เรื่ืองสั้นทางทหาร : On The Ground !!!
On The Ground !!!

09.00 น.

บนถนนอันที่คายความร้อนระอุของแดดในยามสาย มีร่างของชายกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่บนท้องถนน มีบทสนทนาเกิดขึ้นมากมายหลายวง บทสนทนาล้วนออกรสเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีเสียงที่ทำให้ปากของพวกเขาต้องเงียบลง

เสียงมอเตอร์ไซด์ดังชัดขึ้น เครื่องจักรสองล้อค่อยๆเคลื่อนมาใกล้กับคลองสายตา จนชายหนุ่มคนหนึ่งต้องรีบผุดลุกจากท่านั่ง เดินตรงรี่ไปยังที่มาของเสียงดังนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้ารถแล้ว จึงเอ่ย

“สวัสดีครับลุง ลุงจะไปไหนครับ?”

ชายร่างเล็กผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์จอดรถ ถอดหมวกกันน๊อก และตอบกลับ

“ลุงจะไปหาผักหวานแถวนี้ล่ะหนุ่ม”

“ไมได้นะครับลุง ตอนนี้เขากำลังจะยิงปืนกันครับ”

ผู้ฟังพยักหน้า สวมหมวกกันน๊อก ม้วนรถกลับไปยังทิศทางเดิม

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้อยู่ในความสนใจของชายหนุ่มผู้นั่งก้มหน้ายัดลูกปืนขนาด 5.56 มม.ลงไปในซองกระสุนเลยแม้แต่น้อย

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ บรรจุจบ !”

ว่าแล้วพลางเอาซองกระสุนที่เพิ่งบรรจุครบสิบนัดกระแทกแรงๆเข้ากับฝ่ามือ แล้วยัดใส่ช่องกระเป๋าอเนกประสงค์ด้านขวามือ ให้มันอยู่คู่กับซองอีกหนึ่งอันที่เต็มไปด้วยกระสุนเช่นกัน

เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะใส่กระสุนปืนพกขนาด 9 มม.ลงไปในซองกระสุนสำหรับปืนพกอีกสองซอง เมื่อเสร็จ จึงนำมันทั้งสองใส่ลงไปในช่องสำหรับเก็บซองกระสุนปืนพก

“พร้อมรึยังครับหมอ?”

เสียงของชายหนุ่มผู้สนทนากับลุงหาผักหวานเมื่อสักครู่ได้เรียกให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา แล้วจึงตอบ

“พร้อมครับพี่”

ก่อนจะฉวยปืนเล็กยาว ติดเครื่องยิงลูกระเบิดกระบอกโต รวมถึงหมวกเคฟล่าร์ใบหนาที่วางอยู่บนพื้นมาถือในมือ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังเนินเตี้ยๆตรงหน้า ระหว่างเดินเขาได้สวม ‘หมวกมึน’ และจรดสายรัดคาง เมื่อยืนอยู่บนเนินดินริมขวาสุดแล้ว ก็มองตรงไปยังเนินเดินอีก 3 แนวข้างหน้า ระยะห่างจากกัน 120 เมตร ถัดไปจากเนินดิน เป็นแนวเป้าปืนที่ถูกติดไว้อย่างเรียงราย และเป็นระเบียบ แต่กระนั้นเขาก็มองเห็นแค่แนวเป้าปืนรางๆ เท่านั้นเอง

ไม่นานนัก ก็มีเด็กหนุ่มในชุดคล้ายกันกับเขา เดินแบกปืนเล็กยาวติดลำกล้องขยายภาพ ซึ่งเป็นอาวุธประจำตำแหน่งของพลแม่นปืนมาวางใกล้ๆ พร้อมกับยิ้มร่า และชิงพูดขึ้นมาก่อน

“พี่หมอดูให้ผมด้วยนะครับ ว่ามันเข้ารึเปล่า”

“ได้ดิ ไม่มีปัญหา” เขาตอบรับพลางมองหนุ่มรุ่นน้องทอดกายลงไปนอนกับพื้นเพื่อจัดท่ายิงให้เข้าที่เข้าทางที่สุด

สักพักเล็กๆ กลุ่มทหารที่ตั้งวงสนทนา ก็ได้ค่อยๆเดินมาประจำที่ของตัวเอง พร้อมกับกรรมการอีกคน ที่สวมหมวกปีก เดินถือนาฬิกาขึ้นมาบนแนวยิงด้วย

“กระสุนใส่ซอง 10 นัด 1 นัด บรรจุ”

