ความเจ็บปวดคือบันได

สมัยวัยรุ่น(กว่านี้)ตอนนั้นอกหักเพราะรักครั้งแรก เจ็บมาก เฮิร์ตมาก 
เศร้าแบบนอนร้องไห้ทุกคืน ตื่นมาไปเรียน
กลับหอนอนร้องไห้ เป็นแบบนี้อยู่ 2-3 เดือน
ตอนกลางวันไปรร.ก็ปกตินะ แฮ็ปปี้

เพื่อนบางคนที่รู้กันก็รู้เฉพาะกลุ่มนี่แหละ 
ก็เดือดร้อนกันไปเพราะโทรไปร้องไห้ทุกวัน 
นี่คือภาระเพื่อนที่แท้ทรู


มาถึงจุดที่พอจะรวบรวมสติได้แล้ว
ก็ตอกย้ำความเจ็บปวดด้วยการนั่งดูรูปเขากับแฟนเขานี่แหละ
เซฟมาทุกรูปเท่าที่จะหาได้
ดูเข้าไป โดยเฉพาะรูปแต่งงาน
ดูให้ชัด ดูให้ชัดเข้าไปอีก ชัดไปจนกว่าจะเข้าใจ

ดูไปจนกว่าจะเข้าใจได้ว่าเราพลาดตรงไหน
ดูไปจนกว่าจะเข้าใจได้ว่าความยุติธรรมมันไม่ได้มีบนโลก
ดูไปจนกว่าจะเข้าใจได้ว่าเราเผลอทำร้ายจิตใจผู้หญิงอีกคนได้ยังไง
ดูไปจนกว่าจะเข้าใจว่าคนที่เราเรียกว่า`ความรัก` แท้จริงแล้วเขา`เลว`แค่นไหน

ดูแล้วคิดทบทวนว่าถ้าวันนี้เจอกันอีกจะยังหวั่นไหวอีกไหม
เราดูรูปเขาไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย ทุกวัน ทุกวัน ....
จนวันหนึ่งเราก็คิดได้ว่า
ชีวิตนี้เราไม่เคยต้องร้องไห้ให้กับเรื่องไหนมากขนาดนี้
ร้องไห้ให้ความความรักที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ร้องไห้ให้กับการโกหก
ร้องไห้ให้กับความโง่ของตัวเอง
คนอย่างเขาไม่ได้มีค่าให้เราต้องร้องไห้มากขนาดนี้

แหมะ อกหักแล้วยังเกือบผิดศีลข้อ 3 โดยไม่ตั้งใจอีก
เวรกรรมอะไรกันวะเนี่ย 
 
เอาเถอะ พอกันที

..

.

.

สติกลับมาแล้วเราก็ลบรูปนั้นทิ้งทั้งหมด
เราจมอยู่กับอารมณ์ของความเจ็บปวด
ตอกย้ำให้ใจชินชา เข้าใจกับเรื่องราวอย่างมีสติ 

                                     เราจะจมกับมันจนกกว่าเราจะตื่น                                    ดีกว่าออกเดินทางไปโดยไม่ได้รับความกระจ่างอะไรเลย 

แม้จะไม่ได้รับความจริงจากคนอื่น
แต่อย่างน้อย เราต้องได้รับความชัดเจนจากตัวเราเอง 

ทุกอย่างจะยังคงย้ำเตือนใจเราให้ระมัดระวังการใช้ชีวิตมากกว่านี้
อย่างน้อยเราก็ไม่ควรก้าวเข้าไปทำร้ายจิตใจใครอีก แม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

ถ้าจะเศร้าก็เศร้าให้สุด สุขก็สุขให้สุด
คนเราก็แบบนี้แหละ
ถ้าไม่มีความเจ็บปวดเป็นบันไดแล้วเราจะก้าวขึ้นไปหาความสุขได้ยังไง เนอะ?
 


SHARE
Writer
rainnycool
...
ผู้หลงรักธรรมชาติ ชื่นชอบการอ่านและชอบบอกเล่าเรี่องราวต่างๆผ่านตัวอักษร ชอบฟังเพลงPOPและR&B นอกจากนี้ยังรักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย

Comments