ห้องสนิม 3/3
ฮืออ ฮืออ ฮืออ ..ไม่รู้ว่าเพราะอากาศที่เย็นเยือกในตอนนี้ 
หรือเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
ทำให้จิราห์ไม่สามารถที่จะก้าวเท้าออกได้ 
เธอพยายามร้องกรี๊ดสุดเสียง 
แต่เสียงมันก็ดังแค่ในลำคอ 
ในขณะที่ตอนนี้นุชเป็นลมหมดสติไปแล้ว 
จิราห์จึงพยายามกรีดร้องอีกครั้งเฮือกสุดท้ายที่มี!
กรี๊ดดดดดด !!!!!!! 
หลังจากที่ทุกคนและชาวบ้านบริเวณนั้น
ได้ยินเสียงของจิราห์ก็เปิดไฟส่องดู 
เห็นเป็นจิราห์ที่กำลังยืนช็อกตาตั้ง
พร้อมกับนุชที่นอนหมดสติ 
ผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านก็นำตัวทั้งสอง
ขึ้นมาช่วยกันปฐมพยาบาทนุชที่นอนไม่ได้สติ
ในขณะที่จิราห์เองก็ทำตัวไม่ถูก
ได้แต่ร้องเสียงสั่นสะอื้นออกมา 
หลังจากนั้นนุชก็ฟื้นตัว .... 

หลับไปเลยนะนุชไม่ต้องตื่นมา "
ทิพย์ที่กำลังนวดตามตัวบอกให้เพื่อนที่ยังอาการไม่ดี
ให้เธอนอนต่อ ...

หลังจากที่อาการของจิราห์ดีขึ้นเธอ
ก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
ให้ผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านที่อยู่บริเวณนั้นฟังกัน
หลังจากที่ทุกคนได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากของจิราห์ 
ต่างคนก็มองหน้ากันด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวอะไรบางอย่าง ...

ไอเมืองมนต์มันเลี้ยงผี "
(เสียงจากช่างตีเหล็กคนหนึ่งพูดขึ้น)
เพราะมันอกหักจากนางโนรี 
มันก็เลยไปฝึกศาสตร์มืดฝันลมๆแล้งๆ 
ว่านางโนรีจะกลับมาหามัน
สุดท้ายของก็เข้าตัวมัน 
จนเป็นบ้าอย่างที่เห็นยังไงละ "

แต่สิ่งที่จิราห์รู้สึกไม่ค่อยพอใจ
กับคำพูดของช่างตีเหล็กคนนี้ก็คือ 
ระหว่างที่เขาเล่าสีหน้าท่าทางของเขา
เหมือนว่าเรื่องที่กำลังพูดเป็นเรื่องตลก 
ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องน่าขำเลยสักนิด .. 

แล้วรู้ไหมว่าไอเมืองมนต์
มันเอาซากกบซากหนูที่ตายแล้ว
เอาไปกินในห้องสนิมนั่นด้วย
พอพวกเราเอาของดีๆ ของอร่อยๆ 
เอาไปให้มัน มัันก็ทำหกกระจายหมดพวกคุณก็เห็น "
(ช่างตีเหล็กพูดเสริมขึ้นมา)

หลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็หันไปมองหน้า
ช่างตีเหล็กจนเขาต้องหยุดชะงักลง 

ทำอย่างไรได้ละ ผู้ใหญ่ฯก็จนปัญญาเหมือนกัน
เราเองก็ไม่อยากจะทำร้ายเพราะมันก็สติไม่ดี
อีกอย่างมันก็ไม่เคยมาทำความเดือดร้อนให้ใครในหมู่บ้าน 
มีแต่พวกหนูนี้ละที่มาเห็นเข้า
ปกติคนแถวนี้เขาก็ไม่เคยเจอนะ
เหตุการณ์ที่หนูเล่าให้ฟังน่ะ " 