เป็นคำบอกให้ผู้เข้ารับการทดสอบทั้ง 12 ชีวิตหยิบซองกระสุนที่ได้บรรจุมา ใส่เข้ากับตัวปืนประจำตำแหน่งของตนเอง เมื่อทุกคนบรรจุเสร็จเรียบร้อย กรรมการก็ได้ตะโกนต่อ

“นำซองกระสุนปืนพก เสียบเข้ากับตัวปืน”

ชายหนุ่มเอื้อมมือขวาไปหยิบซองกระสุนปืนพก ยัดใส่กับตัวปืนพกประจำกายแทบจะทันที ล๊อกตัวปืนให้แน่นหนา แล้วรอการปฏิบัติต่อไป

ไม่กี่อึดใจ กรรมการได้ตะโกนเช็คทั้งสองฝั่ง ซ้าย ขวา ด้วยคำถามง่ายๆ

“ซ้ายพร้อม ?”

“พร้อม” พลแม่นปืนหนุ่มตอบก่อนจะเอื้อมมือหยิบซองกระสุนออกมาหนึ่งซอง มาถือไว้ในมือก่อน

เขาเองก็ทำเช่นกัน

“ขวาพร้อม ?”

“พร้อม”

พลแม่นปืนฝั่งขวาตอบมาไกลๆ

“แนวยิงระวัง เปิดห้ามไก เริ่มยิง”

พลแม่นปืนทั้งสองคน ต่างก็เริ่มบรรจงจับภาพและลั่นไกใส่เป้าที่อยู่ห่างไป 400 เมตร เสียงปืนดังสนั่นบริเวณหูขวาของเขา แต่กระนั้นเอง สายตาทั้งสองยังคงจดจ่อไปยังฝุ่นดินที่เกิดจากลูกกระสุนของรุ่นน้อง จนกระทั่งครบ 10 นัด

เวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงนกหวีดสัญญาณบรรจุกระสุนของกรรมการก็ดังขึ้น พลแม่นปืนลุกขึ้นยืน แล้วบรรจุซองกระสุนใหม่ลงไปแทนซองเก่าที่ว่างเปล่าอย่างชำนาญ

‘พี่หมอ’เหวี่ยงปืนขึ้นในท่าเฉียงอาวุธ แล้วขยับเท้าไปมาเพื่อรอเสียงนกหวีดต่อไป

ปรี๊ด “เป้าขึ้น !”

“เอียยยยย !!!”

และร่างทั้ง12 ต่างพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับลูกธนูแล่นออกจากคันศร เป้าหมายคือเนินเดินลูกต่อไป

สองเท้ารีบสับด้วยความเร็วสูงสุด เท่าที่ร่างกายอันประกอบไปด้วยเครื่องสนามอีรุงตุงนัง และปืนติดเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. (ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าจะให้ติดไว้ทำหอกอะไร ในเมื่อไม่ได้ใช้ในการยิงจริง ติดมาทำไมให้หนักเปล่าๆ ) แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่มี ก็ยังคงไม่ทันพลแม่นปืนรุ่นน้องอยู่ดี

กรรมการขานเวลาคอยนับไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเอาปืนฟาดกับกระสอบทราย จัดภาพการเล็งและท่านอนยิงได้สำเร็จ แล้วจึงขยับนิ้วลั่นไกอย่างใจเย็น

ปัง! “หนึ่ง” ปัง! “สอง” ปัง! “สาม” ปัง! “สี่” ปัง! “ห้า”

การลั่นไกดำเนินต่อไปจนครบสิบนัด ‘พี่หมอ’ จึงดันตัวลุกขึ้น ปลดซองกระสุนออกใส่ถุงทิ้งซองซึ่งอยู่บริเวณด้านหลัง แล้วเสียบซองใหม่ ปล่อยเลื่อนปืน สองตามองไปยังกระสอบทรายของตัวเองบนแนวถัดไป จมูกบานพะเยิบจากการหายใจแรงอย่างต่อเนื่อง

ปรี๊ด “เป้าขึ้น!”

“เอียยยย !!”

สองเท้ารีบสับอย่างสุดชีวิต เนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการสปีดที่ผ่านมา ทำให้ฝีเท้าตกลงเล็กน้อย จนคนอื่นๆด้านขวามือเร่งเครื่องขึ้นแซงเขาไป และเหมือนว่าได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาจากด้านหลัง แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะยังคงต้องเพ่งสมาธิและพละกำลังไปที่แนวอยู่ขยับเข้ามาใกล้ไปตามแรงวิ่ง

กรรมการขานเวลาคอยนับไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาพุ่งหลาวเอาปืนฟาดกับกระสอบทราย จัดภาพการเล็งและท่านอนยิงได้สำเร็จ แล้วจึงขยับนิ้วลั่นไก หัวขยับเล็กน้อยไปตามจังหวะของการหายใจ

