เพื่อนกันธรรมดา
'และสิ่งเดียวที่ผมรู้จักมาตลอดชีวิต คือการรักข้างเดียว' น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ไม่มีทำนองตัดพ้อหรือน้อยใจในชะตาของตนเลยสักน้อย

'​ถ้าชอบ.. ทำไมไม่บอกล่ะ'

'​ถ้าบอก แล้วถูกปฏิเสธ ขอเลือกไม่บอก แล้วเก็บความรู้สึกไว้กับตัวดีกว่า'

'ต้องเก็บไว้นานเลยสินะ'

'อืมม์... กับบางคน ก็ตลอดไป'

'เศร้าจัง'

'ก็ไม่นะ... ชินแล้ว'​ ว่าพลางเก็บอุปกรณ์​ถ่ายรูปลงกระเป๋า อย่างเบามือ
...

เรารู้จักกันเมื่อสองปีที่แล้วจากที่ไปกางเต็นท์ข้างกันบนภูกระดึง, คนหนึ่งเป็นมือใหม่หัดกางเต็นท์ อีกคนเป็นมือโปรในการถ่ายรูป

เธออกหัก และอินดี้, ส่วนเขาอยากได้ภาพดีๆ ส่งประกวด และเมื่อถูกกวางเจ้าถิ่นบุกเต็นท์หาของกิน เธอทำได้เพียงเอาไม้เขี่ยไล่กวางออกไป เขาช่วยเธอกางเต็นท์ใหม่, และทั้งสองก็เป็นเพื่อนกัน

.

ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเป็นเพื่อนที่ดี
.

ทั้งสองไปกางเต็นท์ด้วยกันในต่อมา เขาเปลี่ยนสายจากการภ่ายภาพส่งประกวด มาเป็นถ่ายภาพแต่งงาน และรับปริญญาแทน เพราะเมื่อประมวลผลจากรายจ่ายแล้ว, เขาจำเป็นต้องมีรายได้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และแน่นอนการถ่ายภาพส่งประกวดนั้น บางทีทั้งปีทั้งชาติอาจจะไม่ได้รางวัลเลย

.

เธอไม่อกหักแล้ว, แต่ก็ยังไปออกทริปเดินป่ากางเต็นท์กับเขาอยู่บ่อยครั้งที่โอกาสอำนวย, ทั้งคู่คล้ายกันที่ชอบความเงียบสงบในระหว่างแคมปิ้ง บางครั้งก็นอนดูดาวกันเงียบๆ ในคืนที่ฟ้าโปร่ง และนอนฟังเสียงแมลงหากลานกางเต็นท์​นั้นอยู่ไม่ไกลป่า --

.

ความรู้สึกที่มีให้เธอนั้น แปรผกผันจากแค่เพื่อนธรรมดา, เป็นมากกว่าเพื่อนธรรมดามาสักพักใหญ่แล้ว, เธอไม่รู้ หรือเธอแค่อาจไม่สังเกตเห็น

.

และวันนี้ที่จุดชมวิวเสม็ดนางชี พังงา --

'เราว่า... เราจะแต่งงานนะ ก็เลยจะให้เป็นช่างภาพ...ได้มั้ย'

'ได้ดิ, เราเป็นเพื่อนกันนี่นา'
SHARE
Writer
blue0416
etc.
"หมาขี้เหงา วิ่งไล่งับเงาในแดดบ่าย"

Comments