ปล่อยให้ผ่านพัดไป(II)
โลกกลมก็จริงนะ... แต่คนที่เดินผ่านกัน10ปีก่อน    อาจจะพึ่งมารู้จักกันวันนี้ก็ได้ 
ตั้งแต่วันที่ผมรวบรวมความกล้า
และรอคอยช่วงเวลาอันเหมาะสม
ที่จะถือโอกาสทักคุณไปนั้น
ก็กินเวลาอยู่เกือบอาทิตย์
ด้วยเหตุที่ว่า อยากทักไปวันที่คุณไปทำงาน
เป็นอะไรที่เราทำเหมือนๆกัน
มันดูมีเหตผลที่จะทักทายดีเนอะ
หรือข้อนี้ผมอาจจะคิดไปเอง

หลังจากวันนั้น คุณและผม
ก็คุยกันมากขึ้นและมากขึ้น
หลังจากวันนั้นที่ผมสารภาพกับคุณ
ว่า ผมชอบคุณ แบบดื้อๆ
ในทุกๆวันมีบทสนทนาของเรา
ผ่านปลายนิ้วที่เคาะแป้นพิมพ์บนจอ
เราไม่เคยได้ยินเสียงของกันและกัน
ได้แต่พูดคุยกันผ่านตัวอักษรเท่านั้น
ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ผมรับรู้ได้ว่า
คุณเองก็กระตือรือร้นที่จะพูดคุย
พิมพ์ช้าจัง เราพิมไว ทำไรไว เดินก็ไวนะ

คุณมักจะบอกแบบนี้เสมอ 'พิมช้า'
ผมก็แปลกใจในความพิมพ์เร็วของคุณเสมอ
คุณสรรหาเรื่องต่างๆมาเล่าให้ผมฟัง
โดยที่ผมก็พยายามจะพิมพ์ตอบคุณให้ทัน
เพราะการเป็นผู้ฟังที่ดีในช่องแชทนั้น
มันอาจจะทำให้ผมดูเหมือนแค่อ่านและอ่าน
บางครั้งจึงต้องแทรกความคิดเห็นลงไป
ตามให้ทัน... ในแต่ละวรรคตอนของคุณ

         เราตอกบัตร10.58 เข้า11 วิ่งแบบเหนื่อย.          เราอ่ะสายตลอด ไปถึงยังลีลาแต่งหน้าอีก55

คุณเป็นคนช่างจ้อ
เล่าเรื่องต่างๆอย่างออกรสออกชาติ
พอจบเรื่องนั้น คุณก็จะกระโดดโลดเต้น
ข้ามไปถึงอีกเรื่องหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ผมได้แต่ยินดีที่เห็นคุณสนุกสนาน
นี่อาจจะเป็น เสน่ห์อีกมุมนึง ของคุณ
นอกเหนือจากความละมุนน่าทนุถนอมนั้น
น่าแปลกที่เราอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง
แต่กลับไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยสักครั้ง
เหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมา
เราใช้ชีวิตอยู่บนเส้นที่ขนานกัน
ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่คนละด้าน
เหมือนเรา หันหลังให้กัน มาโดยตลอด
                     รู้มั้ยว่าตอนนั้นเรา....                                       เออลืมเล่าอันนี้ให้ฟัง....                                   เมื่อก่อนตอนที่ยังเรียนอยู่....                                      อ่อคนนั้นอ่ะหรอ....                        มีอยู่ครั้งนึงที่เรา....
คุณรู้จักคนรอบๆตัวผม
ในขณะที่ผมก็เคยเห็นคนอื่นๆที่อยู่รอบตัวคุณ
สังคมของเราแทบจะไม่ห่างกัน
คุณล้วนผ่านสิ่งต่างๆที่ผมเคยผ่านพบ
ผมได้รับฟังสิ่งที่มันเป็นไปผ่านสายตาคุณ
ผ่านเรื่องเล่าที่ถูกเรียงร้อยจากความทรงจำของคุณ
ถึงแม้เราจะไม่ได้เฉียดชิดกันไปมา
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าโลกทั้งสองใบ
...อยู่ใกล้กันเหลือเกิน
บางครั้ง... ที่แชทของเราเงียบหายไป
ผมแอบสงสัย ว่าคุณหายไปไหนนะ
แต่เลือกที่จะไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว
คุณและผม ก็ต่างมีเรื่องที่ต้องทำ
ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง
และอาจจะมีบางวัน... ที่คุณดูแปลกไป
ผมเลือกที่จะเก็บความสงสัยเหล่านั้นไว้
แสดงออกเพียงความห่วงใย ที่ไม่ได้มากเกินไป
ให้คุณรับรู้ว่าผมอยู่และรับฟังคุณได้

        มาคุยกับเราแบบนี้ไม่กลัวผิดหวังบ้างหรอ?           อ่อลืมไป แค่ชอบเฉยๆ ไม่ได้จะจีบ 
คุณถามคำถามนี้ทำไมกันนะ?
จากวินาทีแรกที่เราคุยกันจนถึงตอนนี้
นอกจากความรู้สึกดีๆที่ผมยินดีให้ไป
โดยไม่ได้ต้องการสิ่งใดกลับมา
มันจริงหรอ? คิดแค่นั้นจริงๆหรอ?
ความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นหลังจากคำถามนั้น
คล้ายเป็นปมเล็กในใจ ที่ไม่สามารถคลายออก


ผมเฝ้าทบทวนความรู้สึกตัวเอง
แล้วก็พบว่า การให้โดยไม่หวังอะไร
นั่นอาจจะเป็นการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง
พบว่าถ้าหากคาดหวัง คงต้องผิดหวัง
ผมเข้าใจตัวเองดี และเลือกที่จะไม่คาดหวัง

แม้ภายในใจ ปมเชือกเล็กๆนั้น
ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลายออก
คล้ายเป็นคำถามที่คอยรบกวนจิตใจ
แต่ผมไม่ต้องการหาคำตอบ
และไม่ต้องการที่จะคาดหวังใดใด

มนุษย์เราคงจะมีกลไกในการตั้งความหวัง
อาจเป็นสัญชาตญาณที่มันเกินควบคุม
ไม่ว่าเรื่องราวใด ล้วนอยากให้ประสบผล


กว่าเราจะรู้ตัวว่าคาดหวัง
ก็อาจจะเป็นตอนที่เราผิดหวังแล้วก็ได้





SHARE

Comments

Fix_You
5 months ago
เรื่องราวน่ารักดีครับ (:

" กว่าเราจะรู้ตัวว่าคาดหวัง
ก็อาจจะเป็นตอนที่เราผิดหวังแล้วก็ได้ "

ชอบมากครับ

Reply
ihD710
5 months ago
ขอบคุณครับ^^