ปัง! “หนึ่ง” ปัง! “สอง” ปัง! “สาม” ปัง! “สี่” ปัง! “ห้า”

การลั่นไกดำเนินต่อไปจนครบสิบนัด ‘พี่หมอ’ จึงดันตัวลุกขึ้น ปลดซองกระสุนซองที่สองออกใส่ถุงทิ้งซองซึ่งอยู่บริเวณด้านหลัง แล้วเสียบซองใหม่ ปล่อยเลื่อนปืน สองตามองไปยังกระสอบทรายของตัวเองบนแนวถัดไป อ้าปากกว้าง เพื่อดูดเอาอ๊อกซิเจนเข้าไปยังปอด หัวใจเต้นรัวแรงราวกับกลองรบ พร้อมจะตะโกนออกมาหลังจากได้ยินคำบอกถัดไป

ปรี๊ด “เป้าขึ้น!”

“เอียยยย !!”

ตะโกนเสร็จแล้ว สองเท้ารีบสับด้วยแรงแทบทั้งหมดที่มี แต่กระนั้นก็ยังไวไม่ทันอีก 11 คนอยู่ดี และเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาจากด้านหลังนั้นยังคงดังมาติดๆ ราวกับเป็นเงาตามตัวของเขา แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะยังคงต้องเพ่งสมาธิและพละกำลังไปที่แนว100 เมตรสุดท้าย แต่เมื่อวิ่งไปจวนจะถึง ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาต้องอุทานออกมา

“ไอ่เหี้ย ชิบหายแล้ว !!”

กรรมการขานเวลาคอยนับไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาพุ่งหลาวลงกับความว่างเปล่าตรงหน้า กระสอบทรายที่ใช้ยิงทุกที...วันนี้กลับหายไป !

แต่ด้วยประสบการณ์ที่เคยเจอมา ทำให้เขารับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก จัดภาพการเล็งและท่านอนยิงได้สำเร็จ แล้วจึงขยับนิ้วลั่นไก หัวขยับ ศูนย์หน้าของอาวุธเขยื้อนไปตามจังหวะของการหายใจ

“หมอ ตั้งสติครับ หายใจลึกๆ ล๊อกปืนดีๆ”

เสียงจากด้านหลังดังขึ้น ช่วยเตือนสติของเขา

‘หมอ’ ฟังและปฏิบัติตาม

ปัง! “หนึ่ง” ปัง! “สอง” ปัง! “สาม” ปัง! “สี่” ปัง! “ห้า”

การลั่นไกดำเนินต่อไปจนครบสิบนัด ‘คนกระสอบทรายหาย’ จึงดันตัวลุกขึ้น ปลดซองกระสุนซองอันสุดท้ายออกใส่ถุงทิ้งซองซึ่งอยู่บริเวณด้านหลัง เหวี่ยงปืนกระบอกโตไปด้านหลัง คนที่เหลือ เมื่อทำแบบเดียวกันเสร็จแล้ว ต่างก็ตะโกนให้เสียงเตือนแก่กันและกันว่า

“เตรียมปืนพก”

มือซ้ายนั้นกุมมั่นที่ปืนพกขนาด 9 มม. สองตามองไปยังเป้าอันสุดท้าย ซึ่งเป็นเป้าของปืนพก ยิงฟัน หายใจเข้าและออกจนเป็นเสียง ชี่ ชี่ หัวใจยังคงเต้นรัวแรงราวกับกลองรบ สองตาเริ่มพร่ามัวจากหยาดเหงื่อที่ย้อยทะลุขนคิ้ว ตรงดิ่งเข้ามาในดวงตา

ปรี๊ด “เป้าขึ้น!”

“เอียยยย !!”

ตะโกนเสร็จแล้ว สองเท้ารีบสับด้วยแรงแทบทั้งหมดที่มี แต่กระนั้นก็ยังไวไม่ทันอีก 11 คนอยู่ดี และเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาจากด้านหลังนั้นยังคงดังมาติดๆ ราวกับเป็นเงาตามตัวของเขา แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะยังคงต้องเพ่งสมาธิและพละกำลังไปที่แนว100 เมตรสุดท้าย แต่เมื่อวิ่งไปจวนจะถึง ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาต้องอุทานออกมา

“เอียยยย !!”

