คิดถึงยาย

1.
เมื่อวันก่อน ผมไปค้นเจอรูปถ่ายเก่าจากกรุเก็บความทรงจำในเฟซบุ๊ค มันเป็นภาพถ่ายคู่ระหว่างยายกับหลาน 

ผมจำได้ว่า ช่วงนั้นยายกำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ขณะเดียวกัน ความทรงจำก็ย้ำเตือนอีกว่า นั่นคือ "ภาพสุดท้าย" ที่เราได้ถ่ายร่วมกัน

เพราะหลังจากนั้นไม่นาน โรคร้ายก็พรากยายจากหลานไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

แม้ว่าผลการวิจัยและทดลองของ Frederic Bartlett (ค.ศ.1886-1969) นักจิตวิทยาชาวอังฤษ
จะพบว่า 

ความทรงจำคือส่วนผสมระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับประสบการณ์ส่วนตัวที่เกิดจากการปรับปรุงเสริมแต่งของผู้จำจนบางครั้ง อาจทำให้ภาพจำนั้น ไม่หลงเหลือเค้าของความจริง 

ถึงกระนั้น ผมก็ยังดื้อรั้นมากพอที่จะบอกเล่าถึงมัน แม้ว่าบางทรงจำจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปบ้างก็ตาม

2.
ผมยังจำฉากสุดท้ายของยายได้ดี เมื่อ 8 ปีก่อนวันนั้นเป็นวันพุธ เป็นวันที่ผมและเพื่อนร่วมสถาบันต้องออกไปฝึก ร.ด. ในค่ายทหาร (ทบ.22) 

ซึ่งก็เป็นเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง เราฝึกหนัก เราโดนซ่อมรวมหมู่ทั้งกองพัน เราเหนื่อยหอบศิโรราบ และเราคิดอยากจะยอมแพ้วันละหลายสิบหน

แต่พอถึงช่วงพักกลางวัน เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเป้สีดำก็ดังขึ้น ไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยถ้อยคำใด เสียงจากปลายสายก็โพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน และแหบพร่า

"หำ! ยายเฮาเมื่อยแฮงแล้ว!" เสียงนั้นคือเสียงของพี่สาวลูกคนสุดท้องของป้าคนรอง ซึ่งทำหน้าที่ติดต่อส่งข่าวคราวอาการของยายให้หลานคนอื่นได้รับรู้ 

"อาการอยู่ขั้นได๋?!" ผมถามเพื่อความมั่นใจ และกำลังชั่งใจว่าจะกลับบ้านในวันนี้หรือไม่

"ซอมใจ" เธอตอบ ก่อนจะตบท้ายว่า "ถ่ามาตอนนี่ อาจจะยังพอทันเบิ่งใจ!"

"บอกยายเด้อว่าผมกำลังจะไปหา" ผมบอกเธอก่อนจะตัดสายไป

3.
หลังจากที่นำความไปบอกกับหัวหน้าครูฝึก ผมก็ได้รับอนุญาตให้ลากลับก่อนเวลา ถึงห้องผมก็รีบเก็บของใช้เท่าที่จำเป็น และเสื้อผ้าอีกสองสามชุด 

ก่อนจะควบบึ่งมอเตอร์ไซต์มุ่งหน้าสู่ถนน อุบล-เดชอุดม มุ่งหน้าสู่ อ.บุณฑริก บ้านเกิด ด้วยอาการน้ำตาคลอเบ้า ในใจได้แต่ภาวนาหวังให้กลับไปทันดูใจยายครั้งสุดท้าย

ราวชั่วโมงเศษ ผมก็กลับถึงบ้าน เมื่อผมก้าวขึ้นเรือนที่เต็มไปด้วยญาติพี่น้องนั่งอยู่รายล้อม ตรงกลางบ้านคือร่างอันผอมเกร็งของหญิงชราวัย 79 ปี 

นอนหลับตาอย่างหมดแรงบนฟอกนอนสองชั้น ตาทุกคู่จ้องมองมายังผม พร้อมกับเปิดทางให้ผมได้เข้าไปใกล้ ๆ ยาย

ผมนั่งแมะลงข้างซ้ายมือของยาย แล้วจับมือข้างนั้นของยายมากุมไว้อย่างหลวม ๆ มือนั้นยังอุ่น ทว่าชีพจรเต้นเชื่องช้าแผ่วเบา 

