SUNLIGHT (Yujin x Wonyoung) - 10
เช้าวันใหม่วอนยองลืมตามองผนังห้องที่ไม่คุ้นชิน ภาพในความฝันยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัวเธอ ภาพของร่างโปร่งสามีของเธอ ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าเธอ ยิ้มแสนอบอุ่น เธอร้องไห้ทิ้งตัวซุกที่อกของเขา มือเรียวยกขึ้นโอบกอดเธอไว้

"น้ำตาไม่เหมาะกับเธอสักนิด ยิ้มสิ ฉันชอบรอยยิ้มของเธอ"
คำพูดเดียวจากเขาก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มือเล็กยกขึ้นลูบที่แขนทั้งสองข้าง คิดถึงกอดของเขา


เจ้าของบ้านหน้าตาสวยจัด ตัวเล็ก คนรักของคนที่ช่วยวอนยองไว้จากการถูกไล่ลาเมื่อวานตอนไปชมดอกซากุระที่สวนสาธารณะเคมะ ซากุระโนมิยะ  หล่อนทำอาหารสำหรับสามคน ซึ่งเผื่อเธอด้วย ปลาชิราฮอกเกะย่าง วอนยองมองดูปลาย่างตรงหน้า นี่มันของโปรดยูจิน เธอทำได้ดี เพราะป้ามิโกะเคยสอนให้เธอทำ เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของทั้งสองคนมองมา จึงได้ถอยออกห่างจากโต๊ะเล็กที่มีอาหารวางอยู่เล็กน้อย แล้วก้มหัว เอ่ยขอบคุณสำหรับทั้งการช่วยชีวิต การดูแล ที่พัก และอาหาร

"ไม่เป็นไรหรอกคุณ แค่นี้เอง จิ๊บๆ"
ร่างโปร่งตอบยิ้มตาหยี แก้มตุ่ยเคี้ยวข้าวกับปลาคำโตที่เพิ่งถูกส่งเข้าไปในปาก

"หมอไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็คือหมอ เจอคนเจ็บก็รักษาค่ะ อย่าคิดมากเลย"
ร่างเล็กยิ้มให้เธอ รอยยิ้มที่ดูจริงใจ ทำให้เธอยิ่งรู้สึกซาบซึ้ง

"แล้วคุณโอเคหรือยัง ให้กุระจังตรวจอีกหน่อยมั๊ย"
ร่างโปร่งเพิ่งคีบปลาย่างตรงหน้าตามด้วยข้าวสวยร้อนๆอีกเข้าปาก ถามขณะเคี้ยวแก้มตุ่ย

"ดีขึ้นมากแล้วค่ะ"
วอนยองยิ้มตอบ มองอีกคนที่กินด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ใบหน้าที่เหมือนกับคนบางคนที่เธอคิดถึงอยู่ตลอด

"แต่ชั้นว่าคุณไปโรงพยายามหน่อยก็ดีนะคะ ให้คุณหมอจ่ายยาคลายเครียดสักหน่อย จะได้พักผ่อนเยอะๆ"
สาวตัวเล็กแนะนำตามวิธีการรักษาถึงแม้เธอจะเป็นหมอ แต่ในตอนนี้เธอมีแต่วิชาความรู้ ไม่มีอุปกรณ์หรืออำนาจให้การจ่ายสั่งยาได้ ทำได้เพียงแนะนำให้เธอไปตรวจที่โรงพยาบาลจะดีกว่า

"ช่วงนี้วูบบ่อยๆนะคะ คงเพราะนอนไม่ค่อยหลับ ถ้าได้นอนเยอะๆคงหาย"
เธอบอกก่อนจะคีบปลาชิ้นเล็กๆเข้าปาก

"เอ่อ ลืมแนะนำตัวเลย ชั้นชื่อยูกิ ส่วนนี้หมอที่ดูอาการคุณ แฟนชั้นเอง ซากุระจัง คุณชื่ออะไรหรอคะ เราสองคนจะได้เรียกถูก"
ร่างโปร่งถามขณะที่ยังใช้ตะเกียบคีบเอาเนื้อปลาชิ้นโตออกจากก้างอีกครั้ง