หลังจากนั้นทั้ง 4 คนก็หมดสนุกกันทันที
ตอนนี้ในหัวคิดแค่ว่าเมื่อไรจะได้กลับ
เพราะทุกคนไม่อยากอยู่ต่อกันแล้ว
แต่เพราะเป็นโครงงานที่มีความสำคัญ
ในการตัดเกรดก่อนจบอย่างมาก 
ทุกคนก็เลยยอมกัดฟันทนอยู่ต่อไป 
เพื่อที่จะปิดจ๊อบโปรเจคนี้ให้ได้ 
ทุกคนพยายามข่มตาหลับจนเช้า 
รถที่นัดไว้ก็เข้ามารับทั้งหมดกลับโรงแรม สรุปว่าวันนั้น
นุชเป็นไข้หนักทำงานต่อไม่ได้ 
จิราห์จึงตัดสินใจที่จะไปเก็บข้อมลูกับนิรุณสองคนแทน 
โดยให้ทิพย์อยู่ดูแลนุชที่ป่วยอยู่ 
ทั้งสองก็นัดคนขับรถของโรงแรมไปส่ง
โดยกะว่าคงจะไม่กลับไปยังหมู่บ้านเดิมอีกแล้ว
แต่สุดท้ายไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรที่ดลใจ
ให้เธอต้องกลับมาที่หมู่บ้านนี้อีกครั้ง ...

เมื่อมาถึงที่นี้วันที่ 2 เธอมองเข้าไปรู้สึกมันไม่เหมือนวันแรก
ที่เธอมาถึง มันทั้งดูมืดมนและน่ากลัว 
ห้องสนิมห้องนั้นยิ่งเดินไปใกล้เท่าไรก็ยิ่งน่าขนลุก
เธอจึงเดินขึ้นไปพบผู้้ใหญ่บ้านแล้วขอยืมโทรศัพท์
เพื่อที่จะโทร.ไปหาโรงแรม ...
 
พี่คะให้รถที่โรงแรมมาพวกหนู
ก่อน 5 โมงเย็นนะคะ "

ตอนนี้โรงแรมของเรามีรถให้บริการไม่พอน่ะคะ 
คือถ้าจะรอรถไปรับจริงๆก็คงต้องหลัง 2 ทุ่ม
ถึงจะมีรถเข้าไปรับ "

ยังไงก็ต้องส่งรถมารับพวกหนูให้ได้นะคะ! "
(จิราห์วางหูใส่)

สู้ๆนะครับเราต้องผ่านมันไปให้ได้ "
นิรุณพยายามให้กำลังใจจิราห์
ทำให้สถานการณ์ของเธอดีขึ้นและไม่่่่หดหู่่มากกว่านี้
หลังจากนั้นช่วงเย็นทั้งสองคนก็มานั่งพักเหนื่อยกันใต้ถุนบ้าน
ของผู้ใหญ่บ้านระหว่างรอข้าวเย็น
เสียงที่ได้ยินเมื่อคืนดังมาจากห้องสนิม ดังขึ้นมาอีกครั้ง ปั๊กกปั๊กกปั๊กก !!!! แต่ครั้งนี้เป็นเสียงที่ดังจนสนั่นและเสียงก็ดังไปไกลจนชาวบ้านแห่กันเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น .. ปรากฏเป็นชายบ้าที่กำลังคลุ้มคลั่งอย่างมาก ในมือของเขาถือค้อนเหล็กขนาดใหญ่กระหน่ำทุบลงไปยังแผ่นปูนอย่างบ้าคลั่ง!
ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างกลัวไม่กล้าที่จะเข้าไปจับ 
ได้แต่มองอยู่อย่างห่างๆเพราะกลัวจะเกิดอันตรายจากชายบ้า
ต่อมาเพียงไม่นานแท่นปูนก็ได้แตกออก
พร้อมกับกำแพงสนิมที่ถูกทุบจนแตกเช่นกัน
จากนั้นก็มีอะไรบางอย่าง ที่ถูกกะเทาะจนกระเด็นออกมา 
สิ่งนั้นค่อยๆลอยตามลมมาตกอยู่ข้างๆ ของคุณจิราห์
ที่กำลังอยู่ในเหตุการณ์ เธอจึงหยิบขึ้นมาดู 
ปรากฏว่ามันคือแผ่นสมุดโน๊ตแผ่นเล็กๆ เก่าๆ 
ที่มีข้อความคล้ายกลอนเขียนไว้ว่า.....โนรีน้อยลอยลมชมเมฆไม้

ยินเสียงคล้ายกังวานขับขานใส

เพลงมนต์พี่ดังศรรักปักฤทัย

ของฝากฝังกายใจให้เมืองมนต์ ...


