Don’t leave #8 : SeolAxBona #ซอลโบ


 ร่างสูงของคนพี่เมื่อเก็บของที่ตัวเองจัดการบนโต๊ะอาหารเรียบร้อยก็มานั่งดูหนังที่โซฟาในห้องนั่งเล่น แต่เวลาผ่านไปสักพักน้องก็ยังไม่เดินกลับมาเสียที เธอจึงได้เดินไปยังระเบียงเพื่อดูว่าน้องคุยโทรศัพท์เสร็จรึยัง

“จียอนร้องให้ทำไมคะ!”

พอเธอเปิดประตูบานเลื่อนออกมายังระเบียงก็พบว่าคนน้องที่บอกว่าออกมาคุยโทรศัพท์กับคุณพ่อกำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่ระเบียงจนเธอต้องเร่งเข้าไปปลอบ

“มีอะไรบอกพี่ได้นะคะ ร้องไห้ทำไมคะคนดี หืมม”

เธอก้มลงไปคุกเข่าต่อหน้าคนน้องที่นั่งร้องไห้อยู่เก้าอี้ที่วางอยู่ตรงระเบียง แล้วใช้มือขึ้นไปประครองใบหน้าสวยของอีกฝ่าย ค่อยๆใช้ปลายนิ้วมือเกลี่ยน้ำตาหยดเล็กๆให้ออกจากข้างแก้ม

“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่ฝุ่นเข้าตา”

“มุกเก่ามากเลยนะคะ” คนที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพูดตอบพร้อมทั้งยิ้มแบบกวนๆที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองส่งกลับไปให้คนที่นั่งร้องไห้อยู่ได้ขำพรืดออกมาแถมทุบไหล่เขาไปหนึ่งที

“ถ้ายังไม่พร้อมจะเล่าไว้ค่อยเล่าให้ฟังก็ได้ค่ะ”
คนพี่ยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วยื่นมือออกไปให้อีกฝ่ายจับมือ พร้อมทั้งชวนอีกคนให้เข้าไปในห้อง เพราะการที่มานั่งตากน้ำค้างอยู่ข้างนอกตอนนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอา

“เข้าห้องกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ”

“เค้าเป็นหมอค่ะ เค้าไม่ป่วยง่ายๆหรอก”

ถึงจะเถียงกลับแต่ก็ยอมลุกขึ้นแล้วเดินตามอีกคนกลับเข้าไปในห้องอยู่ดี
.
.
.
 แสงแดดสาดส่องผ่านผ้าม่านผืนบางมากระทบกับสายตาของสองร่างที่นอนกอดกันอยู่บนเตียง ทำให้รับรู้ว่านี่เป็นเวลาของเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกวันแล้ว

 ร่างของคนที่ตัวเล็กกว่าพยายามขยับตัวอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้คนที่ยังหลับอยู่ตื่น เธอค่อยๆแกะมือและแขนของคนโตกว่าให้ออกจากเอวบางของตนเพื่อที่จะได้ลุกขึ้นไปทำอาหารเช้าให้อีกคนกินอย่างเช่นทุกๆวัน

 เธออยู่กับเขาแบบนี้ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว อาการของเขาก็มีท่าทีจะดีขึ้นเรื่อยๆ บาดแผลที่ศรีษะก็หายเป็นปกติดี และเธอก็พาเขาไปพบจิตแพทย์ตามนัดทุกสัปดาห์ เนื่องด้วยเธอเองเป็นเพียงอายุรแพทย์จะให้รักษาอาการทางด้านจิตใจคงจะไม่เชี่ยวชาญเท่าแพทย์สาขานั้นๆ
วันนี้เธอรับปากเขาว่าจะพาพี่เขาออกไปเที่ยวต่างจังหวัด เพราะอยู่แต่ในห้องคงจะอุดอู้และแสนจะน่าเบื่อ เราคุยกันเมื่อคืนว่าจะขับรถออกไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ และนอนพักสักสองคืน การที่มีธรรมชาติบำบัดอาจช่วยให้อาการดีขึ้นก็เป็นได้
.
.
“ทำอะไรแต่เช้าคะ”

 เธอได้กลิ่นหอมๆของอาหารลอยเข้ามาแตะปลายจมูก เลยลุกขึ้นมาจากที่นอนก็พบว่าร่างบางของอีกคนไม่ได้นอนอยู่ใกล้ๆ คงจะเข้าครัวแต่เช้าอย่างที่อีกฝ่ายทำเป็นประจำตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา

 เธอเดินเข้าไปหาคนน้องพร้อมทั้งใช้แขนโอบรอบเอวบางขออีกฝ่ายอย่างเบาๆ แล้วยังฉวยโอกาสฉกชิงความหอมจากแก้มเนียนของอีกฝ่ายไปอีกหนึ่งที

“ทำข้าวต้มกุ้งค่ะ ฮยอนไปล้างหน้าแปรงฟันเลยนะคะ เหม็น”

“เหม็นตรงไหนคะ จียอนยังไม่ได้ลองดมดูเลย แต่แก้มจียอนน่ะหอมมากเลยนะคะ หอมกว่าข้าวต้มในหม้อซะอีก”

“ไม่ต้องมาปากหวานเลยค่ะ ไปแปรงฟันจะได้มากินข้าวกัน”

ร่างบางหันเอี้ยวตัวมาหาเธอ พร้อมทั้งผลักไหล่ให้เธอขยับออกห่างจากเจ้าตัว แล้วดันหน้าเธอหันออกไปอีกทาง เพื่อที่จะไม่ได้ฉวยโอกาสไปจุ๊บแก้มนวลนั้นอีก

ทั้งคู่จัดการมื้อเช้าเสร็จก็ไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองต่อ ทั้งสองต่างเตรียมเก็บกระเป๋าให้พร้อมสำหรับการออกไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันในครั้งนี้ 

เอาจริงเท่าที่เธอจำได้น้อยครั้งนักตั้งแต่คบกันมาที่เราทั้งสองคนได้ออกไปเที่ยวด้วยกันอย่างที่คู่รักคนอื่นๆเขาทำกัน เพราะด้วยภาระงานของทั้งคู่ ซึ่งการไปเที่ยวครั้งนี้เธอหวังว่าจะสร้างความทรงจำดีๆให้กับเราทั้งคู่ได้ ถึงพี่เขาจะยังจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ แต่เธอก็จะเป็นฝ่ายที่สร้างความจำให้เขาขึ้นมาใหม่เอง
.
.
.
ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำตัวเก่ง สวบทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีส้มโอโรส ในลุคสบายๆ ถือกล้องฟิล์มตัวเล็กไว้ในมือ แล้วยกขึ้นมาถ่ายวิวข้างทางบ้าง หันมาถ่ายคนขับรถคนสวยข้างๆบ้างอย่างอารมณ์ดี ดูท่าเขาจะพอใจอย่างมากกับการได้ออกมาเที่ยวข้างนอกแบบนี้

“ยิ้มอะไรเยอะแยะคะ หืมมม”

คนที่ถือกล้องอยู่ลดมือลงหลังจากกดซัตเตอร์แอบถ่ายรูปเธอไปหนึ่งซ็อตแล้วหันมาถามเธอที่กำลังขับรถอยู่

“ฮยอนนั่นแหละค่ะ ยิ้มอะไร”

เธอหันไปตอบอีกฝ่าย พร้อมทั้งใช้มือข้างขวาหันไปหยิกแก้มคนนั่งข้างๆที่ส่งรอยยิ้มการค้ามาให้

“ก็พี่มีความสุขนี่คะ ได้ออกมาเที่ยวกับจียอน พี่เห็นจียอนยิ้ม พี่เลยยิ้มตาม” 

เขายกกล้องขึ้นมากดซัตเตอร์อีกครั้งก่อนจะลดกระจกรถลงแล้วยื่นมือออกไปสัมผัสบรรยากาศด้านนอก เพราะตอนนี้ทั้งคู่ก็ขับรถมาใกล้จะถึงที่พักแล้ว

“ฮยอนชอบไหมคะ พี่จำได้ไหมว่าแต่ก่อนเราไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหนด้วยกันเลย เพราะมีคนบ้างานแถวนี้มัวแต่ทำงาน”

 คนน้องหันมาทำหน้างอนใส่คนพี่เล็กน้อยก่อนจะหันไปขับรถต่อ

“ชอบค่ะ ดีมากๆเลยนะที่เราได้ออกมาเที่ยวด้วยกัน พี่มีความสุขมากค่ะ”
.
.
 บ้านพักริมทะเลหลังเล็กที่ด้านหน้าติดหาดทรายสีขาวสะอาด ส่วนด้านหลังมองเห็นภูเขาลูกใหญ่อยู่ไกลๆ ทั้งสองคนขนของมาเก็บในบ้านพักพร้อมทั้งเตรียมตัวออกไปเดินเล่น กินอาหารทะเลและขากลับแวะชมพระอาทิตย์ตกดินกัน