"ที่นี่ ชั้นใช้ชื่อว่าไอค่ะ โอชิโทริ ไอ"
เธอเลือกที่ตะแนะนำตัวเองด้วยชื่อญี่ปุ่น ชื่อที่ยูจินเป็นคนตั้งให้เธอ

"อือ ชื่อเพราะดีนะ ไอ ที่แปลว่า ความรักใช่มั๊ย"
ร่างโปร่งยิ้มกว้าง ถามต่อด้วยแววตาเป็นประกายเหมือนเด็ก

"คงงั้นมั๊งคะ ชั้นก็ไม่เคยถามคนที่ตั้งชื่อให้ชั้นเลย"
เธอเพิ่งจะรู้ความหมายของชื่อก็วันนี้เอง ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดที่จะอยากรู้ หรือหาความหมายของมันกันนะ เขาเรียกเธอว่าความรักมาตลอด
.
.
.
.
.
ยูกิกับซากุระพาวอนยองไปหายามะที่โรงพยาบาล ทั้งสามคนเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเพียงไม่กี่สถานีก็ถึงโรงพยาบาล ร่างโปร่งถามชื่อยามะจากร่างบางแล้วจึงเดินไปถามห้องจากแผนกประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล ไม่นานก็ได้เลขห้องมา ยูกิพาไปที่ห้องผู้ป่วยอย่างไม่รีรอ

เมื่อพาร่างบางมาส่งที่ห้องผู้ป่วยแล้วร่างโปร่งกับแฟนสาวจึงขอตัวกลับ เห็นว่าแฟนสาวตัวเล็กเพิ่งได้พาร่างโปร่งมาบ้านเกิดครั้งแรก คงจะพาไปเที่ยวตามประสาคนรัก ร่างบางไม่ลืมที่จะก้มหัวขอบคุณทั้งสองอีกครั้ง คนเจ็บเมื่อเห็นนายหญิงของตนยังปลอดภัย ก็โล่งใจหายห่วง

"แฟนเขาหรือครับ คนที่เหมือนนายน้อย"
ยามะเอ่ยถามหลังจากที่แขกผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตนายหญิงของเขากลับไปแล้ว ร่างบางเพียบพยักหน้าตอบ

"ในตอนแรกที่เห็นเขา ผมดีใจมาก คิดว่านายน้อยกลับมา เขาเหมือนมากจริงๆ"
ชายหนุ่มลูกน้องคนสนิทยังคงพูดถึงร่างโปร่งเมื่อครู่ต่อ

"ตอนเจอที่แทจอนครั้งแรก ชั้นก็ตกใจเหมือนกัน ว่าแต่ยามะคุงเป็นยังไงบ้าง"
ร่างบางเดินมาใกล้เตียง มองดูชายหนุ่มที่มีผ้าพันไว้อยู่ตามตัว

"ผมตายยากครับ ยังไงก็ต้องอยู่ดูแลหัวใจของนายน้อย"
เขาตอบพร้อมรอยยิ้ม

"ชั้นเป็นภาระของยามะคุงเลย ปกป้องตัวเองก็ทำไม่ได้"
ร่างบางก้มหน้าเม้มปาก นึกโกรธตัวเองที่ทำให้คนอื่นๆเดือดร้อน

"นายหญิงอย่าคิดมากเลยครับ มันคือหน้าที่ที่ผมอยากทำ อีกอย่างน้อยหญิงลืมวิธีฟันดาบที่นายน้อยสอนแล้วหรือครับ"
ยามะพูดปลอบให้นายหญิงของเขาสบายใจ

"จำได้สิ ชั้นจำทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ที่มีเขา"
ชายหนุ่มยกแก้มขึ้นหน้าเหยเกเพราะจากคำปลอบกลายเป็นทำให้เธอยิ่งนึกถึงคนรักที่จากไป

