ห้องสนิม End
ไม่รู้ว่าเพราะอากาศที่เย็นเยือกในตอนนี้ หรือเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้จิราห์ไม่สามารถที่จะก้าวเท้าออกได้ เธอพยายามร้องกรี๊ดสุดเสียง แต่เสียงมันก็ดังแค่ในลำคอ ในขณะที่ตอนนี้นุชเป็นลมหมดสติไปแล้ว จิราห์จึงพยายามกรีดร้องอีกครั้งเฮือกสุดท้ายที่มี!กรี๊ดดดดดดดดด !!!
หลังจากที่ทุกคนและชาวบ้านบริเวณนั้นได้ยินเสียงของจิราห์ก็เปิดไฟส่องดู เห็นเป็นจิราห์ที่กำลังยืนช็อกตาตั้ง .. พร้อมกับนุชที่ช็อกหมดสติไปแล้ว ..ผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านก็นำตัวทั้งสองหญิงขึ้นมาช่วยกันปฐมพยาบาทนุชที่นอนไม่ได้สติ.. ในขณะที่จิราห์เองทำตัวไม่ถูกได้แต่ร้องเสียงสั่นสะอื้นออกมา หลังจากนั้นนุชก็ฟื้นตัว ... 

หลับไปเลยนะนุชไม่ต้องตื่นมา 
" ทิพย์ที่กำลังนวดตามตัวบอกให้เพืื่อนที่ยังมีอาการสัั่นอยู่่่ให้ลับต่อ "

หลังจากที่อาการของจิราห์ดีขึ้นเธอก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านที่อยู่บริเวณนั้นฟังกัน ... หลังจากที่ทุกคน
ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากจิราห์ .. ต่างคนก็ต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวอะไรบางอย่าง ...

ไอเมืองมนต์มันเลี้ยงผี!
" เสียงจากช่างตีเหล็กคนหนึ่งพูดขึ้น "
เพราะมันอกหักจากนางโนรี มันก็เลยฝึกศาสตร์มืด ฝันลมๆ แล้งๆ ว่านางโนรีจะกลับมาหามัน
สุดท้ายของเข้าตัวมัน จนกลายเป็นบ้าอย่างทุกวันนี้ยังไงละ!

แต่สิ่งที่จิราห์รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของช่างตีเหล็กคนนี้ก็คือ ระหว่างที่เขาเล่าสีหน้าท่าทางของเขาเหมือนว่าเรื่องที่กำลังพูดเป็นเรื่องตลก ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องน่าขำเลยสักนิด... 

แล้วรู้ไหมทุกวันนี้นะไอเมืองมนต์มันเอาซากกบซากหนูที่ตายแล้วเอาไปกินในห้องสนิมนั่นด้วยพอพวกเราเอาของดีๆ ของอร่อยๆ นำไปให้ 
มัันก็ทำหกกระจายหมดพวกคุณก็เห็นนิ "
(ช่างตีเหล็กพูดเสริมขึ้นมา)

หลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็หันไปมองหน้า
ช่างตีเหล็กจนเขาต้องหยุดชะงักลง ...

ทำอย่างไรได้ละ ผู้ใหญ่ฯก็จนปัญญาเหมือนกันเราเองก็ไม่อยากจะทำร้ายเพราะมันก็สติไม่ดี
อีกอย่างมันก็ไม่เคยมาทำความเดือดร้อนให้ใครในหมู่บ้าน มีแต่พวกหนูนี้ละที่มาเห็นเข้า .. 
สงสัยจะเป็นคนต่างถิ่นด้วยกะมัง