อันเป็นสัญญานบอกถึงความโรยราของชีวิตที่กำลังรอคอยความตาย ซึ่งกำลังย่างก้าวมาถึง ในกี่ไม่อีกวินาทีข้างหน้า

"หลานชายเจ้ามาละเด้อยาย!" ยายจันแดงน้องสาวของยายพูดขึ้น ไม่มีสัญญาณตอบรับจากร่างที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า มีเพียงช่วงอกที่กระเพื่อมไหวขึ้นลง เป็นการบอกถึงว่ายายยังมีชีวิตอยู่

4.
เสี้ยวอัดใจต่อมา ทันใดนั้น อุณหภูมิร่างกายของยายก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ลมหายใจหอบกระเพื่อมถี่เร็วขึ้น จากนั้นก็เนิบช้า แผ่วเบาลง แผ่วเบาลง ทีละนิด ทีละนิด 

จังหวะนั้น ญาติผู้หญิงที่มีอายุส่วนใหญ่ก็พากันปล่อยโฮออกมา ระคนกับเสียงหมาบริเวณท้ายหมู่บ้านที่พากันพาเห่าหอนไล่เข้ามาเป็นสายจนกระทั่งมาหยุดที่เชิงบันไดทางขึ้นเรือนที่พวกเรากำลังอยู่

ลมหนาวเหน็บ ไม่รู้มาจากไหนพัดกระโชกมา เป็นเหตุการณ์ประหลาดที่ผมเองก็เพิ่งจะเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก

"เพิ่นมาละเบาะ" เสียงยายจันแดงกระซิบถามยาย เบา ๆ 

"อือ!" ยายของผมตอบพลางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นั่นเป็นการพูด และการมองครั้งแรก และครั้งสุดท้าย หลังจากที่ยายนอนหลับตาแน่นิ่งมาเป็นเวลานานหลายสิบวัน

จากนั้นยายก็หลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกับลมหายใจเฮือกยาวสุดท้ายที่ระบายออกมาทางช่องปาก ร่างอบอุ่นบัดนี้ เย็นยะเยือกราวถูกแช่แข็งไว้ 

คนทุกที่นั่งติดบันไดทางเข้าพากันเบียงตัวอย่างพร้อมเพรียงเพื่อหลีกทางให้กับบางสิ่งที่มองไม่เห็น เสียงเห่าหอนขานรับกันแรงขึ้นเป็นสายออกไปยังทิศทางเดิมอยู่ครู่หนึ่ง 

จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบลง จะมีก็แต่เพียงเสียงสะอื้นไห้ของบรรดาลูกหลานและญาติพี่น้องที่มิอาจสั่งให้หยุดลงได้

5.
ยายมีชื่อจริงว่า นางฟอง วงศ์รักษ์ นามสกุลก่อนหน้านี้คือ วรรณพันธุ์ แต่ภายหลังเปลี่ยนมาใช้ร่วมกับตาบุญมา สามีคู่ชีวิตคนล่าสุดที่ล้มหายตายจากไปเมื่อหลายสิบปีก่อนของแก 

ยายมีลูกสาวทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย ป้าคนโต กับ ป้าคนรอง (พ่อคนเดียวกัน), แม่ผม และน้าสาว (พ่อคนเดียวกัน) 

ยายเป็นลูกคนสาวคนโต ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 12 คน พ่อและแม่ของยายค่อนข้างมีฐานะร่ำรวยมีที่ดินทำกินหลายร้อยไร่ พร้อมทั้งวัวควายหลายสิบคอก 

ด้วยความที่เป็นพี่คนโต จึงต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูน้อง ๆ ให้อยู่ดีกินดี และด้วยเหตุนี้นี่เอง ยายจึงออกดูเป็นหญิงแกร่งที่ทำงานได้ไม่แพ้ชายอกสามศอก แถมยังเป็นคนเจ้าระเบียบ และมัธยัสถ์อีกด้วย

ตามเรื่องเล่าที่พูดต่อกันมาในหมู่ญาติ ครอบครัวของยายอพยพหนีความแห้งแล้งมาจากบ้านเหล่าสูง ต.ไผ่ใหญ่ อ.ม่วงสามสิบ 

ก่อนจะมาตั้งรกรากเป็นครอบครัวแรก ๆ ที่บ้านโสกหัวหมู (ชื่อทางการคือ บ้านโนนสว่าง ซึ่งเป็นที่อยู่ของลูกหลานในปัจจุบัน) ต.โนนค้อ อ.บุณฑริก จ.อุบลฯ ในช่วงกึ่งพุทธกาลล่วงมา

