ณ ห้วงเวลาหนึ่ง
เดี๋ยวเช้า เดี๋ยวค่ำ 

เดี๋ยวเช้า เเละเดี๋ยวเดียวก็ค่ำ
รู้สึกเหมือนมีคนดึงพระอาทิตย์ขึ้นๆ ลงๆ 
เพื่อที่จะเเกล้งพระจันทร์ให้โมโห
ฉันคิด

๐๗.๐๐ น. ที่หน้าล็อปบี้ด้านล่างของโฮสเต็ล
ที่ฉันเคยบอกว่าที่นี่เปิดตอนหกโมงเช้าเเละปิดตอนสี่ทุ่ม
ที่หน้าล็อปบี้มีเพียงฉัน เเละพนักงานของโฮสเต็ล
การตื่นมารอคุณพระอาทิตย์เป็นสิ่งที่ฉันโปรดปราณ
ตลอดทั้งอาทิตย์ฉันตื่นมาทันคุณพระอาทิตย์
ตื่นก่อนคุณพระอาทิตย์ เพราะฉันต้องอาบน้ำ เเปรงฟัน เเละเตรียมมื้อเช้าให้กับเเมว

พนักงานของโฮสเต็ลเดินไปมากันขวักไขว่
เดินไปตรงนั้น เดินกลับมาตรงนี้
ยืนคุยกับเพื่อนพนักงานครู่เดียว ก็เดินหายไปในครัวอีก
นี่ฉันตื่นเช้าเกินไปหรือนี่
เเต่ก็เจ็ดโมงเเล้วนะ

ยามเช้าของที่นี่เงียบสงัด ทุกอย่างนิ่ง ไม่มีเเม้เเต่ลมพัด
บนถนนมีรถที่เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ 
นานๆ ถึงจะมีผู้คนเดินผ่านไปสักคน
เเม้เเต่สุนัขหรือเเมวก็ไม่เห็นสักตัว
หรือคำว่าเช้าของที่นี่คือสิบเอ็ดโมงกันนะ

"เเก ลงมานานละเหรอ" 
"อื้ม ก็สักพักใหญ่ๆ ละเเก"

เขาทักทายเธอด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ช้าๆ เนิบนาบ ตามประสาคนที่เพิ่งตื่น

"นี่เพิ่งตื่นใช่มั้ย"
"อื้ม"

"เมื่อคืนนอนหลับมั้ย"
"ก็ สบายดีนะ ชอบห้องเเบบเเคปซูลอ่ะ ไม่กว้างเกินไป กำลังพอดีเลย"

เเละอาหารเช้าของฉันวันนี้คือ กาเเฟดำไม่ใส่น้ำตาล ไข่คน 
ผักคอส เเละขนมปังโฮลเกรนปิ้ง
ส่วนมื้อเช้าของเขาคือ นมร้อน ไข่ดาว เเยมส้ม เเละขนมปังปิ้ง
เเสงเเดดเริ่มสาดส่องลงมายังตึกรามบ้านช่อง ถนน ร้านยา บ้างเเล้ว 
นี่เป็นวันที่สองของฉันกับเขาบนเกาะเเห่งนี้
เเละนี่เป็นอาหารเช้ามื้อเเรกในรอบหลายเดือนที่ได้กินด้วยกัน
คงเพราะระยะทางเเละภาระหน้าที่ของเเต่ละคน
ทำให้เราพบเจอกันไม่บ่อยเหมือนคู่รักคู่อื่นๆ
เเต่ฉันค้นพบนะ ว่าการเจอกันไม่บ่อย นานๆ ถึงจะได้เจอกัน
มันทำให้ฉันตระหนัก เเละเห็นคุณค่าของเวลา ตอนที่ได้อยู่ด้วยกัน

เพราะบางทีการเจอกันทุกวัน
อาจจะทำให้เราไม่เห็นคุณค่าของความสัมพันธ์
มากกว่าตอนที่ต้องอยู่ไกลกัน
ฉันรู้สึกอย่างนั้น

มื้อเช้าของฉันเเละเขาดำเนินไปเเบบเอื่อยๆ ไม่รีบร้อน
เสียงช้อนส้อม จาน การปาดเเยมบนขนมปัง
กาเเฟดำ เเละนมร้อน ค่อยๆ ลดลงไป ลดลงไป จนเกลี้ยง
เราอิ่ม อิ่มเเบบพอดี ไม่มากไปไม่น้อยไป

เอาล่ะ ได้เวลาสำรวจเกาะเเห่งนี้กันเเล้ว
เราจัดการกับมื้อเช้าเสร็จสรรพก็เคลื่อนย้ายตัวเองออกจากที่นี่
หมวกกันน็อคคนละใบ เเว่นกันเเดดคนละอัน เเละรถมอเตอร์ไซค์ที่เช่ามา
วันนี้เราจะไปสำรวจเกาะกัน
จุดชมวิว คือที่เเรกที่เราเเวะถ่ายรูป
ที่นั่นมีไอติมกะทิเจ้าดัง เเละน้ำมะพร้าวสดๆ จากลูกไม่ผสมน้ำตาล

ปกติฉันไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด 
เวลาได้มาที่นี่ ฉันชอบเเวะมานั่งกินไอติมที่จุดชมวิว
เเล้วก็ขับรถกลับที่พัก 
เเต่วันนี้ฉันพาเเกมาด้วย 
ฉันกินน้ำมะพร้าว ส่วนเเกกินไอติม ไอติมกะทิถูกตักใส่มาในกะลามะพร้าว 
มีเครื่องเคียงอีกสองสามสิ่ง
ถั่วลิสงคั่ว สับปะรดกวน ลูกชิด เเละอีกนานา

เราขับรถต่อไปเรื่อยๆ เเวะพักกินกาเเฟบ้าง ทะเลาะกันบ้าง 
นี่ไม่ใช่ครั้งเเรกของการเดินทางไกลด้วยกัน
ครั้งเเรกคือเกาะปีนัง ฉันจำได้ ฉันเถียง หงุดหงิด ชอบบ่นสารพัด 
เเต่การเดินทางด้วยกันครั้งนี้ทำให้ฉันคิดได้ว่าเราควรทะเลาะกันให้น้อยที่สุด
ฉันจะพยายามไม่หาเรื่องชวนทะเลาะกับเเกอีก เเต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะไม่ทะเลาะกันเลยหรอกนะ
มีบางความเห็นที่ไม่ลงตัว เเกคิดอย่างนั้น ฉันคิดอย่างนี้ เเกบอกว่าจะไปทางนั้น ฉันจะไปทางนี้
เเละทั้งสองก็เงียบเมื่อรู้ว่าบทสนทนาเริ่มจะนำพาไปสู่การทะเลาะกัน
เเต่ไม่เกินสองนาที เราก็กลับมาหัวเราะกับเรื่องบ้าบอได้เหมือนเดิม
ตลกมั้ยล่ะ 

นี่ก็บ่ายอีกเเล้วเนอะ อีกเดี๋ยวก็คงเย็น
เเละอีกไม่นานก็คงพลบค่ำ ต่อจากพลบค่ำคือรุ่งเช้า
เป็นไปอย่างนั้น

ถ้าฉันเอาวันพรุ่งนี้ออกไปจากปฏิทินได้คงดี
หรือฉันจะเเกะถ่านนาฬิกาออกดีล่ะ
เอาจริงๆ ฉันทำได้ทั้งสองอย่าง
เเต่ในโลกดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไม่ใช่
จะใครหน้าไหนก็สั่งหยุดเวลาไม่ได้
นี่เป็นความจริง เป็นความจริงที่มนุษย์ทุกคนควรตระหนัก
รวมถึงฉันด้วย
“หิวยัง”
“หิวเเล้ว”

“งั้นไปหาอะไรกินกัน”
“เย้”

“กินอะไรดี”
“เอาเป็นพวก สเต็กมั้ย”

“อื้ม ได้นะ”
“งั้นไปหาร้านสเต็กกัน”

เเละสเต็กปลาดอลลี่
คือมื้อค่ำของเขาเเละเธอ
ก่อนที่พรุ่งนี้จะมาถึง


เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้า เหมือนทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่เเล้ว 
ทั้งที่ผ่านมาเเล้วหนึ่งคืนสองวัน
เหมือนนาฬิการีบเดิน เหมือนมีใครดึงพระอาทิตย์เล่น

เกาะเเห่งนี้จะกลับมามีชีวิตชีวามากที่สุดก็คงจะเป็นตอนพลบค่ำ
ร้านรวงตั่งต่างค่อยๆ ทยอยเปิด เเสงเเละสีถูกปุกให้ตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดอีกครั้ง
เสียงดนตรี รถเเห่ส่งเสียงกันมาไม่ขาดสาย 
ผู้คน ผมดำ ผมเเดง ผมทอง หรือไม่มีผม เดินสวนกันไปมาขวักไขว่
บ้างก็หยุดพูดคุย บ้างก็นั่งดูผู้คนสัญจรไปมา
ฉันกับเเกเป็นอย่างหลังสินะ 
สี่ทุ่มเศษ เราเเยกย้ายกันกลับห้องพักเเคปซูล
อย่างที่ฉันเคยบอกคุณผู้อ่านไปข้างต้นว่าโฮสเต็ลที่นี่จะถูกปิดอัตโนมัติตอนสี่ทุ่ม 
ผู้ที่มีคีย์การ์ดเท่านั้นที่จะเข้ามาภายในได้
เเละเวลานี้สี่ทุ่มเศษ

"ฝันดีนะเเก"
"อื้ม เช่นกันนะ"

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
วันนี้ก็จะกลายเป็นพรุ่งนี้
พรุ่งนี้ที่เขาเเละเธอต้องเเยกย้ายกันไปทำในสิ่งที่ต้องทำ
สะสางภาระของตนเอง

เเละวันหนึ่ง วันหนึ่ง 
ของห้วงเวลาหนึ่ง 
ในเวลาที่เหมาะสม 
เขาเเละเธอจะเจอกันอีกคราหนึ่ง


/.




SHARE

Comments

Aunyarin359
9 months ago
คิดในมุมของนักเขียน #น่าติดตามค่ะ
Reply