เพราะทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงไปเสมอ
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ในทุกความสัมพันธ์เราย่อมต้องพบกับการลาจาก


     ตั้งแต่จำความได้ ในโลกของฉันก็มีเขาอยู่ด้วยเสมอ เจ้าเพื่อนข้างบ้านตัวแสบ...'เพลิง'

     เพลิงเป็นเด็กผู้ชายตัวเตี้ยๆที่เกิดหลังจากฉันสามวัน ทั้งๆที่เป็นเด็กผู้ชายแท้ๆแต่กลับเจ้าน้ำตาร้องไห้ประจำ เพราะงั้นเลยถูกพวกเด็กแถวบ้านแกล้งเอาอยู่บ่อยๆ

     ด้วยเหตุนั้นเอง ฉันเลยกลายเป็นอัศวินประจำตัวของเขา คอยไล่ตะเพิดพวกที่มาแกล้งทุกครั้งจนได้รับสมญานามว่าเป็นหญิงแกร่งประจำซอย

     'นิ้งเก่งจัง สู้กับพวกพี่ป.5 ได้ด้วย'

     'เพลิงอ่อนแอต่างหาก ถ้าโดนแกล้งก็ต้องสู้กลับสิอย่าเอาแต่ร้องไห้'

     นั่นเป็นคำดุที่ฉันมักพูดกับเขาประจำ แต่ถึงจะพูดไปแบบนั้นสุดท้ายฉันก็คอยปกป้องเขาตลอดอยู่ดี




     จนเข้าช่วงมัธยม พวกเราสองคนเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เพลิงตัวสูงขึ้นจนไล่เลี่ยกับฉัน ทั้งมือ ไหล่ หรือแผ่นหลังก็ดูเป็นเด็กผู้ชายมากขึ้น ในขณะที่ฉันเริ่มมีหน้าอกและประจำเดือน พวกเราทั้งสองต่างก็เติบโตขึ้นไปตามกาลเวลา


     และความเปลี่ยงแปลงเล็กๆน้อยๆนี้ก็ทำให้มีความเปลี่ยนแปลงอื่นๆตามมาด้วย


     เพลิงร่างกายแข็งแรงขึ้น มีเพื่อนมากขึ้น ร้องไห้น้อยลง ร่าเริงสดใสและเริ่มเข้ากับกลุ่มเพื่อนผู้ชายในห้องเรียน ส่วนฉันก็มีกลุ่มเพื่อนผู้หญิงในห้องเรียน เราไม่ได้ตัวติดกันตลอดเหมือนสมัยเด็ก มีพื้นที่ส่วนตัว มีโลกของแต่ละคน

     เรื่องที่ทำประจำอย่างการเล่นที่บ้านอีกฝ่ายแล้วจบลงด้วยการนอนค้างในห้องเดียวกันก็ทำไม่ได้แล้วเช่นกัน เพราะพวกเราไม่ใช่เด็กเล็กๆอีกแล้ว

     แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าพวกเราจะเหินห่างกันไป เรายังคงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกันและกันเหมือนเดิม




     'นิ้ง มึงรู้จักไอ้พีห้องกูป่ะ?'

     'รู้จัก เพื่อนแก๊งมึงนี่ ถามทำไมอ่ะ?'

     'มันชอบมึง'



     นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักความรักเชิงชู้สาว เหมือนป๊อปปี้เลิฟของเด็กม.2

     เอาเข้าจริงฉันไม่รู้หรอกว่าตัวเองชอบพีรึเปล่า แต่ก็ยอมเปิดโอกาสให้จีบ ซึ่งในช่วงเวลานั้นมันก็น่าตื่นเต้นดี การถูกคนที่ไม่ใช่ครอบครัวมาเอาใจใส่มารักมันทำให้รู้สึกดีไม่น้อย

     แต่มันแลกกับการที่เพลิงค่อยๆห่างออกไป

     'กูไม่อยากให้พีมันรู้สึกไม่ดี'

     คงเพราะวลีที่ว่าผู้ชายกับผู้หญิงไม่สามารถเป็นเพื่อนกันได้ทำให้พีรู้สึกกังวลกับการที่เพลิงกับฉันสนิทกัน จะว่าไปเมื่อก่อนพวกเราก็เคยถูกแซวว่าเป็นแฟนกันเหมือนกันเพียงแต่ว่าไม่ได้ใส่ใจ