“ฮยอนคะ ทากันแดดให้หน่อย” เธอถอดเสื้อเชิ้ตขาวตัวบางออกเผยให้เห็นใหล่ขาวเนียนที่โผล่พ้นเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปตัวเล็กที่ปกปิดส่วนสวยงามของร่างกายไว้

คนพี่เดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมทั้งบีบครีมกันแดดลงบนมือ แล้วค่อยๆลูบผิวขาวเนียนของคนตรงหน้าด้วยอาการใจสั่น ถึงเธอจะเคยเห็นร่างกายนี้แทบทุกส่วนจากตอนที่อาบน้ำด้วยกัน แต่เวลาได้เห็นหรือสัมผัสทีไรก็ยังทำให้เธอมีอาการใจสั่นได้เสมอ

‘จุ๊บ’ เสียงที่เกิดจากการเอาริมฝีปากลงไปสัมผัสบนไหล่เนียนนั้นเบาๆจนทำให้อีกฝ่ายขัดเขินจนหน้าแดง

“ฉวยโอกาสอีกแล้วนะคะ” ร่างบางหันกลับมาตีคนสูงกว่าที่ยืนกอดเอวบางของเธออยู่

“ใครบอกให้จียอนทำตัวน่ารักหละคะ พี่ก็อดใจไม่ไหวสิ”

“คนบ้า!” คนตัวสูงกว่าโดนทุบไหล่ไปอีกที ก่อนร่างบางในอ้อมแขนจะขยับตัวออกจากการกอดรัดแล้วไปหยิบเสื้อเชิ้ตตัวบางที่วางอยู่โซฟาตรงห้องนั่งเล่นมาสวมใส่ให้เรียบร้อย และเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปเดินเที่ยวในยามบ่ายแก่ๆเช่นนี้
.
.
“รอตรงนี้นะคะ พี่ไปซื้อน้ำมาให้” คนพี่บอกให้เธอนั่งรอตรงม้านั่งเล็กๆใต้ต้นไม้ก่อนจะวิ่งหายไปทางร้านค้าใกล้ๆ เธอนั่งรอไม่นานเขาก็เดินกลับมาพร้อมน้ำส้มคั้นหนึ่งแก้ว ส่วนอีกข้างเป็นถุงที่บรรจุน้ำเปล่ากับขนมปังที่แวะซื้อมาจากร้านเบเกอรี่ข้างๆ

“หิวรึยังคะ” เธอถามเขาที่กำลังนั่งกินขนมปังในมืออย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางจะชอบเสียจริงๆนะขนมปังเนี่ย ขนาดความจำเสือมยังจำได้ว่าตัวเองชอบกินมันมากขนาดไหน

“หิวนิดหน่อยค่ะ จียอนหละคะหิวรึยัง” เขายื่นขนมปังในมือมาให้เธอกิน เธอจึงกัดลงไปคำเล็กๆเพื่อไม่ให้เขาเสียน้ำใจ จะว่าไปมันก็อร่อยดีเหมือนกันแหละนะ

“งั้นไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ”
.
.
หลังจากที่ทั้งสองคนนั่งกินอาหารทะเลอย่างจุใจจนอิ่มเต็มที่แล้ว เลยชวนกันมาเดินเล่นที่ชายหาดมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าไปให้อีกไม่ช้า

แสงสีส้มอ่อนๆกระทบกับน้ำทะเล ทำให้ตอนนี้น้ำทะเลจากสีฟ้าครามแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบ ก็ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกยิ่งขึ้น

ทั้งสองเดินจับมือกันเดินทอดน่องไปบนชายหาด มือข้างขวาของคนพี่ที่ยื่นออกไปจับมืออีกคนไว้ ส่วนข้างซ้ายที่ว่างก็ถือรองเท้าแตะของตัวเองและของคนน้องไว้

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปไม่นาน จู่ๆก็มีเมฆฝนเข้ามาปกคลุม ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิท คล้ายจะมีพายุเข้าเสียอย่างนั้น ทั้งๆที่ตอนกลางวันยังแดดออกอยู่เลย

“เหมือนฝนจะตกเลยค่ะเรารีบกลับกันเถอะ” จียอนพูดขึ้น ก่อนจะเดินนำอีกคนให้ตามไป
แต่จากระยะที่เธออยู่กว่าจะเดินไปถึงบ้านพักก็หลายร้อยเมตร ยังไม่ทันจะครึ่งทางฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว คนพี่ถอดเสื้อเชิ้ตสีส้มโอโรสของตัวเองออกมาคลุมเหนือศรีษะของเราทั้งคู่แล้วรีบวิ่งไปให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด

 ทั้งสองอยู่ในสภาพที่เรียกว่าเปียกทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า สภาพไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำก็ว่าได้
“ไปอาบน้ำกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
ซอลอาเดินนำเข้าบ้านไปก่อน แล้วจัดการเตรียมผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าไว้ให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนจียอนที่เดินตามหลังเข้าบ้านมา ก็หยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินตามคนพี่เข้าไปห้องน้ำเช่นกัน

“อาบด้วยได้ไหมคะ” 

เนื่องจากที่ประตูห้องน้ำเป็นแบบประตูกระจกบานเลื่อนไมสามารถล็อคได้เลยทำให้ตอนนี้ร่างเปลือยเปล่าของคนพี่ปรากฎต่อหน้าคนน้องที่เปิดประตูเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ว๊าย จียอน”

“กรี๊ดซะออกสาวเลยค่ะ”

“ก็เป็นสาวไหมหละคะ เข้ามาแบบนี้พี่ก็ตกใจสิ”
“ก็จะมาอาบน้ำด้วยไงคะ จะได้ไม่เสียเวลา ทำยังกะไม่เคยอาบด้วยกันไปได้”

พูดจบเธอก็หันไปถอดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มออกจากร่างกาย เผยให้เห็นเรือนร่างที่เปลือยเปล่า ที่ถ้าใครได้เห็นคงต้องชื่นชมและอิจฉาในความงามของเธอ แต่คนที่มีสิทธิ์จะได้เห็นคงมีเพียงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเพียงเท่านั้น

จียอนค่อยๆเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ก่อนจะโอบแขนขึ้นไปคล้องคอคนตัวสูงกว่าให้ใบหน้าลงมาใกล้ชิดเพื่อรับจูบหวานจากเธอ

คนตัวสูงกว่ามีอาการตกใจที่ถูกเธอรุกล้ำเข้ามาก่อนแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือขัดขืนแต่อย่างใด จริงอยู่ที่ว่าเธอและเขาก็เคยจูบกันมาหลายครั้ง แต่ทำไมครั้งนี้เธอถึงได้รู้สึกใจเต้นแรงขนาดนี้กันนะ หรืออาจเป็นเพราะเธอเป็นฝ่ายเริ่มมันขึ้นมาก่อนก็เป็นได้

จากจูบหวานค่อยแปรเปลี่ยนเป็นจูบที่รุนแรงขึ้นตามความต้องการของคนทั้งคู่ ร่างเปลือยเปล่าขยับเข้าใกล้แนบชิดกันมากขึ้นจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน มือทั้งสองข้างของคนที่ตัวสูงกว่าโอบรัดร่างบางให้เข้ามาแบบชิดตัวเองมากขึ้น
“อื้ม ฮ ฮยอนคะ”

ตอนแรกเธอคิดว่าแค่จะแกล้งอีกฝ่ายให้ตกใจกับการรุกล้ำแบบที่เขายังไม่ตั้งตัวเฉยๆ แต่ทำไมตอนนี้กลับเป็นเธอเสียเองที่กำลังจะพลาดท่าถูกคนอายุมากกว่ารุกล้ำซะเอง

เสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจของคนพี่ที่กำลังใช้ลิ้นเล็กเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงปากของอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจตัวเอง
รสจูบของเขากำลังทำให้เธอเหมือนถูกไฟมอดไหม้

ทั้งสองคนยืนจูบแลกเปลี่ยนลมหายใจกันอยู่พักใหญ่โดยไม่มีใครยอมใคร จนลืมไปว่าตอนนี้ทั้งคู่ต้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายจากการเปียกฝนที่เปียกชุ่มไปทั้งตัว

“ฮ ฮยอน อื้ม ม พอก่อนค่ะ”

เป็นร่างบางที่เป็นฝ่ายหยุดมันก่อน เธอค่อยๆผลักไหล่อีกฝ่ายออก เพื่อให้อยู่ในระยะปลอดภัยแต่มือเรียวของคนตัวสูงกว่าก็ยังเกาะกุมอยู่ที่เอวบางของเธอไว้

“อาบน้ำกันก่อนนะคะ”

.
.
.
TBC.





















SHARE
Written in this book
Don’t Leave
Writer
Aris_S
Save me
🏸📖🖊🔬📷

Comments