นักสะสมลูกแก้ว
​'ท้องฟ้าวันนี้ไม่ได้แจ่มใสมากนัก สีฟ้าสดใสถูกแทนที่ด้วยสีฟ้าหม่น พอมีแดดอยู่บ้างและมีลมพัดมาพอให้เย็นระเรื่อ ท้องฟ้าไม่ได้เดียวดาย ยังมีปุยเมฆกระจายอยู่เต็มแผ่นฟ้า ฉันมองเห็นเมฆกลุ่มหนึ่งกำลังตั้งเค้า บ่งบอกว่าอีกไม่นานหยาดน้ำจากฟ้าคงตกลงมาให้โลกใบนี้ได้ชุ่มฉ่ำ ฤดูร้อนกำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอีกครั้งตามกฎของธรรมชาติ อีกไม่นานฤดูฝนน่าจะมาถึงอย่างเต็มรูปแบบ 
วันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ออกจะวนลูปในทุกวันด้วยซ้ำ เรียน ทำงาน กินข้าว นอน ไม่ค่อยได้มีเวลาพักผ่อนเหมือนเมื่อก่อน เพราะยิ่งโตขึ้น ภาระที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องแบกไว้ในชีวิต ก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย นานแล้วที่ไม่ได้กลับบ้าน อยากหาเวลากลับอยู่เหมือนกัน แต่คงต้องรอไปอีกสักหน่อย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง มันสอนและให้บทเรียนอะไรสักอย่างในทุกวันเลย อย่างหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือ ชีวิตมันไม่ได้ง่าย ต้องผ่านอะไรมากมายกว่าจะเป็น ชีวิต'

ด้วยรักและคิดถึงเสมอ

​ฉันจรดปากกาทิ้งท้ายไว้เท่านั้น ก่อนจะปิดสมุดไดอารี่ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย จนตอนนี้เข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ยังใช้มันอยู่ เลื่อนไปเก็บไว้ที่เดิมบนโต๊ะอ่านหนังสือ เหลือบมองกรอบรูปที่บรรจุรูปถ่ายใบนั้นของฉันกับครอบครัว เราทุกคนยิ้มให้กล้อง ฉันกอดคอน้องสาว 'มีป๊ากับแม่ยืนอยู่ข้างหลัง' ข้าง ๆ กรอบรูป มีกล่องสี่เหลี่ยมใสที่ภายใน 'เคย' บรรจุลูกแก้วสีฟ้าน้ำทะเล มีลวดลายสีขาวพาดผ่านตลอดทั้งลูก ที่ป๊าให้กับฉัน ก่อนที่ฉันจะต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันเก็บรักษามันไว้อย่างดีเท่าที่คนคนหนึ่งจะสามารถรักษาของสิ่งหนึ่งได้ รักษาเพื่อไม่ให้ลูกแก้วลูกนั้นแตกสลาย 

ทุกครั้งที่มองลูกแก้ว ฉันจะรู้สึกเหมือนมีป๊ากับแม่อยู่ใกล้ ๆ ตรงนี้ เหมือนความเจ็บปวด ความทุกข์ที่เจอมาบรรเทาและเบาบางลง เหมือนได้รับอ้อมกอดอบอุ่นพร้อมถ้อยคำปลอบประโลมบอกว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น มันจะไม่เป็นไร พอพรุ่งนี้แสงของวันใหม่สาดส่องเข้ามา ทุกความผิดพลาดจะได้รับการให้อภัย ทุกความผิดหวังจะถูกเยียวยา และเราเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง



​ผ่านมาสี่ปีแล้วที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของอะไรหลาย ๆ อย่าง มันเปิดโลกให้ฉันได้เห็นสิ่งที่หลากหลาย ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ และได้เรียนรู้ทั้งความสุขและความทุกข์ไปในเวลาเดียวกัน ช่วงแรกที่ย้ายเข้ามา ฉันยังปรับตัวไม่ค่อยได้ คิดถึงบ้าน อยากกลับบ้านในทุกวัน ต้องใช้เวลาสักพักเลยเหมือนกันกว่าจะชิน กว่าจะเข้าใจ ภาระหน้าที่และความฝันผลักดันให้ฉันมาอยู่ที่นี่ ต้องอดทน ต้องฝ่าฟัน เพื่อให้ฝันสำเร็จ เพื่อให้การรอคอยความสำเร็จจากคนที่มองดูอยู่ข้างหลังตลอดไม่สูญเปล่า 

แต่เหรียญมีสองด้านฉันใด สิ่งที่เรารักและคิดว่าดีมากมายก็มีข้อดีและข้อเสียฉันนั้น 


เมืองใหญ่ทำให้ชีวิตฉันสะดวกสบายมากขึ้น ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ที่ฝันไว้มาตลอด แต่ก็เป็นเมืองใหญ่เมืองนี้อีกเหมือนกันที่ทำให้ฉันเจ็บปวดกับอะไรง่าย ๆ มาเสมอ ถึงจะวางแผนมาดีขนาดไหน ถึงจะคิดถี่ถ้วนแล้ว แต่ก็ไม่พ้นจากความผิดหวัง ความเจ็บปวดนั้นอยู่ดี

​ในวันนั้น ฉันเรียนรู้บางอย่าง
ความเจ็บปวดที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตคือ ความเจ็บปวดจากสิ่งที่รัก

​ตั้งแต่วันนั้น ความเจ็บปวดเริ่มก่อตัวขึ้น ค่อย ๆ ลุกลามกัดกินพื้นที่ในหัวใจ ฉันพบว่าหลายสิ่งไม่ได้เป็นไปตามแบบที่ฉันคิดไว้เลยสักนิด มันอาจจะผิดที่ตัวฉันเองที่คาดหวังกับมันมากเกินไปจนไม่เผื่อใจรองรับตัวเองในวันที่ถูกความคาดหวังผลักและร่วงหล่นลงมา ตัวของฉันจมลงไปทีละนิดและฉันพบว่า มันยากเหมือนกันในการก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดนี้ ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะผ่านมันไปได้ยังไง ทางออกไหนที่จะดีที่สุด 

ทุกครั้งที่มีความเจ็บปวดเข้ามา ฉันเก็บไว้ แบกไว้ จนมันเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ และหาทางเยียวยาไปด้วยในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เยียวยาฉันได้อย่างดี คือป๊ากับแม่ คนที่คอยสนับสนุนและช่วยเหลือเสมอมา คนที่พร้อมจะรักอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ แม้ในวันที่ฉันไม่คิดจะรักตัวเองอีกแล้ว คำพูด สายตา น้ำเสียง อะไรทั้งหมดนั่นเยียวยาฉันได้อย่างดี ถึงความเจ็บปวดจะไม่หายไป แต่อย่างน้อยมันเบาบางลงกว่าที่เคย

​ตัวของฉันกำลังกลายเป็น นักสะสมลูกแก้ว สะสมความเจ็บปวดและทางเยียวยาที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ ตัวของฉันคิดว่ามันจะดีถ้ามีลูกแก้วเพิ่มมากขึ้น เพราะเหมือนมีป๊ากับแม่อยู่ข้าง ๆ เสมอ ลูกแก้วกลายเป็นทั้งความเจ็บปวดและทางเยียวยาโดยที่ฉันไม่รู้ตัว 

