณ์หนักๆมาได้
และคนเข้าออกในชีวิตหลายคน หลากหลายรูปแบบของความสัมพันธ์ 

บางคนยังอยู่เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันจนวันนี้ บางคนแยกย้ายกันไปตามจังหวะชีวิตแต่ละคน เรื่องราวดีร้ายเกิดขึ้นมากมาย แต่มันทำให้มีสติทุกครั้งเลยนะ 
เวลาย้อนมองไป ว่าเมื่อครั้งที่เราอยู่ตรงนั้น 
วินาทีนั้น เรารู้สึกว่ามันสาหัส ก็คงไม่ต่างจากวันนี้ ที่เราอาจจะรู้สึกที่รู้สึกไม่ต่างกันมาก แต่ทุกครั้งเราผ่านมันมาได้ในที่สุด อันนี้แหละที่เราคิดว่าสำคัญ

เวลามีปัญหา ก็เกิดความทุกข์ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอ้าแขนรับเข้ามา แต่มันคือส่วนหนึ่งของชีวิต และเราต้องเรียนรู้อยู่กับมันในท้ายที่สุด

You cannot run away, you cannot hide.วิ่งหนีก็ไม่ได้ หลบซ่อนจากปัญหาก็ไม่ได้
สุดท้ายก็ต้องเผชิญและฝ่ามันไปอยู่ดี

Problems have you earned experiences either more or less.


เราได้ประสบการณ์จากปัญหาต่างๆไม่มากก็น้อย 
ชีวิตเหมือนการเจอด่านต่างๆอะ 
ผ่านด่านนี้ไปเจอด่านนู้น ก็ต้องเจอไปอีกเรื่อยๆแหละ จนเราจะหมดอายุขัยไป 

พยายามบอกตัวเองว่ามันคือเรื่องธรรมดา

ล้มได้ แต่อย่าลืมลุกด้วย


เวลาเจอก็ต้องพยายามเรียกสติ
และหาพลังงานที่ดีเพื่อรับมือกับมันต่อไป

พยายามอย่าพึ่งพาคนอื่นมาก
กำลังใจเป็นตัวแปรสำคัญอย่างนึง ก็ใช่แหละ

แต่เราว่าไม่มีกำลังใจไหนมีประสิทธิภาพที่สุดเท่ากำลังใจที่มาจากตัวเอง ต่อให้คนมากมายพยายามให้มุมมองเรา ถ้าเราเองไม่เปิดใจรับ ไม่ปรับมุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆ เราก็คงไม่ได้ดีขึ้นจากเดิม

แต่การมีคนอยู่ข้างๆ คอยรับฟัง คอยเข้าใจ อดทนและใจเย็นกับเราแม้ในเวลาที่เขาไม่เข้าอะไรเลยสักอย่าง ในวันที่ตัวเราเองไม่รู้จะสู้กับมันยังไง 
มันเป็นอะไรที่ช่วยให้มีกำลังใจดีมากเหมือนกันนะ 

ดีที่อย่างน้อยรู้ว่ามีใครสักคนคอยห่วง
อยู่ตรงนั้นให้เรา มีไหล่ให้ซบ มีอ้อมแขนที่พร้อมอ้าแขนกอดเราตอนเรารู้สึกแย่กับชีวิต

ยังไงซะเราก็ต้องการใครสักคนข้างๆแหละ
ไม่ว่าเราจะเป็นคนเก่งแค่ไหน
มนุษย์ล้วนมีช่วงเวลาอ่อนแอ 
และเราต้องการคนนั้นเสมอ

SHARE
Writer
itypeyoudigiletter
type it down.
writing about all kind of stuff in my life

Comments

BBBUN
5 days ago
ขอบคุณนะ
Reply
ขอบคุณเหมือนกันนะคะที่แวะมาอ่าน :)
BBBUN
5 days ago
ยินดีค่า
preaw28yx
5 days ago
ชอบมากเลยอะ​ ขอบคุณ​มากๆนะ​ ;-)
Reply
:-) ขอบคุณเหมือนกันนะคะ
Ka_jaja
4 days ago
ชอบคุณคะ
Reply