หลังจากนั้นทั้ง 4 คนก็หมดสนุกกันทันที
ตอนนี้ในหัวคิดแค่ว่าเมื่อไรจะได้กลับ .. เพราะทุกคนไม่อยากอยู่ต่อกันแล้ว .. แต่เพราะเป็นโครงงานที่มีความสำคัญในการตัดเกรดก่อนจบอย่างมาก ทุกคนก็เลยยอมกัดฟันทนอยู่ต่อไป เพื่อที่จะปิดจ๊อบโปรเจคนี้ให้ได้ ทุกคนพยายามข่มตาหลับจนเช้า รถที่นัดไว้ก็เข้ามารับทั้งหมดกลับโรงแรมสรุปว่าวันนั้น นุชเป็นไข้หนักทำงานต่อไม่ได้ 
จิราห์จึงตัดสินใจที่จะไปเก็บข้อมลูกับนิรุณสองคนแทน โดยให้ทิพย์อยู่ดูแลนุชที่ป่วยอยู่ 
ทั้งสองก็นัดคนขับรถของโรงแรมไปส่ง
โดยกะว่าคงจะไม่กลับไปยังหมู่บ้านเดิมอีกแล้ว
แต่สุดท้ายไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรที่่่่่ดลใจให้เธอต้องกลับมาที่หมู่บ้านนี้อีกครั้ง

เมื่อมาถึงที่นี้วันที่ 2 จิราห์มองเข้าไปรู้สึกมันไม่เหมือนวันแรกที่เธอมาถึง มันทั้งดูมืดมนและน่ากลัว ห้องสนิมห้องนั้นยิ่งเดินไปใกล้เท่าไรก็ยิ่งน่าขนลุก ... เธอจึงเดินขึ้นไปพบผู้้ใหญ่บ้านแล้วขอยืมโทรศัพท์เพื่อที่จะโทร.กลับไปยังโรงแรม
 
พี่คะให้รถที่โรงแรมมากับพวกหนู
ก่อน 5 โมงเย็นนะ !!

ตอนนี้โรงแรมของเรามีรถให้บริการไม่พอน่ะคะ ..
คือถ้าจะรอรถไปรับจริงๆก็คงต้องหลัง 2 ทุ่ม
ถึงจะมีรถเข้าไปรับ 

ยังไงก็ต้องส่งรถมารับพวกหนูให้ได้นะคะ !!!!!
(จิราห์วางหูใส่ ....)

สูู้ๆนะครับเราต้องผ่านมันไปให้ได้ "
นิรุณพยายามให้กำลังใจจิราห์ทำให้สถานการณ์ของเธอดีขึ้นและไม่่่่หดหู่่มากกว่านี้
หลังจากนั้นช่วงเย็นทั้งสองคนก็มานั่งพักเหนื่อยกันใต้ถุนบ้านของผู้ใหญ่บ้านระหว่างรอข้าวเย็น
เสียงที่ได้ยินเมื่อคืนดังมาจากห้องสนิม ดังขึ้นมาอีกครั้ง ปั๊กกปั๊กกปั๊กก !!!! แต่ครั้งนี้เป็นเสียงที่ดังจนสนั่นและเสียงก็ดังไปไกลจนชาวบ้านแห่กันเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น .. ปรากฏเป็นชายบ้าที่กำลังคลุ้มคลั่งอย่างมาก ในมือของเขาถือค้อนเหล็กขนาดใหญ่กระหน่ำทุบลงไปยังแผ่นปูนอย่างบ้าคลั่ง!
ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างกลัวไม่กล้าที่จะเข้าไปจับ ได้แต่มองอยู่อย่างห่างๆ เพราะกลัวจะเกิดอันตรายจากชายบ้า .. ต่อมาเพียงไม่นานแท่นปูนก็ได้แตกออก .. พร้อมกับกำแพงสนิมที่ถูกทุบจนแตกเช่นกัน .. จากนั้นก็มีอะไรบางอย่าง ที่ถูกกะเทาะจนกระเด็นออกมา สิ่งนั้นค่อยๆลอยตามลมมาตกอยู่ข้างๆ ของคุณจิราห์ที่กำลังยืนอยู่ในเหตุการณ์ เธอจึงหยิบขึ้นมาดู 
ปรากฏว่ามันคือแผ่นสมุดโน๊ตแผ่นเล็กๆ เก่าๆ 
ที่มีข้อความคล้ายกลอนเขียนไว้ว่า.....