นานวันเข้า ตัวของฉันเริ่มหนักและแบกต่อไปไม่ไหว ลูกแก้วที่มากจนล้นออกมาทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันกำลังจะจมมิด จมแบบที่ไม่รู้เลยว่าจะลอยขึ้นมาได้อีกเมื่อไหร่ มีหลายทางออกตีกันวุ่นวายในหัวไปหมด แต่ไม่มีสักทางออกที่ถูกหยิบมาใช้ จังหวะที่ลูกแก้วในใจทั้งหมดล้นทะลักออกมาเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลูกแก้วที่ป๊าให้กลิ้งหล่นลงมาจากกล่องด้วยเหตุผลบางอย่างพอดี วินาทีนั้น ฉันรู้สึกเหมือนโดนฉุดกระชากขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก เหมือนทุกอย่างหายวับไปกับตาเหลือเพียงความว่างเปล่า เหมือนมีคนดีดนิ้วแล้วทุกอย่างก็พลันกลับไปยังจุดเริ่มต้นของมัน ฉันไม่รู้สึกหนักอีกแล้ว ตัวของฉันกลับไปเป็นปกติ แต่ก็เสียใจเหมือนกันที่รักษาลูกแก้วที่ป๊าให้ไว้ไม่ได้อีกแล้ว 

ตอนที่กำลังจะเก็บเศษลูกแก้ว ฉันพบกระดาษแผ่นหนึ่งม้วนซ่อนอยู่ภายใน เป็นลายมือหวัดแต่เรียบร้อยแบบที่คุ้นตา ใจความในกระดาษเขียนไว้ว่า “จงปล่อยวาง เลิกเก็บทุกความเจ็บปวดไว้จนมันหนักอึ้งในหัวใจ สุดท้ายลูกจะเติบโตผ่านพ้นความเจ็บปวดเหล่านี้ไปได้และมีชีวิตที่สวยงาม” พร้อมคำลงท้าย จากป๊ากับแม่

​ในวันที่ชีวิตให้บทเรียนที่หนักหนาสาหัส ให้ความเจ็บปวดที่ยังไม่มีทางเยียวยา ร่องรอยของหยาดน้ำตาเป็นสิ่งที่คอยบอกว่าเรายังคงอยู่ เรายังเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งในโลกที่แสนกว้างใหญ่ มีสิทธิ์เจ็บปวด มีสิทธิ์ล้มและลุกขึ้นได้เสมอ น้ำตาคอยบอกฉันว่า ปล่อยความรู้สึกออกมาบ้าง อย่าไปเก็บมันไว้มากนักเลย 

เสียงเข็มนาฬิกา เสียงลมหายใจ เสียงเครื่องปรับอากาศ ฉันยังได้ยินมันทั้งหมด แต่ไม่มีเสียงใดเลยที่จะดังเท่ากับเสียงของความเงียบงัน ฉันปล่อยให้เวลาผ่านไปพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงหล่น มันเป็นตอนนั้นที่ฉันเติบโตขึ้น ได้เข้าใจความหมายของชีวิต เข้าใจว่าเราจะไม่ได้เรียนรู้สิ่งที่มีค่าถ้าเราไม่ผ่านพ้นความเจ็บปวดนั้นมาก่อน ตอนนั้นทำให้ฉันนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งจากหนังที่เคยดู

สิ่งที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดที่เราทำได้ คือ การล้มเหลวในสิ่งที่เรารักที่สุด
​- Unicorn store, (2019)


​เป็นจริงอย่างที่คำพูดนั้นบอก เราล้มเหลวเพื่อให้เติบโตขึ้น เพราะในชีวิตนี้ยังต้องเจออะไรอีกมาก เราล้มเหลวตั้งแต่วันนี้ เรียนรู้ความเจ็บปวดเสียตั้งแต่ตอนนี้ จะได้รู้วิธีที่จะก้าวข้ามผ่าน วิธีที่จะรับมือกับมันได้ ดีกว่าไปเจอตอนที่โตขึ้นมากกว่านี้ ถึงตอนนั้นมันคงยากกว่าเดิม ฉันมองเศษลูกแก้วที่กระจัดกระจายบนพื้นห้อง ฉันรู้ดีว่าไม่ได้มีแค่ลูกแก้วลูกนี้หรอกที่แตก ลูกแก้วมากมายนับไม่ถ้วนที่อยู่ในใจของฉันมานานก็แตกสลายไปด้วยเหมือนกัน นั่นแหละ ชีวิต