"ขอโทษที แล้วหมอจะให้ยามะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่คะ"
ร่างบางเห็นลูกน้องทำหน้าไม่ถูกจึงพูดเปลี่ยนเรื่องให้เขาสบายใจ

"น่าจะอีก2-3วันครับ เอ่อ นายหญิงครับ เรื่องคนเหมือนนายน้อยที่ช่วยนายหญิง"

"ยูกิซัง เขาชื่อยูกิ เหมือนยูจินมาก แม้ใกล้ๆก็ยังเหมือน ต่างก็ตรงนิสัย เขาสดใสร่าเริงกว่ายูจินเยอะ"
ร่างบางบอกชื่อ และลักษณะร่างโปร่งกับเขา

"ครับ ผมว่าคุณยูกิอาจจะเป็นอันตรายได้ ขนาดนายหญิงที่อยู่กับนายน้อยมาทุกวันร่วมปี กับผมที่อยู่กับนายน้อยมาแต่เด็กยังคิดว่าเหมือนนายน้อย แล้วพวกโคซามุล่ะครับ"
คำพูดของชายหนุ่มบนเตียงทำให้วอนยองขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าเธอไม่คิดเรื่องนี้ แต่เธอแค่คิดว่าหรือเธออาจจะคิดถึงยูจินมากเกินไป บางทีคนอื่นอาจจะไม่ได้มองว่ายูกิเหมือนยูจินก็ได้

"ยามะช่วยส่งคนของเราคอยคุ้มกันคุณยูกิ กับ คุณซากุระห่างๆได้มั๊ย จนกว่าทั้งคู่จะกลับเกาหลี แล้วก็ให้คนมารับพาชั้นกลับบ้านด้วย ยามะคุงจะได้พักผ่อน"
ร่างบางสั่งคนสนิทก่อนจะเดินกลับไปทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟา

"เรื่องคนคุ้มกันผมเห็นด้วยและจะให้คนไปคุ้มกันทันทีครับ แต่เรื่องที่ให้นายหญิงกลับบ้านผมไม่เห็นด้วย ยิ่งพวกมันรู้ว่าผมไม่อยู่กับนายหญิงยิ่งเข้าทางมัน นายหญิงอาจจะต้องซ่อนตัวก่อน"

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันเรื่องการซ่อนตัวจากพวกโคซามุ ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมคนที่เพิ่งออกไปไม่นาน ยูกิเดินเข้ามาด้วยท่าทีรีบร้อน เขาบอกกับทั้งคู่ว่าเขาเจอคนที่ทำร้ายเธอกับยามะอยู่ข้างล่าง เลยรีบมาบอกก่อนจะได้ระวังตัว

"แล้วคุณซากุระอยู่ไหนล่ะคะ"
ร่างบางไม่ได้สนใจกับสิ่งที่ร่างโปร่งบอก เธอคิดไว้อยู่แล้วว่าพวกนั้นต้องรีบตามหาเธอเพื่อรีบจัดการให้เร็วที่สุด แต่เธอเป็นห่วงสองคนที่ช่วยเธอไว้มากกว่า

"ชั้นให้เธอไปรอที่สถานีรถไฟแล้ว"
ร่างโปร่งยิ้มให้เธอ รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วง

"คุณยูกิครับ ผมขอร้องช่วยพานายหญิงหนีไปก่อนได้มั๊ย ตอนนี้แม้แต่ที่บ้านก็ไม่ปลอดภัยสำหรับนายหญิง หากผมหายดีแล้วผมจะไปรับนายหญิงเอง"
ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงพยายามลุกเพื่อก้มหัว หากไม่บาดเจ็บก็คงคุกเข่าขอร้องเขา

ยูกิหันไปมองหญิงสาวที่เขาเพิ่งช่วยมา ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ชายหนุ่มที่ขอร้อง
"ได้สิ แต่ชั้นไม่รับปากนะว่าจะดูแลเธอได้ขนาดไหนนะ"

"ผมเชื่อว่าคุณดูแลเธอได้ครับ จากที่เห็นการต่อสู้เมื่อวาน"
ชายหนุ่มบอกย้ำด้วยความมั่นใจ ร่างโปร่งพยักหน้าก่อนจะรีบพาวอนยองออกไปจากห้องผู้ป่วย คงไม่อยู่รอให้พวกมันขึ้นมาถึงนี่