     ฉันคิดว่ามันคงไม่เป็นไรถ้าเกิดเราจะห่างกันเพราะถึงยังไงเราก็เรียนคนละห้อง ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาเหมือนก่อนอยู่แล้ว
     แต่พอผ่านไปพักหนึ่งฉันถึงรู้ว่ามันเป็น

     ระยะห่างที่มันมีอยู่แล้ว มันค่อยๆเพิ่มมากขึ้นทีละนิด

     'มึงไม่ชอบพีเหรอวะ'

     เพลิงถามหลังจากที่รู้เรื่องที่ฉันหักอกเพื่อนของเขาไปแล้ว

     'อือ...เต็มที่แค่เพื่อนว่ะ...'

     ฉันไม่ได้บอกความจริงเพลิงทั้งหมด ว่าที่ฉันเลือกจะหักอกพี เพราะไม่อยากให้เราห่างกันมากกว่านี้แล้ว



     และแล้วเพลิงก็เริ่มชอบผู้หญิงคนหนึ่งตอน ม.4 เธอเป็นรุ่นพี่ม.6 ที่น่ารักมากๆ

     เธอชื่อพี่ปิ่น เป็นรุ่นพี่ชมรมดนตรีไทยที่ฉันอยู่ เพราะงั้นเลยโดนขอให้ช่วย

     'มึง ช่วยแนะนำกูให้พี่ปิ่นรู้จักหน่อยดิ'

     มันก็เป็นคำขอที่ไม่มากอะไร พวกเราสองคนวางแผนกันว่าจะให้เพลิงทำเป็นมารอฉันกลับด้วยกันที่ห้องชมรมเพื่อจะได้มีโอกาสเจอพี่ปิ่น

     แผนเป็นไปด้วยดี ตั้งแต่นั้นฉันก็เหมือนแม่สื่อที่ช่วยเจ้าตัวแสบนี่จีบพี่ปิ่น ถึงความจริงแล้วฉันจะคิดว่าตนเองไม่เห็นจำเป็นต้องช่วยอะไรมาก เพราะเพลิงก็หน้าตาค่อนข้างดี แถมเดี๋ยวนี้ก็เริ่มสูงกว่าฉันแล้ว จีบเองไม่น่ายาก แต่คงเพราะเพลิงยังเป็นเพลิง โตแค่ไหนก็ยังใจปลาซิว

     ซึ่งสุดท้ายแล้วทั้งสองก็ได้คบกัน และแน่นอน มันแลกกับการที่เราสองคนเริ่มมีระยะห่างมากขึ้น เพราะไม่อยากให้พี่ปิ่นเกิดความกังวล

     'พี่ปิ่นเขาไม่ว่าอะไรหรอกถ้ามึงจะไปด้วยอ่ะ เขาก็รู้ว่ากูกับมึงเพื่อนกัน'

     'มันก็เหมือนตอนพีกับกูอ่ะ กูว่าพี่ปิ่นเขาก็คงไม่ชอบเท่าไหร่มั้งถ้ามีผู้หญิงตัวติดกับแฟนเขามากๆเข้า'

     มันไม่ใช่ว่าฉันชอบเพลิง หรือเพลิงชอบฉัน ฉันคิดว่าพวกเราสองคนไม่เหมือนพระเอกนางเอกในหนังรักแนวเพื่อนรักเพื่อน เราสนิทกันตั้งแต่เด็ก เห็นหน้ากันจนเบื่อหน้า อยู่ด้วยกันเหมือนพี่น้อง มันเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนแต่ก็ไม่ใช่เชิงชู้สาว

     พวกเราคงรู้สึกเหงาที่มีระยะห่างกันมากขึ้น แต่เราก็ต้องยอมรับมัน เพราะนั่นคือกฎเหล็กของการเปลี่ยนแปลง

     ยอมรับไม่ได้ก็แพ้ไป



     จนขึ้นมหาลัย เราก็ยังคงอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เพลิงไม่ได้คบพี่ปิ่นแล้ว ตอนนี้คบกับสาวบริหาร ส่วนฉันเองก็คบกับคนที่เรียนคลาสเดียวกัน พวกเราต่างมีโลกของตัวเอง มีพื้นที่ส่วนตัว แต่ถึงอย่างนั้นเราทั้งคู่ก็ยังคงเป็นเพื่อนกัน มีเซฟโซนเป็นกันและกัน