​แม้ลูกแก้วจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นของที่ได้จากป๊า และฉันคิดมาตลอดว่ามันคือทางเยียวยา แต่สุดท้ายพอสะสมไว้มาก ๆ เพื่อหวังจะบรรเทาความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต ทางเยียวยานั้นกลับกลายเป็นความเจ็บปวดเพราะความคิดของฉันเอง ทำให้ตัวฉันหนักจนเกือบจมมิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นบทเรียนให้ฉันได้อย่างดีว่า จง ทิ้งความเจ็บปวด นั้นไปแทนที่จะหาวิธีเยียวยาร้อยพัน อย่าจมอยู่กับอะไรนานนักเลย

​ในวันนี้ ฉันคิดว่าดีแล้วที่วันนั้นลูกแก้วกลิ้งหล่นลงมาแตก ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ได้พบกับกระดาษที่ซ่อนอยู่ภายใน คงไม่ได้อ่านข้อความของป๊ากับแม่ เช่นเดียวกันกับความเจ็บปวด ดีแล้วเหมือนกันที่ฉันทิ้งความเจ็บปวด ปล่อยวางอะไรที่ไม่จำเป็นเหล่านั้นไปได้ ทำให้ฉันได้พบกับบทเรียนที่มีคุณค่าที่ความเจ็บปวดได้มอบให้ในชีวิต ความเจ็บปวดสอนฉันว่า อย่ายึดมั่นกับอะไรจนเกินไป จนทำให้ไม่เห็นค่าของสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน

​ในวันนี้ ฉันเรียนรู้บางอย่าง
ความเจ็บปวด มันจะดีถ้าเราไม่แบกรับมันไว้มากเกินไป

​ฉันม้วนกระดาษและเก็บเศษลูกแก้วทั้งหมดมาเชื่อมด้วยกาวและทาสีทองทับรอยที่ไม่เรียบเสมอกันแม้จะถูกเชื่อมด้วยกาวแล้ว ใส่ลูกแก้วไว้ในกล่องสี่เหลี่ยมใสใบเดิม มันเลยกลายเป็นลูกแก้วสีฟ้าน้ำทะเลที่มีลวดลายสีทองพาดผ่านแทนที่สีขาวเหมือนอย่างทุกวันนี้ จริง ๆ ฉันจะไม่ประกอบกลับให้เหมือนเดิมหรือไม่ใช้สีทองก็ย่อมได้ แต่เราไม่ควรโยนทิ้งความเจ็บปวดที่ให้บทเรียนกับเราเพียงเพราะมันทำให้เราเจ็บ พอ ๆ กับที่ไม่ควรโยนทิ้งสิ่งของที่พังแต่มีคุณค่า เหมือนอย่าง คินสึงิ ที่เป็นเทคนิคการซ่อมแซมเครื่องเซรามิกและเครื่องปั้นดินเผาของคนญี่ปุ่น แทนที่จะทำให้รอยแตกนั้นเนียน ซ่อนรอยแตกไว้ไม่ให้เห็น แต่กลับใช้กาวสีทอง ทำให้เห็นรอยแตกชัดเจน ทำให้งานชิ้นนั้นสวยงามไปอีกรูปแบบหนึ่ง คินสึงิเป็นความงามในรอยเว้าแหว่งของชีวิต ที่ทำให้เราเรียนรู้ที่จะซ่อมแซมบาดแผลชีวิตด้วยการยอมรับ มองความเจ็บปวดตามความเป็นจริง และเห็นถึงความสำคัญของการยืดหยุ่นในชีวิต