เขาเลือกที่จะพาเธอลงทางบันไดหนีไฟ เพราะคิดว่าน่าจะปลอดภัยมากกว่าลิฟท์แน่นอน ไม่นานทั้งคู่ก็พากันมาถึงสถานีรถไฟฟ้าที่ร่างโปร่งนัดแฟนสาวไว้ แต่กลับไม่พบคนที่นัดไว้ ร่างโปร่งรู้สึกใจไม่ดี เขาร้อนรนจนคนข้างๆรู้สึกได้ ทั้งสองต่างมองหาคุณหมอสาว แต่กลับไม่เห็นเธอเลย

"เรากลับไปหาคุณซากุระที่โรงพยาบาลมั๊ย"
ร่างบางสังเกตเห็นแววตาสั่นระริกด้วยความกังวลของเขา

ร่างโปร่งคว้ามือเธอพาไปที่ห้องน้ำดันประตูห้องหนึ่งแล้วดึงเธอเข้าไปข้างใน โชคดีที่ในห้องน้ำเวลานี้ไม่มีคน หากมีคนคงตกใจที่เธอทั้งคู่เข้ามาอยู่ในห้องน้ำห้องเดียวกัน

"รออยู่ที่นี่ ชั้นจะไปหากุระที่โรงพยาบาล ถ้าไม่ใช่ชั้นห้ามเปิดประตูเด็ดขาด"
เขาสั่งด้วยสีหน้าจริงจังแล้วรีบหมุนตัวกลับ

"ยู"
ร่างบางคว้าข้อมือเขาไว้โดยสัญชาตญาณ รู้สึกห่วงเขาขึ้นมา เผลอเรียกชื่อสั้นๆเหมือนที่เธอเคยเรียกคนรักของเธอ

"ร..ระวังตัวด้วยนะ"
พอเขาหันมา เธอต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"เชื่อยูสิ เราจะปลอดภัย"
ยูกิยิ้มกว้างให้กับเธอ คำพูดเดียวกัน คำพูดสุดท้ายก่อนจะเธอจะไม่ได้เจอยูจินอีก

วอนยองรอยูกิอยู่ในห้องน้ำ เธอรอฟังเสียงคนเข้าห้องน้ำมาทุกครั้งหวังให้เป็นเขา แค่เพราะเขาเป็นคนช่วยเธอเท่านั้น เธอถึงเป็นห่วง เธอไม่ได้คิดนอกใจสามีเธอเพียงเพราะเขาหน้าเหมือนหรอก เธอบอกกับตัวเองแบบนั้น

"คุณไอ เรามาแล้ว"
เสียงร่างโปร่งจากนอกห้องน้ำ ทำให้เธอถอนหายใจโล่งอกที่เขาปลอดภัย

เขาสวมหมวกสีน้ำเงินอยู่กับคุณหมอสาวตัวเล็กแฟนของเขาที่สวมหมวกรูปแบบเดียวกันแต่สีชมพู เขายื่นหมวกสีชมพูอีกใบให้กับเธอ บอกจะได้ปิดบังจากคนพวกนั้น อย่างน้อยก็บางส่วนเท่าที่หาได้ตอนนี้ และทั้งสามคนต้องรีบออกไปจากบริเวรใกล้ๆโรงพยาบาลนี้ให้เร็วที่สุด คนของพวกนั้นอาจจะยังอยู่ใกล้ๆ

ซากุระพาทั้งสองไปที่ศาลเจ้าสุมิโยชิ ศาลเจ้าที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีหลังคาแบบทรงตรงๆ ต่างจากที่อื่นๆที่จะมีทรงโค้งๆ จั่วจะถูกตกแต่งด้วยไม้ที่ลักษณะไขว้กันคล้ายกับไม้กางเขนของศาสนาคริสต์ หากแต่ออกจะเป็นรูปกากบาทซะมากกว่า รวมทั้งยังมีไม้ขนาดเล็กๆวางเรียงกันตามแนวยาวทั่วทั้งหลังคา โดยเฉพาะตรงจุดที่ทางเข้าอยู่ด้านใต้หน้าจั่วของหลังคาและยังมีรั้วล้อมรอบ จากความต่างและความเก่าแก่นี่แหล่ะค่ะที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงมากๆในญี่ปุ่น

ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ใช่แค่ด้านสถาปัตยกรรมที่ทำให้น่าสนใจ หากยังเป็นเพราะความศักดิสิทธิ์ของเทพคามิ (เทพเจ้าชินโต) ที่เชื่อว่าเมื่อสักการะแล้วจะเดินทางปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะในหมู่ชาวประมงและชาวเรือที่ให้ความนับถือเทพเจ้าองค์นี้มากๆ เห็นได้จากการที่สามารถเห็นศาลเจ้ารูปแบบนี้ได้ตามบริเวณใกล้ๆท่าเรือ

ทั้งสามเข้าไปไหว้สักการะเทพคามิ เวลานี้คนมากราบไหว้สักการะน้อย แทบจะไม่มีคนเสียด้วยซ้ำ ทำให้ทั้งสามรู้สึกปลอดภัย ภายในบริเวรศาลนี้มีคลองน้ำเล็กๆ พร้อมทั้งมีสะพานโค้งโซริฮาชิที่ใช้เดินข้าม ราวสะพานทาด้วยสีแดงเหมือนกับรั้วต่างๆภายในศาล

ยูกิเดินมาหยุดที่กลางสะพาน เขาเท้าแขนยันไว้ที่ราวสะพาน สายตามองทอดยาวออกไปที่ผิวน้ำที่นิ่งสงบ นานร่วมยี่สิบนาที เขาสูดหายใจเข้าลึกๆก็จะหันมายิ้มให้ผู้หญิงทั้งสองคน

"แปลกดีเหมือนกัน รู้สึกผูกพันกับที่นี่ยังไงก็ไม่รู้ ชอบที่จะมองดูน้ำจากตรงนี้"
ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันขวับมองซ้ายขวารอบๆ

ยิ่งเห็นร่างโปร่งยืนอยู่ตรงนั้นยิ่งทำให้วอนยองนึกถึงคราวที่มาพร้อมกับยูจิน เขาก็บอกกับเธอว่าเขาชอบมาที่ยืนตรงนี้ เมื่อตอนเขายังเด็กแม่มักจะพาเขามาที่นี่ เพื่อสักการะเทพคามิ เพราะพ่อของเขาทำธุรกิจส่งออกอาหารทะเล เกี่ยวข้องกับท่าเรือ และการประมง และยังมีศัตรูทางธุรกิจมากมาย

แม่ของเขามักสอนให้เขาทำตัวเหมือนสายน้ำที่นิ่งสงบ น่าเกรงขาม อย่าให้คนภายนอกดูออกว่าเราคิดอะไร และสามารถอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ เขาจึงบอกกับเธอว่าหากวันใดเขาลืมตัว ร้อนดั่งไฟ ขอให้เธอช่วยดับไฟให้เขากลับเป็นน้ำ เพราะเขาเชื่อว่าต่อให้ขาดสติอย่างไร เธอจะอยู่เหนือทุกอย่างสำหรับเขา

"อยู่ตรงนี้กันไปก่อนนะสองสาว เดี๋ยวยูไปซื้อน้ำก่อน"
พูดเสร็จก็วิ่งออกไปไม่รอให้อีกคนตอบ วอนยองกับซากุระหัวเราะเบาๆกับท่าทีเด็กๆของคนที่เพิ่งวิ่งออกไป

"ขอโทษด้วยนะคะ เพราะชั้นคุณสองคนเลยไม่ได้ไปเดทกัน"
ร่างบางที่ตอนนี้เป็นเพื่อนใหม่ก้มหัวขอโทษซากุระ

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อย่าคิดมากเลย"
คุณหมอสาวตัวเล็กยิ้มให้เธออย่างจริงใจ

