ทะเลเป็นสีฟ้า ท้องฟ้าก็ด้วย

เผลอเเป๊บเดียววันพฤหัสฯ เเล้วหรือนี่


: "ออกจากบ้านเเล้วไลน์มานะ"
: "อื้มๆ โอเค"


เเจ้งเตือนจากเเอพลิเคชั่นไลน์เด้งขึ้นมาจากจอมือถือของเธอ

นาฬิกาปลุกดังตอนตีห้าตรง 
เธอเอื้อมมือขวาไปคลำหาโทรศัพท์ท่ามกลางความมืด
ค่อยๆ หรี่ตามอง 
๐๕.๐๐ น. 
เเล้วเธอก็กดปิดนาฬิกาปลุก 
เปิดเเอพพลิเคชั่นไปปิดการตั้งปลุกอีกหนึ่งปุ่ม 
เธอตั้งนาฬิกาปลุกในเวลาไล่เลี่ยกันเเค่หนึ่งนาที เพื่ออะไร 
เพื่อป้องกันการนอนต่อ การไม่ลุก หรือการลุกไปกดสนู๊สเเล้วนอนต่อ
เเต่ไม่ เธอสะดุ้งตื่นตั้งเเต่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกดังครั้งที่หนึ่งเเล้ว

ลุกขึ้นนั่ง ก้าวขาลงจากเตียงเเละตรงไปเปิดไฟ
พับผ้าห่ม กินน้ำเปล่าไปหนึ่งถึงสามอึก
คว้าผ้าเช็ดตัวเเละเดินตรงไปยังห้องน้ำ

วันนี้เป็นวันที่เธอเเละเขาจะต้องเดินทางไกล

เธออาบน้ำ เเต่งตัว เช็คของในกระเป๋า 
หนังสือ ของใช้ เสื้อผ้าสองสามชุด สปอร์ตบรา 
เอ่าะ รองเท้าวิ่ง รองเท้าวิ่งอยู่ตรงบันไดข้างล่าง 

๐๖.๒๒ น. 
ใกล้จะหกโมงครึ่งเเล้ว ช่วงนี้ท้องฟ้าสว่างเร็วกว่าปกติ
ฉันเอาผ้าคลุมเตียงไว้อีกชั้นเพื่อกันฝุ่นมาเกาะเเกะที่นอน
ปิดไฟ ดึงคัทเอาท์ลง หันไปมองรอบๆ ห้อง โอเค เรียบร้อย
ลงมาจากชั้นสาม พร้อมกระเป๋าเป้สีน้ำตาลเข้มใบโต เเละกระเป๋าสะพายใบเล็ก
เอาล่ะ ไม่ลืมที่จะหยิบรองเท้าวิ่งคู่ใจ เพราะมันสำคัญเธอจึงไม่ลืม
ฉันหยิบมันใส่ลงไปในเป้เป็นสิ่งสุดท้าย 
รูดซิปปิดกระเป๋าอย่างทุลักทุเล 
ก็ในกระเป๋าเเทบไม่มีพื้นที่เหลือให้รองเท้าวิ่งเลย
เเต่ถึงอย่างไรก็ต้องเอารองเท้าวิ่งไปด้วยให้จงได้

"ไปก่อนนะคะเเม่"
"จ้า"

ฉันตะโกนไปบอกเเม่ที่กำลังง่วนอยู่กับต้นกุหลาบหลังบ้าน
ทุกเช้าหลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จ 
เเม่จะมายืนก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงกอกุหลาบ
กุหลาบที่เเม่สุดหวง รดน้ำ กำจัดศัตรูพืช ตัดเเต่งกิ่ง
ร้อยเเปดพันสิ่งที่ฉันกล่าวมาคือสิ่งที่เเม่จะทำทุกเช้า

สะพายกระเป๋าเป้ใบโต ล็อกประตูบ้าน เเล้วเดินไปขึ้นรถ 
เพิ่งจะหกโมงครึ่งเศษๆ เเต่ท้องฟ้ากับสว่างจ้า 
เเสงเเดดสาดเเสงมายังพื้นดิน ถนน เเละทุกชีวิตบนโลก

"ขึ้นรถละน้าเเก อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน"
"โอเค เเก"

วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันเเรกของนักเรียนเเละคุณครู 
ชุดนักเรียนใหม่เอี่ยม ถูกรีดอย่างดี ไม่มีรอยยับ
พร้อมกับเสียงคุยโทรศัพท์เจื้อยเเจ้ว
รถตู้ได้เคลื่อนออกไปเเล้ว
มีเเสงเเดดสาดส่องทะลุผ่านกระจกเข้าในรถเป็นระยะๆ
รถเข้าสู่สถานีขนส่งผู้โดยสาร
ฉันลงจากรถเเละเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร
พร้อมกับมองหาผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้
เเต่ก็ยังไม่เห็นเเม้เเต่เงาของเขาเลย

"หาอะไรอยู่" มีเสียงดังเเว่วมาจากด้านหลังของฉัน 
เสียงนั้นบอกฉันว่าผู้พูดอยู่ไม่ไกลจากฉันเท่าไหร่
เเละเสียงนั้นมีเพียงเสียงเดียว เสียงที่ฉันรู้จัก
ฉันหันไปตามทิศทางของเสียง
"ก็หาคนที่นัดอยู่ไงเล่า" ฉันตอบ

"มานานยังอ่ะ"
"เพิ่งถึงเมื่อกี้เอง"

"ไปซื้อตั๋วกัน"
"โอเค"

