หมดสภาพ
กลับถึงบ้านวันนี้
เราเห็นพนักงาน SCI อีกคนใส่ชุดยูนิฟอร์มนั่งอยู่ที่โซฟาสีเทาในบ้าน 
เราเดินไปหา และทรุดตัวลงเข้าไปกอด 
พร้อมน้ำตาที่ไหลรินเหมือนทำนบที่กั้นน้ำไว้มากจนล้นออกมา
เรากอดสามีร้องไห้สะอึกสะอื้น จนลูกสาวเห็นเข้้าก็เดินเข้ามากอดอีกคน
กลายเป็นสามคนนั่งกอดกันกลมลูบแขนกันไปลูบแขนกันมา

เราบอกสามี "ชีวิตประจำวันที่ชั้นคุ้นเคย มันไม่เหลืออะไรอีกแล้วอ่ะแก"
พูดได้แค่นั้นก็ร้องไห้ต่อไปอีก สามีลูบหัวเบาๆ พร้อมกับบอกว่า
"มันเป็นสิ่งที่แกตัดสินใจแล้วนะหนิง" เราพยักหน้ารับเชิงรับรู้
สามีพูดต่อ "ที่เหลือต่อจากนี้คือการเดินออกไปข้างหน้า
ทำสิ่งที่แกวางแผนไว้ให้สำเร็จ มีอะไรอีกมากมายเลยที่แกจะต้องทำ
นึกซะว่าวันนี้คือวันซ้อมเกษียณนะ" เราพยักหน้า แต่ก็ยังไม่หยุดร้องไห้

แล้วสามีพูดเสียงเย็น ๆ ว่า 
"เรายังต้องช่วยกันผ่อนบ้าน เศร้านานไม่ได้นะ" 
เท่านั้นแหละ เสียงหัวเราะก็ดังขึ้น เป็นความน่ารักของสามี
ที่การปลอบใจไม่ได้มีคำพูดอะไรมากมาย แต่เค้าเลือกที่จะพูดหักมุมให้บรรยากาศมันดีขึ้น

ปลอบใจกันเรียบร้อย เราก็ขอตัวมาอาบน้ำ และเปิดคอมฯ เพื่อเขียน Blog
แล้วไลน์ก็เริ่มเด้งมาเป็นระยะ เพราะหลังเลิกงานเลี้ยง แต่ละคนก็ทยอยส่งรูปถ่ายกันเข้ามา
มีน้องบางคนบันทึกภาพเป็นไฟล์ VDO ไว้ด้วย เราเปิดวนดูไป 5-6 รอบ
เห็นชัดว่า ตาเราบวมมาก เพราะร้องไห้มาเกือบทั้งวัน
แต่ในคลิปเราก็ยังหัวเราะ พยายามหาเรื่องมาพูดคุยให้ตลกทุกครั้งที่น้ำตาทำท่าจะเอ่อ ๆ ออกมา

ภาพที่ถ่ายด้วยกันในวันนี้ ส่วนใหญ่ก็จะคิดท่าตลก ๆ 
เพราะเราอยากให้เป็นภาพจำแห่งความสุขสำหรับวันสุดท้ายที่เราจะได้ใส่ชุดพนักงาน
ซึ่งภาพก็ยังส่งมาไม่ครบนะ คิดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะทยอยส่งเข้าไลน์กลุ่ม

แต่เปิดไปดูรูปนึง ที่เราให้พี่นาทีถ่ายรูปกับพี่อู๊ด ภาพนั้นคงเป็นภาพเดียวที่ส่งให้ใครดูไม่ได้เลย
พี่นาทีถ่ายภาพนี้ในเวลา 16.50 น.ก่อนที่ออดเลิกงานของโรงงานจะดัง

ย้อนไปในวันที่เราตัดสินใจลาออก เรากล้าบอกกับทุกคนเรื่องลาออก
แต่มีคนเดียวที่เราไม่บอกคือพี่อู๊ด
เพราะเราไม่เข้มแข็งพอที่จะเดินไปบอกว่า "พี่อู๊ด หนิงจะลาออกนะ"
จนปล่อยเวลาให้ผ่านเลยมาจนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน
ในวันนี้ สิ่งที่ทำได้คือ เดินไปคุกเข่าอยู่ที่พื้นเอื้อมแขนไปกอดเค้าแน่น
แล้วก็นั่งร้องไห้พูดอะไรไม่่่่ออก ภาพที่พี่นาทีถ่ายให้ เลยมีแต่รอยน้ำตาเต็มหน้ากันทั้งสองคน
....
เราเลื่อนดูภาพไปเรื่อย ๆ ซักพักเพื่อนคนนึงโทรมาหา
พอเพื่อนได้ยินเสียงอู้อี้ของเรา เพื่อนบอกว่า "ชั้นคิดไว้อยู่แล้ว ว่าแกจะต้องร้องไห้"
เราก็ได้แต่บอกไปว่า "ไม่คิดเหมือนกัน ว่ามันจะส่งผลกับจิตใจชั้นแรงขนาดนี้ สุด ๆ เลยว่ะแก"
เพื่อนปลอบใจ "แกจะตกอยู่ในสภาวะนี้อีกซักพัก แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ไม่ต้องคิดมากนะ"