โนรีน้อยลอยลมชมเมฆไม้ 
  
ยินเสียงคล้ายกังวานขับขานใส 
    
เพลงมนต์พี่ดังศรรักปักฤทัย 
       
ของฝากฝังกายใจให้เมืองมนต์ "

ในมือของชายบ้าถือเส้นผมสีแดงอยู่กระจุกหนึ่ง เขารวบเส้นผมเป็นกองๆ ก่่อนนำมาแนบแก้ม
ร้อมกับสายตาที่เศร้าสร้อยและน้ำตาที่
เริ่มไหลนองอาบแก้ม 

" ฮือ..ฮืออ..ฮือออ.. " 

จู่ๆ น้ำตาของจิราห์ก็ไหลออกมาเธอรู้สึกสงสารชายคนนั้นอย่างจับใจ สายตาที่เห็นมันคือสายตาของคนที่สูญเสียคนที่รัก อย่างหน้าหดหู่จิต 
เธอค่อยๆ ก้มตัวลงยื่นแผ่นกระดาษเก่าๆ คืนให้กับชายบ้าคนนั้น สายตาของเขาในตอนนี้ไม่เหมือนกับคนคลั่งเลยสักนิด แต่กลับดูสงบลง
หลังจากที่เขาเอื้อมมือไปหยิบแผ่นกระดาษจากมือหญิงสาว เขาก็รีบลุกขึ้นยืนก่อนที่จะวิ่งหนี
หายเข้าไปในป่าทึบ ... 

หลังจากเหตุุการณ์สงบลงชาวบ้านต่างก็แยกย้ายกันไป  จิราห์และนิรุณจึงเดินถึงไปพักบนบ้านของผู้ใหญ่บ้าน ระหว่างนั้นทั้งสองก็นำข้อมลูมาแยกหมวดหมู่เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอรถ จวบจนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าสิ่งที่ผิิดสังเกตุอีกอย่่่างหนึ่งก็คือ ชาวบ้านทุกคนต่างพากันเข้าบ้านกันตั้งแต่ยังไม่ค่ำมืด ไม่มีการกินเลี้ยงสังสรรค์อะไรกันเกิดขึ้น ราวกับคนละเรื่องกันกับเมื่อคืน ..

เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน 
จิราห์และนิรุณก็ได้เผลอหลับไปในที่่่่สุด
.
.
.
จิราห์สะดุ้งตื่นขึ้น ! เพราะมีมือเย็นเยือกคู่หนึ่งมาสะกิดปลายเท้าของเธอ .. แสงจากพระจันทร์ที่ส่องกระทบทำให้เกิดแสงสลัวภายในบ้าน จิราห์มองไปเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของเธอ โดยมีผ้าโพกหัวคลุมหน้าของตัวเองไว้~ ไปกััันเถอะจ๊ะ รถมารอรับแล้ว ~

จิราห์รีบปลุกนิรุณที่กำลังหลับอยู่ให้ตื่นขึ้น
นิรุณมองไปยังนาฬิกาข้อมือของตน 

ตี 1 แล้วนิจิราห์์!?

ก่อนที่เขาจะเหลือบไปเห็นร่างของหญิงสาวคนนั้นเหมือนกัน ..แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรที่ดลใจให้คนทั้งสองรีบเก็บข้าวเก็บของ ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ก่อนที่จะรีบลุกเดินตามหญิงสาวคนนั้นไป 

ร่างของเธอค่อยๆ ลอย
จากบรรไดขั้นบนสุดลงมาถึงบรรไดขัั้นสุดท้าย
นำหน้าคนทั้งสองตรงไปยังวัดที่อยู่ตรงกันข้าม
กับหมู่บ้าน หลััััังจากนั้นจิราห์กับวิรุณก็เดินมาถึึงลานวัดที่มีลุงคนขับรถกำลัังรอพวกตนอยู่
ด้วยท่าทีที่ร้อนรน 