ในมือของชายบ้าถือเส้นผมสีแดงอยู่กระจุกหนึ่ง 
เขารวบเส้นผมเป็นกองๆ ก่่อนนำมาแนบแก้ม
พร้อมกับสายตาที่เศร้าสร้อย
และน้ำตาที่เริ่มไหลนองอาบแก้ม 

" ฮือ..ฮืออ..ฮือออ.. " 

จู่ๆ น้ำตาของจิราห์ก็ไหลออกมา
เธอรู้สึกสงสารชายคนนั้นอย่างจับใจ 
สายตาที่เห็นมันคือสายตาของคนที่สูญเสียคนที่รัก 
เธอค่อยๆ ก้มตัวลงยื่นแผ่นกระดาษเก่าๆ 
คืนให้กับชายบ้าคนนั้นไป สายตาของเขาในตอนนี้
ไม่เหมือนกับคนคลั่งเลยสักนิด แต่กลับดูสงบลง
หลังจากที่เขาเอื้อมมือไปหยิบแผ่นกระดาษจากมือหญิงสาว 
เขาก็รีบลุกขึ้นยืนก่อนที่จะวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าทึบ 

หลังจากเหตุการณ์สงบลงชาวบ้านต่างก็แยกย้ายกันไป 
จิราห์และนิรุณจึงเดินถึงไปพักบนบ้านของผู้ใหญ่บ้าน 
ระหว่างนั้นทั้งสองก็นำข้อมลูมาแยกหมวดหมู่
เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอรถจวบจนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
สิ่งที่ผิิดสังเกตุอีกอย่่่างหนึ่งก็คือ 
ชาวบ้านทุกคนต่างพากันเข้าบ้านกันตั้งแต่ยังไม่ค่ำมืด 
ไม่มีการกินเลี้ยงสังสรรค์อะไรกันเกิดขึ้น 

เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน 
จิราห์และนิรุณก็ได้เผลอหลับไปในที่่่่สุด
จิราห์สะดุ้งตื่นขึ้น ! เพราะมีมือเย็นเยือกคู่หนึ่งมาสะกิดปลายเท้าของเธอ .. แสงจากพระจันทร์ที่ส่องกระทบทำให้เกิดแสงสลัวภายในบ้าน จิราห์มองไปเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของเธอ โดยมีผ้าโพกหัวคลุมหน้าของตัวเองไว้~ ไปกััันเถอะจ๊ะ รถมารอรับแล้ว ~

จิราห์รีบปลุกนิรุณที่กำลังหลับอยู่ให้ตื่นขึ้น
นิรุณมองไปยังนาฬิกาข้อมือของตน 

ตี 1 แล้วนิจิราห์์ "

ก่อนที่เขาจะเหลือบไปเห็นร่างของหญิงสาวคนนั้นเหมือนกัน 
แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรที่ดลใจให้คนทั้งสองรีบเก็บข้าวเก็บของ 
ใส่กระเป๋าเป้ ก่อนที่จะรีบลุกเดินตามหญิงสาวคนนั้นไป 

ร่างของเธอค่อยๆ ลอย
จากบรรไดขั้นบนสุดลง
มาถึงบรรไดขัั้นสุดท้าย
นำหน้าคนทั้งสองตรงไปยังวัด
ที่อยู่ตรงกันข้ามกับหมู่บ้าน 
หลัังจากนั้นจิราห์กับวิรุณ
ก็เดินมาถึงลานวัดที่มีลุงคนขับรถ
กำลัังรอพวกตนอยู่ด้วยท่าทีที่ร้อนรน  ..