     'มึง เขาเลิกกับกูแล้วว่ะ'

     'ร้องทำไมวะนิ้ง ผู้ชายหาใหม่ได้'


     ตอนฉันเลิกกับแฟน มันก็คอยปลอบอยู่ข้างๆ เหมือนตอนที่มันเลิกกับพี่ปิ่นเมื่อตอนมัธยม ฉันเองก็นั่งปลอบเจ้าเพลิงอยู่หลายชั่วโมงเหมือนกัน

     
     'กูว่ากูได้ F แน่เลยว่ะ'

     'ไม่ F ดิ น้าแก้วตีตายเลยนะถ้ามึงตกอ่ะเพลิง ไหน เดี๋ยวกูช่วยติว'


     เราสองคนนั่งติวด้วยกันตอนช่วงไฟนอลนรก และผ่านมันมาด้วยกัน แต่เกรดต่างกันหน่อย ฉัน B+ ส่วนมันได้ C


     'มึง กูจะอ้วก...'

     'หยุด! อย่าเพิ่งนะ อดทนไว้ ฮึบ!!'

     
     ตอนไปดื่มเหล้าด้วยกันแล้วฉันเมาเละ มันก็หิ้วฉันกลับบ้านทุกครั้งไม่ใจร้ายทิ้งไว้คาร้านถึงแม้ว่าฉันจะเคยอ้วกใส่เสื้อตัวโปรดมันจนโดนงอนไปสามวันเจ็ดวันก็ตาม


     'กูอยากให้พ่ออยู่ถึงตอนกูรับปริญญาว่ะ...'

     '...'

     '...แล้วมึงจะร้องด้วยทำไมเนี่ย พ่อกูตายนะไม่ใช่พ่อมึงตาย'

     'ก็มึงไม่ร้องอ่ะ กูเลยร้องแทน'

     'เนี่ย...เห็นมึงร้องไห้แล้วกูอยากร้องตามเลย'


     หรือตอนที่พ่อของเพลิงเสียเพราะโรคหัวใจ พวกเราสองคนก็อยู่ด้วยกัน และลงเอยด้วยการนั่งร้องไห้ไปด้วยกัน


     'มึงว่าเราจะเป็นเพื่อนกันไปถึงกี่ปีวะ'

     'ไม่รู้ดิ กูไม่เคยคิดจะเลิกเป็นเพื่อนกับมึง'


     ถึงแม้ว่าสิ่งใดจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา พบเจอทั้งสุขและทุกข์ พานพบกับใคร ลาจากกับใคร เสียใจแค่ไหน มีความสุขเพียงใด เราสองคนก็จะเป็นหนึ่งสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเสมอ

     คะนิ้งกับเพลิงจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่ เป็นเพื่อนกันตลอดไป นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด




     ...แต่ทุกความสัมพันธ์ ย่อมต้องมีการจากลาเสมอ...




     "มึงจะร้องไห้ทำไมวะ"

     "ก็มึงไม่ร้องไห้ไง กูเลยร้องแทน"

     ประโยคนั้นฉันเคยพูดไว้ก็จริง แต่คราวนี้คนพูดไม่ใช่ฉัน เป็นเจ้าเพลิงที่นั่งอยู่ข้างเตียงต่างหาก

     บางครั้งคนเราก็เจอกับเรื่องอะไรที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ ใครจะคิดล่ะว่าผู้หญิงที่ดูร่างกายแข็งแรงอย่างฉันวันหนึ่งจะต้องมานอนเป็นผักบนเตียงรอความตายแบบนี้ นับถือตัวเองอยู่นิดหน่อยเหมือนกันที่ยังมีแรงมาตลกอยู่ได้

     "หยุดร้องเลย...เดี๋ยวกูร้องตามจะทำไง"

     พูดไปก็รู้สึกเหมือนขอบตามันร้อนๆ อยากร้องไห้แต่ก็ไม่อยากร้องไห้ เพราะรู้ว่าถ้าตัวเองร้องไห้แล้วจะพูดไม่รู้เรื่อง

     "ก็ร้องดิ"

     "...เช็ดน้ำตาเลยนะ ลูกมึงมาเห็นหมดความเคารพในตัวมึงพอดี..."