เอ้าๆ มาถึงแล้วเหรอรีบขึ้นรถกันเร็ว!!!
ชายคนขับรถรีบกวักมือเรียกให้พวกตนรีบขึ้น 

~ ฉันมาส่งได้แค่นี้ ..รีบไปกันเถอะจ๊ะ ~

หลังจากทั้งหมดขึ้นรถกันจนครบ
ลุุงคนขับรถก็รีบสตาร์ทรถขับออกไปในทันที

จิราห์หันมามองหญิงสาวคนนั้น ก่อนที่เธอจะปลดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สระสวย พร้อมกับผมสีแดงที่ปลิวไสวตามแรงลม
แต่สายตาของเธอกลับดูเศร้า
กำลังยืนยิ้มให้จิราห์
.
.
หลังจากขับรถห่างจากหมู่บ้านได้สักระยะ
ตาลุงคนขับรถที่เคยมาส่งพวกตนวันแรกก็พูดขึ้น

แผ่นปูนแตกออกแล้วใช่ไหม?!!
จิราห์และนิรุณที่นั่งกันอยู่เบาะหลังคนขับก็
สะดุ้งเฮือกตกใจ

ค..คุณลุงรู้ได้อย่างไรคะ !?

ผมรู้มากกว่าที่พวกคุณรู้ซะอีก
เรื่องที่พวกคุณได้ยินมาจากปากชาวบ้านพวกนั้น มัันคือเรื่องโกหกทั้งเพ ที่บอกว่าโนรีหอบข้าวของหนีตามเสี่ยสิทธิ์ไป ..มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย
จริงๆแล้ว ร่างของโนรีถูกซ่อนอยู่ในห้องสนิมนั้นต่างหาก

น..นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ
ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม

เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อตอนที่ลุงทำงานเป็นผู้ช่วยช่างตีเหล็กที่หมู่บ้านแห่งนั้น
สมัยที่ยังหนุ่มๆ จริงๆแล้วโนรีกับเมืองมนต์
สองคนนั่นเขารักกันมาก สมัยที่จีบกันใหม่ๆ 
เมืองมนต์ก็ค่่อยมาหาโนรีทุกวี่ทุกวัน ด้วยความที่ว่าเป็นนักเลงกลอนก็เลยแต่งกลอนมาหยอกเย้าโนรีจนชอบคอกัน
แล้วเมืองมนต์ก็สอนโนรีแต่งกลอนด้วยนะ .. 
จนสาวเจ้าเก่งกลอน .. ทีนี้ก็แต่งกลอนจีบกันไป
จีบกันมาแลดูน่ารักเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาเลยละ
จนกระทั่งวันหนึ่ง ...

เสี่ยสิทธิ์ที่เป็นนายหน้าค้าที่ดิน ได้มาทำธุระซื้อขายที่ดินกับผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านที่โนรีอยู่นั่นละ .. แวบแรกที่เห็นโนรี สิ่งแรกที่มันคิดคือโนรี-
เปรียบดังหงส์ขาวที่หลงอยู่ในป่า  
มันเลยคิดอยากได้โนรีมาเป็นเมีย
จึงรอจังหวะที่เมืองมนต์ไม่อยู่ 
บุกเข้าไปหวังจะปลุกปล้ำ .. แต่เจ้าตัวไม่ยอมพยายามขัดขืน จึงหยิบแจกันดอกไม้มาฝาดไปที่หัวของเสี่ยสิทธิ์จนเลือดอาบหน้า มันเลยโกรธจัด
ชักปืนที่พกมาด้วยยิงเข้าท้องโนรีจนเสียชีวิต!