เอ้าๆ มาถึงแล้วเหรอรีบขึ้นรถกันเร็ว "
ชายคนขับรถรีบกวักมือเรียกให้พวกตนรีบขึ้น 

~ ฉันมาส่งได้แค่นี้ ..รีบไปกันเถอะจ๊ะ ~

หลังจากทั้งหมดขึ้นรถกันจนครบ
ลุงคนขับรถก็รีบสตาร์ทรถ
ขับออกไปในทันที
จิราห์หันมามองหญิงสาวคนนั้น 
ก่อนที่เธอจะปลดผ้าคลุมหน้าออก 
เผยให้เห็นใบหน้าที่สระสวย 
พร้อมกับผมสีแดงที่ปลิวไสวตามแรงลม
แต่สายตาของเธอกลับดูเศร้า
ที่กำลังยืนยิ้มให้คุณจิราห์

หลังจากขับรถห่างจากหมู่บ้านได้สักระยะ
ตาลุงคนขับรถที่เคยมาส่งพวกตนวันแรกก็พูดขึ้น

แผ่นปูนแตกออกแล้วใช่ไหม? "
จิราห์และนิรุณที่นั่งกันอยู่เบาะหลัง
คนขับก็สะดุ้งเฮือกตกใจ

ค..คุณลุงรู้ได้อย่างไรคะ "

ผมรู้มากกว่าที่พวกคุณรู้ซะอีก
เรื่องที่พวกคุณได้ยินมาจากปากชาวบ้านพวกนั้น 
มัันคือเรื่องโกหกทั้งเพ ที่บอกว่าโนรีหอบข้าวของ
หนีตามเสี่ยสิทธิ์ไป มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย
จริงๆแล้วร่างของโนรีถูกซ่อนอยู่ในห้องสนิมนั้นต่างหาก !

น..นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ
ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม "

เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อตอนที่ลุงทำงาน
เป็นผู้ช่วยช่างตีเหล็กที่หมู่บ้านแห่งนั้น
สมัยที่ยังหนุ่มๆ จริงๆแล้วโนรีกับเมืองมนต์
สองคนนั่นเขารักกันมาก สมัยที่จีบกันใหม่ๆ 
เมืองมนต์ก็ค่่อยมาหาโนรีทุกวี่ทุกวัน 
ด้วยความที่ว่าเป็นนักเลงกลอนก็เลยแต่งกลอน
มาหยอกเย้าโนรีจนทั้งสองคนชอบคอกัน
แล้วเมืองมนต์ก็สอนโนรีแต่งกลอนด้วยนะ 
จนสาวเจ้าเก่งกลอน ทั้งสองก็แต่งกลอนจีบกันไป
จีบกันมาแลดูน่ารัก เป็นคู่รักที่น่าอิจฉามาก
จนกระทั่งวันหนึ่ง ... 

เสี่ยสิทธิ์ที่เป็นนายหน้าค้าที่ดิน 
ได้มาทำธุระซื้อขายที่ดินกับผู้ใหญ่บ้าน 
หมู่บ้านที่โนรีอยู่นั่นละ แวบแรกที่เห็นโนรี 
สิ่งแรกที่มันคิดคือโนรีเปรียบดังหงส์ขาวที่หลงอยู่กลางป่า  
มันเลยคิดอยากได้โนรีมาเป็นเมีย
จึงรอจังหวะที่เมืองมนต์ไม่อยู่ 
บุกเข้าไปหวังจะปลุกปล้ำ
แต่เจ้าตัวไม่ยอมพยายามขัดขืน 
จึงหยิบแจกันดอกไม้มาฝาดไปที่หัวของเสี่ยสิทธิ์
จนเลือดอาบหน้า มันเลยโกรธจัด
ชักปืนที่พกมาด้วยยิงเข้าท้องโนรีจนเสียชีวิต .