ตะโกนเสร็จแล้ว สองเท้ารีบสับด้วยแรงทั้งหมดที่มีในชีวิต และเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาจากด้านหลังนั้นยังคงดังมาติดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะยังคงต้องเพ่งสมาธิและพละกำลังไปที่แนว25 เมตรสุดท้าย เมื่ออยู่ตรงกระสอบทราย จึงหยิบปืนพกเจอริโก้ หรือ ‘เหยี่ยวน้อยแห่งทะเลทราย’ ออกมา ขึ้นสไลด์ ตั้งท่าพร้อมยิง

‘ศูนย์ชัด เดินไก’ เขาคิดในใจแล้วค่อยๆลั่นไกอย่างบรรจง

ปัง ! หนึ่ง

“ยิงดี !!!” เสียงด้านหลังตะโกนออกมา เขาจึงทำกระบวนการเดิมต่อ

‘ศูนย์ชัด เดินไก’

ปัง ! สอง

“ยิงดี !!!” เสียงของหนุ่มรุ่นพี่ยังคงตะโกนต่อมา

เมื่อกระสุน 2 นัด ในซองได้หมดลง ปืนพกก็ได้ค้างเลื่อนปืน มือซ้ายหักข้อมือชี้ปากกระบอกปืนขึ้น นิ้วกลางก็พลันกดไปที่ปุ่มปลดซองกระสุน ปล่อยซองที่ว่างเปล่าทิ้งลงพื้นดิน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หยิบซองกระสุนอีกหนึ่งซองเข้ามาเสียบแทนที่ ปล่อยเลื่อนปืน บรรจงเล็งไปยังเป้าตรงหน้าอีกหนึ่งครั้ง ทบทวนขั้นตอนการยิงแบบเดิม



‘ศูนย์ชัด เดินไก’

ปัง ! สาม...ฝุ่นหลังแนวกระจายขึ้นมา

“ยิงดี !!!”

‘ศูนย์ชัด เดินไก’

ปัง ! สี่

“ยิงดี !!!”

‘ศูนย์ชัด เดินไก’

ปัง ! ห้า

ทันทีที่กระสุน 3 นัด ในซองได้หมดลง ปืนพกก็ได้ค้างเลื่อนปืนอีกครั้ง มือซ้ายหักข้อมือชี้ปากกระบอกปืนขึ้น นิ้วกลางกดไปที่ปุ่มปลดซองกระสุน มือขวาเอื้อมมาจับซองกระสุนเปล่า ใช้นิ้วก้อยและนิ้งนางหนีบมันไว้ และทรุดกายลงคุกเข่า เก็บซองอีกอัน ใช้นิ้วนาง และนิ้วกลาง หนีบไว้ ก่อนจะขึ้นสไลด์ปืนเปล่าๆ แล้วตรวจอาวุธ โดยมีรุ่นพี่ด้านหลังเดินเข้ามาตรวจดูรังเพลิงของ ‘เหยี่ยวน้อยทะเลทราย’ อันว่างเปล่า ตบบ่า แล้วกล่าว

“ปืนเคลียร์”

“ปืนเคลียร์” หมอพูดตามพลางปล่อยสไลด์ปืนออก ลั่นไกเปล่าๆใส่เป้าเบื้องหน้า เสร็จกระบวนการตรวจอาวุธแล้ว จึงหันหน้าไปถามหนุ่มรุ่นพี่ว่า

“เมื่อกี้เป็นยังไงบ้างครับพี่ เห็นพี่บอกยิงดี ยิงดี”

คนฟังเพียงแต่หัวเราะออกมาดังๆ

เมื่อได้ยินเสียงของกรรมการตะโกนว่า แนวยิงปลอดภัย คนยิง ตรวจเป้า เขาจึงรีบรุดเดินตรงไปยังเป้าปืนพก ปรากฏว่า มีรูทะลุกลางเป้าเพียงแค่รูเดียว

“ผมบอกว่า ยิงดิน ไม่ใช่ ยิงดี ครับหมอ”

ผู้ปฏิบัติหน้าหดลงเหลือสองนิ้ว พร้อมๆกับที่กรรมการถือแฟ้มจดบันทึกคะแนนเดินตรงมาหาเขา จากนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างตลกในความโชคร้ายของตัวเอง เมื่อรู้ว่า หลังจากตรวจคะแนนแล้ว จะมีบทลงโทษ และบทลงโทษของคนที่ยิงไม่เข้าเป้านั้นเป็นอย่างไร

แต้มบุญของท่าน ได้หมดลงแล้ว กรุณาทำบุญเพิ่มด้วยค่ะ.

จบ.



ทุกคนย่อมมีวันแย่ๆเป็นของตัวเอง

เขียนจากเรื่องจริงเกือบทุกประการครับ 5555

SHARE
Writer
Stormwind
Villain's Leader
เป็นเพียงชายคนหนึ่ง ที่พูดน้อย...ด้อยคำหวาน

Comments