ป้าคล้ายแม่่่่ของ โนรี ก็อยู่ไม่ใช่เหรอครับ 
แล้วทำไมถึงไม่ยอมช่วยลูกสาวตัวเองละ 
" นิรุณถามขึ้น "

นางนั่่นน่ะตัวดีเลย มันบอกว่าโนรีคือเสนียดจังไรที่ติดมาในท้องของมัน .. มันไม่่่่เคยรักลูกสาวของตัััััวมันเองเลย หลังจากที่เสี่ยสิทธิ์ฆ่าโนรีตาย
ก็คิดที่จะอำพรางศพโดยจ้างคนในหมู่บ้าน
รวมถึงยายคล้ายแม่โนรีต่างมาช่วยกัน 

หัดศพตัดแขนตัดขาเลาะกระดูก
ถลกหนังออก 

นำชิ้นส่วนศพไปต้มจนเปื่อยยุุ่ยแล้วจึงนำมาผสมกับโลหะ หลอมจนเป็นแผ่นเหล็กเนื้อเดียวกัน .. จากนั้นนำไปครอบทำเป็นห้อง แล้วนำกะโหลกศรีษะกับกระดูกคนตาย นำไปฝังในห้องสีเหลี่ยมห้องนั้นที่ทำขึ้น แล้วโบกปูนทับปั้นขึ้นเป็นแท่น 
นำของมีคมต่างๆ ที่ลงคาถาอาคม
มาวางไขว้กันเพื่อสะกดดวงวิญญานของโนรีไว้ 

เมืองมนต์ที่กลับเข้ามาหลังจากนั้น ก็ช่่่วยแฟนสาวของตนไม่ทันเสียแล้ว เขาเห็นทุกขั้นตอน
การทำศพของแฟนสาวตั้งแต่่่่วิธีแล่เนื้อจนถึงวิธีสะกดดวงวิญญาน สิ่งเดียวที่เมืองมนต์ทำได้ในตอนนั้นคือหยิบเส้นผมสีแดงที่ลอยอยู่ในหม้อต้มศพของแฟนสาว พร้อมกับสมุดจดกลอน
เล่มหนึ่งที่ตกอยู่ใกล้ๆกััน วิ่งหนีเข้าป่าร้องไห้แทบขาดใจ 

เมื่อได้ยินอย่างนั้นทั้งสองก็รู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก ระหว่างทางขากลับ ที่ต้องยูเทิร์นรถผ่านหมู่บ้านแห่งนั้น สิ่งที่ทำให้ทุกคนในรถต้องรู้สึกขนหัวลุกอีกครั้งก็คือภาพที่เห็นเป็น
ชาวบ้านที่ถือคบเพลิงแกว่งไปมาเหมือนกำลังตามหาใครบางคนอยู่ ในมือของพวกเขาถือมีดคนละเล่ม 

ไม่นานนักทั้งสามคนก็มาถึงโรงแรมตอนตี 2
ปรากฏว่าเจอพ่อของนุชที่่่่กำลังยืนรออยู่แล้ว

คุณอามาที่นี้ทำไหมเหรอคะ ?

พอดีอาฝันว่ามีผู้หญิงผมแดง มาบอกให้อารีบ
กลับมารับพวกหนู ผู้หญิิงคนนั้นบอกว่ากลัวจะมีอันตรายเกิดขึ้นกัับพวกเรา อาก็เลยรีบลางาน
บรื้นรถมารับนี่ละจ๊ะ สงสัยอาคงนอนกลางวัััันมากไปหน่อย ว่าแต่เดินทางกันพรุ่งนี้เช้าดีกว่าไหมรอให้ฟ้าสว่างกันก่อน

กลับเลยดีกว่าคะ .. 
เดียวหนูค่อยเล่าระหว่างทางนะคะ
ว่าเกิดอะไรขึ้น!!!


สิิ่งที่มัันน่าหดหู่ใจมากกว่าการตายของหญิงสาวก็คือกฎหมายบ้านเมืองในตอนนั้น ที่ไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้เพียงเพราะอำนาจของเงิน


.
.
.
.
.
.
#ห้องสนิม

เรื่องเล่าโดย   : คุณแป้ง
เรียบเรียงโดย : MAYOMWAN
ที่มาเรื่องราวจาก : The ghost radio 
ภาพประกอบจาก : Darkify

SHARE
Written in this book
ห้องสนิม
ชายบ้าที่ใครๆต่างพากันกลัว เขาอาจมีเรื่องจริงอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่

Comments