เขายอมไปเที่ยวกับเธอ
ทั้งที่ร่างกายเพิ่งฟื้นจากไข้
การที่เธอได้เห็นเขาในวันนี้
ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นเห็นเเก่ตัว
เเละไม่เคยเชื่อใจเขาเลย

"เค้าขอโทษนะ เค้ารู้เเล้วว่าบี๋ไม่สบายจริงๆ เค้าขอโทษที่เอาเเต่น้อยใจ โดยที่ไม่พยายามเข้าใจบี๋เลย" 

เธอพูดกับเขาในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร

เวลาของวันนี้หมดไปกับการเดินทาง กว่าจะถึงที่หมายก็เย็นย่ำเเล้ว
เราขึ้นรถ ลงรถ ลงเรือ ขึ้นจากเรือ เเละขึ้นรถอีกทอด เเละลงจากรถ
รถค่อยๆ เเล่นเข้าสู่ชุมชนเเล้ว นี่คงเป็นช่วงโลวซีซั่นสินะ เกาะดูเงียบเชียบ
มีผู้คน เเต่ก็ดูเบาบางกว่าครั้งก่อนๆ 
 
เราเอากระเป๋าสัมภาระไปเก็บ เปลี่ยนชุด เปลี่ยนรองเท้า
คีบเเตะ นักท่องเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่คีบเเตะ นึกออกใช่มั้ย
รองเท้าเเตะ รองเท้าหนีบ นั่นล่ะ เหมือนกัน
คนที่นี่ทำอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ทำทัวร์บ้าง งานโรงเเรมรีสอร์ตบ้าง
สปา ขัดตัว หรือให้เช่าอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ เเละอีกนานาที่ฉันไม่ได้กล่าวถึง
ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียวจี่ คือมื้อเย็นของเขาเเละเธอ 
มันเป็นเมนูพื้นๆ ที่ใครมาที่นี่เป็นต้องลองลิ้มชิมรสเเซ่บ นัว ของส้มตำ

"ขอบคุณนะที่มาเที่ยวด้วยกัน"
"อื้ม"

ความห่างไกลทำให้การพบเจอของทั้งสองคนมีความหมาย 
เธอไม่ค่อยสนใจเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาสักเท่าไหร่
จะเดินไปกี่รอบๆ ก็ช่างนาฬิกา
เธอรู้สึกว่า เวลาทุกๆ วินาทีที่ได้กินข้าวด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน มักจะผ่านไปเร็ว 
นี่สินะที่เขาบอกว่าช่วงเวลาเเห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ

คนทีี่นี่ใช้ชีวิตในช่วงกลางคืน 
ร้านรวง บาร์ตั่งต่างๆ ค่อยๆ ทยอยเปิดตอนพลบค่ำ
บนฟุตปาธมีเเม่ค้าคาบเร่ นักท่องเที่ยวหลากสัญชาติ เดินสวนกันไปมา
กลุ่มเพื่อนบ้าง คนเดียวบ้าง หรือคู่รักที่มาฮันนีมูนกัน ณ เกาะเเห่งนี้
บางทีเเสงสี ดนตรี ทำให้เราลืมเเหงนมองดวงดาว ว่าไหม
นี่ก็ดึกมากเเล้ว เเต่ร้าน บาร์ ก็ยังไม่มีวีเเววว่าจะเลิก
ที่นี่เขาไม่หลับกลางคืนกันจริงๆ หรือนี่

รีบเข้านอนเถอะ 
พรุ่งนี้เช้าเราจะขับรถสำรวจเกาะกัน

"พรุ่งนี้เช้าเจอกันตรงล็อบบี้นะ"
"อื้มๆ"

โฮสเต็ลที่นี่มีที่พักเป็นห้องเเคปซูล
ยืนไม่ได้นะ เข้าไปในเเคปซูลเเล้วก็ต้องนอนเลย 
คิดว่ามันเหมาะสำหรับคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ไม่สิ 
ฉันไม่เรียกว่าคนที่มีโลกส่วนตัวสูงนะ
น่าจะเรียกว่าคนที่หวงความรู้สึกตัวเอง คัดกรองคนที่จะเข้ามาในชีวิตมากกว่า
เเคปซูลน่าจะเป็นห้องโปรดปราณสำหรับคนที่กลัวที่กว้าง เเละไม่ชอบเสียงดัง
รีเซฟชันที่นี่จะเปิดตอนหกโมงเช้า
เเละปิดตอนสี่ทุ่ม
ที่นี่ไม่มียามเเต่ถ้าจะเข้าโฮสเต็ลหลังจากสี่ทุ่มจะต้องใช้คีย์การ์ดสเเเกนเข้า

ส่วนรองเท้าจะมีตู้สำหรับเก็บรองเท้าโดยเฉพาะ
เอ่าะ จะบอกว่าโฮสเต็ลที่นี่ผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 
ไม่ค่อยมีคนไทยสักเท่าไหร่
ถ้าถามฉันว่าเต็มสิบเเต้มฉันให้กี่เเต้ม 
สำหรับที่นี่ตั้งเเต่เรื่องเเบบของห้องที่เป็นเเคปซูล 
หรือการเจอกันครั้งเเรกของพนักงานต้อนรับ
หรือบรรยากาศบนดาดฟ้า อีกตำเเหน่งที่ตั้งของโฮสเต็ล 
ฉันให้ที่นี่ ๑๐ เเต้มเลย

เเล้วเจอกันใหม่พรุ่งนี้เช้าที่ล็อปบี้นะคุณๆ 
:  )

SHARE

Comments

summersea
9 months ago
ขอให้สนุกนะคะ : )
Reply
Kasalongg
9 months ago
💛🌊 ขอบคุณนะคะ