"ยังไงเสีย พรุ่งนี้คุณสองคนไปเดทกันแล้วให้ชั้นอยู่ที่บ้านก็ได้นะคะ"
เธอไม่อยากทำให้ทริปของทั้งคู่ต้องมาพังเพราะเธอ

"ไม่เดทแล้วล่ะคะ นี่ก็อยู่ด้วยกันทุกวัน เบื่อขี้หน้าจะแย่"
ซากุระย่นจมูกทำหน้าเหม็นเบื่ออีกคนจนร่างบางหัวเราะ

ซากุระยิ้มให้แล้วเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่เธอได้ยินมาจากชายสามคนที่ไม่หวังดีกับร่างบางที่โรงพยาบาล ชายสามคนบอกว่าต้องการฆ่าเธอเหมือนที่ฆ่าสามีของเธอ หญิงสาวจึงเล่าเรื่องของเธอให้ฟัง ตั้งแต่เรื่องเธอเป็นคนเกาหลี อาศัยอยู่ที่แทจอน เรื่องราวการเป็นหนี้ของพ่อ และพ่อของเธอฝากเธอไว้กับเขาก่อนตาย จึงได้แต่งงานกัน

"แต่งงานทั้งๆที่ไม่ได้รักหรือคะ"
ซากุระขมวดคิ้วนึกแปลกใจ หากไม่ได้รักทำไมแววตายามเธอเล่าถึงได้เศร้านัก

"ตอนแรกก็ไม่ค่ะ เพราะชั้นเข้าใจว่าเขาคือเจ้าหนี้ที่ให้ชั้นแต่งงานเพื่อเป็นหลักประกันที่จะให้ชั้นใช้หนี้แทนพ่อและเพื่อให้การอยู่เกาหลีของเขาไม่เป็นที่น่าสงสัยหากมีครอบครัว

แต่แล้วพอได้แต่งงานกับเขา เขาดูแลเอาใจใส่ชั้นดีมากค่ะ เป็นเวลาเกือบปี ชั้นถึงเพิ่งรู้ว่าเขารักชั้น มาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เขาเห็นชั้น เขาอยากแต่งงานกับชั้นเพราะความรัก

และเพราะทุกอย่างในตัวเขาที่ชั้นสัมผัสได้ มันทำให้ชั้นรักเขาเช่นกัน"

ซากุระเห็นเธอยิ้มมีความสุขขณะเล่าถึงสามีของเธอขัดกับเมื่อครู่ ทำให้ยิ้มตามไปด้วย


"หลังจากที่ชั้นรู้ความจริงได้ไม่นานและเราเพิ่งจะเข้าใจกัน เขาก็ต้องมาตาย เพราะชั้น เขาปกป้องชั้น"
มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาที่ซึมออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต

"ไม่มีใครอยากตายจากคนที่เรารักหรอกค่ะ คุณต้องมีชีวิตที่ดีเพื่อเขานะคะ"
คุณหมอร่างเล็กกุมมือเธอเพื่อปลอบใจ นั่นทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงจากเธอ
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
ยูกิวิ่งกลับมาพร้อมไอติมในมือ เขาซื้อมาฝากสองสาว ใบหน้ายิ้มแย้มขณะกินไอติมเหมือนเด็ก ทำให้คนดูอดยิ้มตามไม่ได้

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีได้เวลาที่ทั้งสามคนต้องกลับบ้านไปพักผ่อน วันนี้แค่หนีคนของโคซามุก็เหนื่อยแล้ว ร่างบางขอตัวเข้าห้องทันทีที่กลับมาบ้านของคุณหมอ ทิ้งไว้เพียงร่างโปร่งกับสาวเจ้าของบ้าน

Knock knock knock

เสียงเคาะประตูทำให้ร่างบางที่เตรียมตัวเข้านอนต้องลุกขึ้นมาเปิดประตู ร่างโปร่งตัวโตยืนกอดหมอนใบโต ในมือถือถาดที่มีน้ำกับยา ยิ้มตาปิดจนเห็นลักยิ้ม