     ฉันยิ้มอ่อน ตอนนี้พวกเราทั้งคู่อายุเลข 3 กันแล้ว ตัวฉันเอาแต่ทำงานจนไม่ได้แต่งงานส่วนเพลิงตอนนี้แต่งงานกับผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงที่ดีมากๆจนฉันบอกกับเธอว่าถ้าเพลิงนอกใจเธอเมื่อไหร่จะตัดตอนมันให้เอง และตอนนี้พวกเขาก็มีลูกชายอายุ 3 ขวบคนนึงและลูกสาวที่ยังอยู่ในท้องแม่

     ถึงจะโตเป็นพ่อคนแล้ว เพลิงก็ยังเป็นเพลิง ร้องไห้เป็นเด็กเหมือนเดิม

     "เสียดายว่ะ...อยู่ไม่ทันเห็นหน้าหลานสาว"

     เพลิงเช็ดน้ำตาแล้วยิ้ม

     "เดี๋ยวกูจะพาไปเยี่ยมมึงนะ"

     "คิดชื่อไว้ยัง?"


     "ยังเลย"

     "...เอาชื่อกูไปตั้งได้นะ อนุญาต"

     "...ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวลูกขึ้นคานแบบมึง"

     "ไม่ติดว่าไม่มีแรงจะฟาดด้วยเสาน้ำเกลือ"




     แล้วพวกเราก็หัวเราะ แต่รู้สึกลำบากจัง ขนาดหัวเราะยังเจ็บเลย...

     เออ คนเราเวลาจะตายก็เหมือนมีเซ้นส์นะ รู้ว่าตอนไหนตัวเองใกล้จะไปทั้งๆที่ไม่มีนาฬิกาบอก อย่างตอนนี้ไง

     เพลิงก็เหมือนรู้นะว่าฉันจะไม่หัวเราะไม่ตื่นมาพูดกับมันแล้ว...




     "...กูจะคิดถึงมึงนะ"





     แน่สิ วีรกรรมกูเยอะพอให้มึงคิดถึงยันชาติหน้าอ่ะ...ฉันตั้งใจจะพูดแบบนี้นะแต่ไม่มีแรงเลยได้แต่ยิ้ม

     เขาว่ากันว่าตอนที่เรากำลังจะตาย ภาพในอดีตจะผุดขึ้นมาในสมอง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

     แต่มันจริงนะ

     และความทรงจำที่นึกถึง เกินครึ่งเป็นความทรงจำที่มีร่วมกับเพลิง

     ...แบบนี้มันก็ดีเหมือนกันนะ...

     ที่ภาพสุดท้ายก่อนจะตายของฉันเป็นภาพของเพื่อนรักที่ไม่มีใครมาแทนได้



     ...อ้าว นั่นไง ร้องไห้อีกแล้วไอ้ขี้แย

     เพราะร้องไห้แบบนี้ไง...กูเลยร้องตามเลยเห็นมั้ย

     





     ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงไปเสมอ

     แม้ว่าเราจะต้องการหรือไม่ก็ตาม

     แต่อย่างน้อยมีสิ่งหนึ่งระหว่างผมกับคะนิ้งที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปถึงแม้ว่าเราจะไม่มีวันได้พบเจอกันอีกแล้วก็ตาม

     มันจะเป็นเพื่อนรักอันดับ 1 ของผมตลอดไป
SHARE
Written in this book
One day
Writer
SmokerZ
Writer
เอาไว้ลงเรื่องสั้นตามอารมณ์เป็นหลัก

Comments

Giant_kook
4 months ago
ชอบมาก สนุกดี
Reply
9DEC
4 months ago
ชอบมากๆเลยค่ะ
Reply
TreeLEaf
4 months ago
เข้มแข็งไว้นะคะ ฮึบ👊
Reply
hyunwooandbam
4 months ago
ฮือ ร้องไห้เลยค่ะ อย่างน้อยเราก็มีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตให้กันและกันแล้ว เค้าจะอยู่ในความทรงจำเราตลอดไปค่ะ เป็นความทรงจำดี ๆ ที่เมื่อหวนนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้เสมอ สู้ ๆ นะคะ ✌🏻
Reply
Gifkae
4 months ago
ㅠㅠ 💛
Reply