Let it kills me : ฆ่าฉันให้ตายด้วยความคิดถึง
นานแค่ไหนกันนะ
ที่ไม่ได้รู้สึกมีชีวิตจริงๆ ได้ขนาดนี้
เราทำทุกอย่างวนลูปตายด้านมานับร่วมปี
หลังจากความสัมพันธ์ตอนนั้นจบลง..
เราก็เหมือนหยุดอยู่กับที่ 
ไม่ก้าวเดิน ไม่ออกไปไหนซักแห่ง
ได้แต่ยืนอยู่อย่างนั้น เฝ้าถามตัวเองอยู่เยี่ยงนั้น
เรากำลังทำอะไร ? 
เราจะไปที่ไหน ?
เราเกิดมาทำไม ?
คำถามมากมายสรรพสิ่งเวียนวนเข้ามาในหัวอยู่ตลอด
และมันว่ายเวียนอยู่อย่างนั้นเป็นดั่งคลื่นน้ำวนที่เคลื่อนตัวไปมาเป็นวงกลมและเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด

เราติดอยู่ในคลื่นน้ำวนนั่น !หันไปทางไหน
ก็หาทางออกไม่เจอ.. โต้คลื่นกลับก็แล้ว
ว่ายสวนกระแสก็แล้ว เราก็ยังไม่ไปไหน
มีผู้คนมากมายที่เข้ามาติดอยู่ในคลื่นวังวนนี้
เช่นเดียวกันกับเรา 
บ้างก็เข้ามาเพื่อที่จะช่วย
บ้างก็เผลอตัวหลุดเข้ามา
แต่ไม่มีใครที่หลุดรอดออกไปได้เลย
ทุกๆคนที่ผ่านเข้ามา เหมือนก็แค่ผ่านเข้ามาจริงๆ
ไม่มีใครช่วยเราได้ และไม่มีใครเอาชีวิตรอดต่อได้
เราปล่อยให้พวกเขาจมลงไปตามวิถีแห่งธรรมชาติ
เราช่วยใครไม่ได้ แม้แต่ตัวเราเอง เรายังช่วยไม่ได้เลย
เราไม่มีแรงที่จะช่วยชีวิตใครได้จริงๆ หรอก

เรามันก็แค่มนุษย์ฝึกหัด
ก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้ เราเชื่อตัวเองมาตลอด
ว่าเราเป็นผู้ใหญ่ เราพยายามที่จะพิสูจน์ตัวเอง
ให้ผู้คนรอบข้างเห็นตลอด ว่าเรา “โตแล้วนะ”
เราดูแลตัวเองได้นะ ไม่ต้องให้ใครมาชี้นำทางให้
นึกแล้วก็อดสมเพชและอดขำตัวเองไม่ได้
เรากำลังทำอะไรอยู่น่ะ 
เรามันช่างเด็กน้อยเหลือเกิน
ทั้งๆที่ควรใช้ชีวิตในวัยเด็กให้มันสมกับวัยวุฒิ
แต่เรากลับเลือกที่จะดั้นด้นตัวเองขึ้นมาให้เป็นผู้มีวุฒิ
งี่เง่าสิ้นดีเลยเนอะ พอมานั่งคิดในเวลาแบบนี้
ก็รู้สึกว่า มันช่างเป็นเรื่องน่าตลกขบขันเสียเหลือเกิน
ไม่ได้มองว่ามันแย่นะ เพราะมันก็มีข้อดีในตัวของมันอยู่
มันทำให้เราเข้าใจโลก
เข้าใจเพื่อนมนุษย์
และหลังจากที่เรามองเห็นตัวเองแล้ว
มันก็อดไม่ได้เลย ที่จะอยากมองเห็นคนอื่นบ้าง
แบบมองให้ลึกลงไป มองเข้าไปถึงข้างใน
ว่าพวกเขาเหล่านั้น มีเรื่องให้เจ็บปวดเหมือนกับเราไหม

ใครจะไปคิดล่ะ ว่าวันนึงเขาจะหายไปดื้อๆ
เขาที่นี้ ไม่ใช่คนรักหรือสิ่งที่มนุษย์ปรุงแต่งขึ้นมาว่า 
“แฟน” หรอก เขาในทีนี้มีค่ามากกว่านั้นหลายขุม
เขาเป็นผู้ชายคนเดียวใบโลกใบนี้ ที่เราจะมอบความรักและความรู้สึกในทุกย่านอารมณ์ให้โดยที่ไม่มีข้อแม้ 
และเราเชื่อว่าถ้าเป็น “เขา” เขาก็จะทำเช่นนั้นเหมือนกัน
เขาผู้ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเราเลย..
ในทางกลับกัน
เขากลับเป็นผู้ให้ ผู้ให้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราปรารถนา
ชายผู้มาเพื่อไถ่บาปบนโลกใบนี้ให้แก่เราและครอบครัว
สำหรับเราแล้ว เขาเป็นดังพระเยซูในโลกของเรา
เราไม่เชื่อในสิ่งใดๆ นอกจากเขา
เขาคนนี้ 
คือมนุษย์ที่ผมใช้สรรพนามเรียกว่า “พ่อ”