ความเจ็บปวด เหมือนลูกแก้วลูกกลม ๆ เมื่อเราถือมันไว้ มันก็แค่วัตถุทรงกลมที่มีลวดลายสีสัน เราไม่มีทางรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วผลึกของมัน ลวดลาย เส้นสาย ที่ประกอบกันจนเป็นลูกแก้วลูกนั้น เป็นอย่างไร จะสวยงามแบบที่เคยจินตนาการไว้หรือแบบที่ตาเห็นจากภายนอกหรือเปล่า จนวันที่เรารู้สึกว่าตัวเราหนัก เรากำลังจะจมเพราะลูกแก้วมีมากเกินไป ความเจ็บปวดหนักเกินไป จนแบกต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ลูกแก้วที่เราแบกรับไว้ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมา บางลูกกลิ้งไปไกลลับตา บางลูกมีรอยร้าว และบางลูกแตกสลาย ละเอียดยิบจนเห็นเนื้อผลึกข้างใน มีประกายแวววับส่องสะท้อนสู่สายตา ดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

ความเจ็บปวด เป็นสิ่งที่เราจะไม่มีทางรู้เลยว่ามันให้อะไรกับเราในชีวิต ถ้าเรายังแบกไว้ ถือไว้กับตัวอยู่ตลอด ทั้ง ๆ ที่ในความเจ็บปวดซ่อนอะไรไว้มากมายที่ไม่ใช่แค่ความผิดหวังหรือเสียใจ ความเจ็บปวดซ่อนปริศนาบางอย่างที่งดงามและมีคุณค่ามากพอที่จะทำให้เราเรียนรู้ว่า ชีวิตยังมีความหวังและเราต้องเดินต่อ อย่าให้ความเจ็บปวดตรึงไว้ รั้งไว้ ลองปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้นสลายไปจากใจดูบ้าง เพราะบางทีสิ่งที่เราตามหามาตลอดอาจจะปรากฏหลังจากเราปล่อยวางความเจ็บปวดนั้นลง



​ชีวิตมันไม่มีอะไรแน่นอนเลยสักอย่าง แปรเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ไปตลอด ความเจ็บปวดก็เหมือนกัน มันผ่านมาแล้วและสักวันเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป เลือนรางจางหายไปจากใจ อย่าไปยึดติดกับอะไรมากจนทำให้ล้ม จนไปต่อไม่ได้ จนกลายเป็นสิ่งที่ฝังในหัวใจ จงปล่อยวางและให้อภัยโลกสุขปนเศร้าใบนี้ จงระลึกอยู่เสมอว่า 

สิ่งที่แน่นอนในชีวิตเพียงสิ่งเดียว คือ ความไม่แน่นอนของชีวิต

​สุดท้ายแล้ว เราทั้งหมดอาจจะไม่ได้อยากเป็นนักสะสมลูกแก้วที่มีลูกแก้วมากมาย หลากหลายสี หลายแบบ เต็มไปหมด เราอาจจะอยากเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง คนที่รู้สึกถึงความสุข ความรัก พบเจอกับความทุกข์ ความเจ็บปวด มากมายนับไม่ถ้วนในชีวิต แต่ยังลุกขึ้นได้เสมอ คนที่เรียนรู้สิ่งที่ได้จากทุกความรู้สึกอย่างสมบูรณ์ คนที่ปล่อยวางทุกความเจ็บปวดของเมื่อวานเพื่อที่จะเป็นคนที่ดีกว่าในวันพรุ่งนี้ ก็เท่านั้น
SHARE

Comments

โห ดีมากเลย เราอ่านแล้วได้กำลังใจที่ดีเลย ขอบคุณนะ💖
Reply
ยินดีมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ :-)
💖💖
💛💛
butterlee
1 year ago
อ่านแล้วรู้สึกได้กำลังใจเลยค่ะ เราก็ไม่รู้จะกอดเก็บความเจ็บปวดไว้ทำไมแต่มันยากจังค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องราวดีๆ 🙂
Reply
ยินดีมากเลยค่ะ ความเจ็บปวดมันผ่านมา สักวันเดี๋ยวมันก็จะผ่านไปนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ :-)
loyalist
1 year ago
เขียนดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกอยากมีชีวิตต่อ ชอบการเปรียบเปรยเปรียบเทียบที่เห็นเป็นรูปธรรม ทำให้รู้สึกนึกตามได้ ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ
Reply
ยินดีเสมอเลยค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ :-)