ป้าคล้ายแม่ของโนรีก็อยู่ไม่ใช่เหรอครับ 
แล้วทำไมถึงไม่ยอมช่วยลูกสาวตัวเองละ?
(นิรุณถามขึ้น)

นางนั่่นตัวดีเลยมันบอกว่าโนรีคือเสนียดจังไรที่ติดมาในท้องของมัน 
หลังจากที่เสี่ยสิทธิ์ฆ่าโนรีตาย
ก็คิดที่จะอำพรางศพโดยจ้างคนในหมู่บ้านทั้งหมด
รวมถึงยายคล้ายให้มาช่วยจัดการกับศพ "

หัดศพตัดแขนตัดขาเลาะกระดูก
ถลกหนังออก นำชิ้นส่วนศพไปต้มจนเปื่อยยุ่ย
แล้วจึงนำมาผสมกับโลหะหลอมจนเป็นแผ่นเหล็กเนื้อเดียวกัน
จากนั้นนำไปครอบเป็นห้องเก็บของ 
แล้วนำกะโหลกศรีษะกับกระดูกคนตาย 
ไปฝังในห้องสีเหลี่ยมห้องนั้น 
แล้วโบกปูนทับปั้นขึ้นเป็นแท่น 
นำของมีคมต่างๆที่ลงคาถาอาคม
มาวางไขว้กันเพื่อสะกดดวงวิญญานของโนรีไว้ "

เมืองมนต์ที่กลับเข้ามาหลังจากนั้น 
ก็ช่่่วยแฟนสาวของตนไม่ทันเสียแล้ว 
เขาเห็นทุกขั้นตอน
การทำศพของแฟนสาวตั้งแต่่่่วิธีแล่เนื้อ
จนถึงวิธีสะกดดวงวิญญาน 
สิ่งเดียวที่เมืองมนต์ทำได้ในตอนนั้นคือ
หยิบเส้นผมสีแดงที่ลอยอยู่ในหม้อต้มศพของแฟนสาว 
พร้อมกับสมุดจดกลอน
เล่มหนึ่งที่ตกอยู่ใกล้ๆกััน 
วิ่งหนีเข้าป่าร้องไห้แทบขาดใจ "

ระหว่างทางขากลับ ที่ต้องยูเทิร์นรถผ่านหมู่บ้านแห่งนั้น 
สิ่งที่ทำให้ทุกคนในรถต้องรู้สึกขนหัวลุกอีกครั้ง
ก็คือภาพที่เห็นเป็นชาวบ้านถือคบเพลิงแกว่งไปมา
เหมือนกำลังตามหาใครบางคนอยู่ 
ในมือของพวกเขามีอาวุธกันคนละเล่ม

ไม่นานนักทั้งสามคนก็มาถึงโรงแรมตอนตี 2
ปรากฏว่าเจอพ่อของนุชที่่่่กำลังยืนรออยู่แล้ว

คุณอามาที่นี้ทำไหมเหรอคะ ?

พอดีอาฝันว่ามีผู้หญิงผมแดง 
มาบอกให้อารีบกลับมารับพวกเรา 
ผู้หญิิงคนนั้นบอกว่ากลัวจะมีอันตรายเกิดขึ้น 
อาก็เลยรีบลางานบรื้นรถมารับนี้ละจ๊ะ 
สงสัยอาคงนอนกลางวันมากไปหน่อย 
ว่าแต่เดินทางกันพรุ่งนี้เช้าดีกว่าไหม
รอให้ฟ้าสว่างกันก่อน?

กลับกันเลยดีกว่าคะ 
เดียวหนูค่อยเล่าระหว่างทางนะคะ
ว่าเกิดอะไรขึ้น "


สิิ่งที่มัันน่าหดหู่ใจมากกว่าการตายของหญิงสาว
ก็คือกฎหมายบ้านเมืองในตอนนั้น 
ที่ไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้เพียงเพราะอำนาจของเงิน

End. 
.
.
.
.
.
#ห้องสนิม
เรื่องเล่าโดย : คุณแป้ง
ที่มาเรื่องราวจาก : The ghost radio 
ภาพประกอบจาก : Darkify
เรียบเรียงโดย : MAYOMWAN

SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าจาก The ghost radio 
คลื่นวิทยุหลอนของคนที่มีประสบการณ์ตรงหรือเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับเรื่องผีหรือวิญญาณ ที่พวกเขาเหล่านั้นได้ประสบพบเจอกันมา ที่จะพาให้คุณหลอกตามไปกันกับพวกเขา
Writer
MAYOMWAN
ชายผู้ที่หลงไหลในแมวสีดำ
หากคุณชอบอ่านเรื่องเล่าหลอนๆ เราคือครอบครัวเดียวกัน'

Comments