เขาบอกผมตลอดว่า ถ้าลูกได้เจอคนที่ลูกรักจริงๆ ..
ลูกต้องไม่ทำเหมือนกับว่าเขาแค่ผ่านเข้ามาในชีวิตลูกนะ 
พ่อเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในฐานะของลูกผู้ชาย
ที่ให้เกียรติแก่สตรีเพศ 
แม่บอกว่า
พ่อเขารอแม่จนถึงวันวิวาห์ 
พ่อคือเนื้อคู่ ไม่ใช่รักแท้
มันคือคนที่โชคชะตาหรือสิ่งใดๆ นำพามาให้บรรจบ
เขาคือผู้เสียสละที่แท้จริง

มันคือความรักที่มีอยู่จริงและสัมผัสได้
เพราะการมีอยู่ และจากการไปของเขา
มันเลยทำให้เราเชื่อในสิ่งนี้มาตลอด
สิ่งที่มนุษย์หลายๆคนอาจจะหมดศรัทธา
หมดความหวังไปกับมันไปแล้ว
แต่เรา..
เรายังเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งที่ยังคงยืนหยัด
และเชื่อในสิ่งนั้นมาตลอด
เชื่อใน “ความรัก” 
ความรักที่มีอยู่จริง
และสัมผัสได้
ด้วยใจที่เปิดกว้าง
และพร้อมรับการมีอยู่ของมันในทุกๆช่วงชีวิต

และผมก็ได้เจอมันจริงๆ
ผมไม่เคยรู้สึกมีชีวิตชีวา
หรือรู้สึกเป็นมนุษย์ได้มากขนาดนี้
ทั้งๆที่รู้ว่าเรามันก็คือมนุษย์โง่ๆตนนึงนี่แหละ
แต่กับเธอ..
เธอผู้นี้..
มันแตกต่างออกไป
แตกต่างออกไปจาก “เธอ” ทั้งหลายที่เคยพบเจอมา
เธอแปลก เธอแตกต่าง
เหมือนคาดเดาได้
แต่จริงๆแล้วเราไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย
เซอไพรส์
มันมักจะมีคำนี้โผล่มาให้รู้สึกขมุกขมัวใจในหัวตลอด
มันดีหรือแย่กันนะ
กับการเซอไพรส์ในทุกๆอริยาบถแบบนั้น
แต่พิมพ์มาขนาดนี้แล้ว..
จะบอกว่าแย่มันก็ย้อนแย้งสุดโต่งเกินไปแล้วล่ะ
มันดีแหละ..
ดีมากๆ ดีจนเราไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ว่าสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นพวกนั้น มันเป็นความจริง
เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ เหมือนเรากำลังกลัวอะไรอยู่
และมันก็เป็นเช่นนั้นอยู่พักใหญ่
ด้วยความสับสนชวนลังเลกับสิ่งตรงหน้า
เรามิอาจแม้แต่จะคิด หรือรู้สึกสิ่งใดกับเธอผู้นั้น
รอบตัวเราเต็มไปด้วย ความเศร้า ความกลัว
และความหวาดหวั่นใจจากความคาดหวังของตน

เราหยุดคิดถึงเธอไม่ได้เลยจริงๆ
ถ้าหากว่าความคิดถึงนั้น มันสามารถฆ่าใครซักคนได้
เรายินดีมากๆ
ที่จะยอมให้ตัวเองได้ตายในตอนนี้ ณ เวลานี้เลย
ด้วยความคิดถึงที่มีต่อ เขาและเธอ
เธอทำให้เราคิดถึงพ่อ
พ่อที่ทำให้เชื่อและมีหวังในความรักมาตลอด
พ่อทำให้เราได้รู้จัก ความรักที่แท้จริง
ว่ามันมีรสชาติเช่นไร รสสัมผัสแบบไหน กลิ่นอะไร
ทุกครั้งที่เราอยู่ใกล้เธอ 
มันเหมือนมีกลิ่นอายบางอย่างที่ชวนให้เราคิดถึงเขา

ความอบอุ่นแหละมั้ง
“ไม่่ว่าจะยังไง อย่างน้อย.. ยูก็ยังมีเรา“
นี่คงเป็นประโยคสั้นๆ ธรรมดาๆประโยคหนึ่ง
ที่มีอิทธิพลต่อหัวใจของเรามากถึงมากที่สุด
ในช่วงชีวิตวัย 23 ปีที่ผ่านมา 
เราไม่เคยรับรู้ถึงเนื้อสัมผัสและรสชาติของคำพูด
ที่มันทำงานกับสภาวะจิตใจของเราได้ถึงก้นบึ้งขนาดนี้

ไม่ว่าจะยังไง ผมก็อยากมีเธอไว้ในชีวิตของผม
ประโยคนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องทันทีหลังจากได้ยินสิ่งนั้น
ทว่าในตอนนี้ เหมือนเรารับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง
เราคิดว่าเราคงอยู่ได้อีกไม่นาน
ในค่ำคืนที่แสนเงียบงันที่เต็มไปด้วยหมอกควันจางๆ
เราคิดว่าเราอาจจะตายได้จริงๆก็เป็นได้
เราว่าเรากำลังจะตาย.. ในไม่อีกกี่อึดใจ
เรากำลังจะตายเพราะความคิดถึงที่เรามีต่อเธอ

ไว้อาลัยให้เราด้วยนะ
อาเมน.
SHARE
Written in this book
The feelings awakens
Writer
nongkenlilthief
Actor also Writer
Sooner or later we’re all dying. Far beyond human.

Comments

U-chom
3 months ago
แงงง น่ารักก
Reply
nongkenlilthief
3 months ago
:) ขอบคุณฮะ