และได้ทำการซื้อและจับจองที่ดินไว้ขายต่อให้คนที่อพยพมาที่หลัง จึงทำให้มีฐานะมั่งคั่ง แต่ด้วยความที่ลูกหลานเหลนโหลนเยอะ 

ซึ่งหากนับรวม ๆ น่าจะร่วมสองร้อยกว่าเห็นจะได้ เมื่อแบ่งที่ดินกันจึงได้คนละไม่มากและมีฐานะไม่ดีเหมือนแต่ก่อนเก่า 

6.
เช่นนี้แล้ว ผมจึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองสำรวจไปรอบ ๆ มุมไม้ชายคาบ้านทรงยกพื้นสูงตามคติชนบทห่างไกล 

ซึ่งกินเนื้อที่ประมาณร้อยยี่สิบตารางเมตร ตั้งตระหง่านโดดเด่นทาบทับอยู่บนพื้นที่ราวหนึ่งไร่เศษ อันเป็นมรดกตกทอดของยายแห่งนี้

แม้ว่ามันจะไม่ใหญ่โตนัก หากนำไปเปรียบเทียบกับบ้านเรือนอื่น ๆ ในละแวกเดียวกัน ทว่าเราก็อยู่กันอย่างอิ่มอกอุ่นใจ 

ยิ้มและหัวเราะร่วมกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พร้อมกับบอกเล่าถึงเกียรติประวัติของยาย ภายใต้หลังคาสังกะสีสนิมเขรอะหลังนี้ 

และถึงแม้ว่าเงินในบัญชีธนาคารครอบครัวของเราจะอยู่ในอาการสาหัสสากรรจ์ไม่มั่งมีเหมือนก่อนเก่า 

มันก็มิอาจลดทอนความสุขในครอบครัวอันมีเพียบล้นของเราลดน้อยถอยลงไปได้ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับครอบครัวของเรา 

7.
การได้ย้อนหวนระลึกถึงยาย ทำให้ผมนึกถึงคำกล่าวของ Charles Fernyhough นักเขียนแนวจิตวิทยาชาวอังกฤษ ที่ว่า 

"ความทรงจำเป็นศิลปิน พอ ๆ กับที่มันเป็นนักวิทยาศาสตร์" 

ด้วยเหตุนี้เองกระมัง ความทรงจำของผมที่มีต่อยาย จึงดูงดงาม และสมเหตุสมผลอยู่เสมอ 

ไม่ว่าจะทั้งตลอดต้น ตลอดกลาง หรือตลอดไป...



SHARE
Writer
ChavisPhewngerN
Teacher
นัก (เรียน) เล่าเรื่อง ผู้พยายามสร้างเรื่องราว ผ่านเรื่องเล่า ที่เขาเล่าเอง

Comments

itypeyoudigiletter
4 months ago
อ่านแล้วนึกถึงตอนตาเสียเลยค่ะ
คิดถึงตาเหมือนกันค่ะ

ขอบคุณนะคะที่มาแชร์เรื่องราวนี้
Reply
ChavisPhewngerN
4 months ago
ขอบคุณมากครับ.
Black_pencil
4 months ago
อ่านแล้วรู้สึกซึ้งกินใจมากครับ

ผมก็เป็นหลานที่ผูกพันกับยาย พอได้อ่านแล้วทำให้นึกถึงยายขึ้นมาเลย

Reply
ChavisPhewngerN
4 months ago
ผมรู้สึกว่า ในความทรงจำของเรา คนที่เราคิดถึงนั้น จะไม่เคยแก่ลง หรือตายจากเราไปอีก เขาจะอยู่ในนั้น และอยู่ในนั้น ตลอดไปครับ.
superwins
4 months ago
เสียใจด้วยนะครับ  เขียนได้สวยงามมาก
Reply
ChavisPhewngerN
4 months ago
ขอบคุณมากครับบบ!.
Happy2you
4 months ago
อ่านแล้วทำให้นึกถึงคุณยายเราเลยค่ะ คุณยายเราก็เสียชีวิตลงเพราะมะเร็งเหมือนกัน จากที่อ่านรับรู้ได้ถึงความรัก ความผูกพัน ความทรงจำ และเชื่อเถอะค่ะว่า “ตลอดไป” มีจริง สำหรับสิ่งเหล่านี้ มันจะงดงามอยู่ในใจคุณเสมอ :-)
Reply