เพื่อนคนนี้ลาออกก่อนเราไป 3 ปี 
ซึ่งเค้าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวางแผนการลาออกของเรามาโดยตลอด
เราสร้าง Timeline วางแผนการลาออกมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560
และจุดที่เรากำลังทำอยู่นี้ เป็นกึ่งกลางของ Timeline ที่เราวางไว้
วันนี้เพื่อนโทรมาฟังเราพูดไปร้องไห้ไปอยู่เกือบชั่วโมง โดยไม่ยอมให้เราวางสาย
เพราะเค้ารู้ดีว่า จิตใจของคนที่ลาออกมันเป็นยังไง 

และก่อนที่จะวางสาย เพื่อนบอกเราว่า
"ถ้าแกกำลังจะเขียนอะไรอยู่ แกหยุดเขียนก่อนเลยนะ 
หรือถ้าแกจะโพสท์อะไร ชั้นขอให้แกโพสท์ภาพความสุขของแกนะ 
เพราะวันนี้ควรเป็นวันที่แกต้องมีรอยยิ้ม"

คือเฮ้ย... มือเรากำลังวางบนแป้นพิมพ์ การรู้จักกันมายี่สิบกว่าปี บางทีก็รู้ใจกันอย่างน่ากลัว 555
เราเชื่อเพื่อนครึ่งหนึ่ง คือเลือกภาพที่มีแต่รอยยิ้มไปโพสท์ในเฟสบุค

แต่ก็ยังมานั่งเขียนอยู่ เพราะเวลาที่เหมาะแก่การเขียนที่ดีที่สุด คือเวลาที่อยากจะเขียน 
ไม่ได้ดื้อนะแก แต่ทำตามไม่หมดทุกอย่างแค่นั้นเอง 555+

สิ่งที่อยากพูดที่สุดในวันนี้คือคำขอบคุณ ขอบคุณคำเดียวนี่แหละ หนักที่สุดแล้ว
ขอบคุณทุก ๆ คนที่ผ่านเข้ามาในทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นคนที่เจอกันบนทางเดิน โรงงาน โรงอาหาร ลานจอดรถ ร้านอาหาร 
สำนักงาน ห้องน้ำ ฯลฯ ทุกอย่างคงอยู่ในความทรงจำ ที่เราจะหยิบมาเขียนอีกครั้งถ้ามีเวลา

สำหรับเพื่อนรัก อดีตพนักงานรหัส 1588 
วันนี้ชั้นได้กลายเป็นอดีตพนักงานรหัส 1607 ตามแกไปเรียบร้อยแล้ว
แกต้องเป็นพี่เลี้ยงชั้นต่อไปในวงการธุรกิจ ปั้นชั้นให้เติบโตเหมือนที่แกเติบโตนะ
ถ้าทิ้งกันนี่ มีกระโดดเตะตูดแน่นอน 555+

สำหรับสามี  พรุ่งนี้ไปทำงาน อย่าลืมเปิดเมล์ด้วยนะคะ
ขอบคุณสำหรับวันนี้ เสื้อเธอคงเลอะน้ำมูกน้ำตาเราไปเยอะแยะ
วันนี้เรากอดพนักงาน SCI ไปหลายคน
แต่เธอคือพนักงานคนสุดท้ายสำหรับวันนี้ที่เราได้กอด

หมดสภาพเลยนิิิิรชรา จากที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใส กลายเป็นป้าอ้วนร้องไห้ขี้มูกโป่ง

เฮ้อ... :)
SHARE
Writer
Apsara
Diaries
จงบินต่อไป

Comments

aloneliness
3 months ago
ทุกการเริ่มต้นต้องมีการลาจากค่ะ ถึงแม้นไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมงาน แต่ความเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องก็คงไม่หายห่างกันไปได้ง่ายๆ สู้ๆๆค่ะ
Reply
Apsara
3 months ago
ขอบคุณนะคะ ^^