"เอาหมอนใหม่มาให้ แล้วก็ยาด้วย"
ร่างบางเลิกคิ้วสูง ยาน่ะ ไม่แปลกใจเท่าหมอน เพราะในห้องเธอก็มีอยู่แล้ว เขาจะเอามาให้อีกทำไม

"อ่า หมอนที่เธอนอนเมื่อคืนมันน่าจะแข็งไป เลยเอาอันนี้มาให้ คือจริงๆแล้ว ชั้นหนุนไปแล้วเมื่อคืน มันนุ่มดีนะ ถ้าเธอไม่ถือเรื่องที่มีคนหนุนก่อนแล้ว ใบนี้น่าจะดีกว่า"
ร่างโปร่งเห็นร่างบางหันกลับไปมองที่ฟูกที่นอนเลยอธิบายยกใหญ่ถึงสาเหตุที่เอาหมอนมาให้

"แล้วยู  เอ่อ คุณยูกิจะหนุนอะไรล่ะคะ"
เธอเผลอเรียกเขาด้วยชื่อนั่นอีกแล้ว

"เรียกยูก็ได้ค่ะ จะได้สนิทกันเร็วๆ งั้นยูเรียกไอจังนะคะ ส่วนหมอนยูหนุนใบนั้นได้ สบายๆ"
ร่างโปร่งยิ้มกว้างแล้วชี้ไปที่หมอนที่อยู่บนฟูกในห้อง

ในตอนแรกเธอปฏิเสธไป หากมันดีก็ไม่อยากแย่งมา แต่คนตัวโตนี่ก็ไม่ยอมคะยั้นคะยอ บอกดิบดีว่ามันดีกว่าจริง ให้ลองก่อนคืนนึงถ้าไม่ดีคืนพรุ่งนี้จะเปลี่ยนคืนให้ จนเธอต้องยอมสลับหมอนกับเขา

ก่อนออกไปเขาไม่ลืมกำชับเธอให้ทานยาก่อนนอน เธอยิ้มรับปากเขา

"กู้ดไนท์นะคะ ไอจัง"

"อ่า….ค่ะ กู้ดไนท์...ยู..ซัง"
.
.
.
.
.
.
.
--------------------------------------

ยูซัง กับ ไอจัง แลกหมอนแล้วนะ
เรื่องความหมายของชื่อ ไอ เราตั้งใจให้ยูกิเป็นคนบอกไอจังเอง
เพราะหากยูตะเป็นคนบอกมันก็จะไม่ได้ประหลาดใจอะไรมากใช่ม้าาาา



ขอพื้นที่อีกนิด

เราได้มีโอกาสคุยกับรีดเดอร์หลายคน อ่านคอมเม้นของพวกคุณซ้ำหลายๆรอบ จากหลายๆตอน และจากทุกเรื่องของเรา  เราเลยอยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้
ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ เราอาจจะไม่ได้เขียนดีที่สุด มีคำผิดเยอะขออภัย บางเรื่องอัพช้า บางประโยคอาจจะอ่านแล้วไม่เข้าใจ ต้องขอโทษด้วย

ฟิคพวกนี้เกิดจากที่เราอยากอ่าน และว่างๆผ่อนคลายสมองจากงานด้วยการแต่ง เนื้อเรื่องมันเลยอาจจะไม่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังอยากเขียนต่อไป 555 เราชอบคุยกับรีดเดอร์นะ ทวงได้นะคะ ยิ่งพวกคุณพูดถึงเนื้อเรื่อง หรือแค่ทวงเราอ่ะ เราก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าแล้ว  แต่ถามมาบางทีเราอาจจะหลุดสปอยนะ แบบเราหลุดง่ายอ่า ฮาาาาา

ถ้าใครที่มีคำถาม อยากคุยเกี่ยวกับฟิคเรา เรื่องไหนก็ได้ ติด # ของแต่ละเรื่องไว้นะคะ เราเข้าเสิร์ชอยู่ตลอดแหละ บางทีอาจจะแค่กดรีทวีต แต่ถ้าอะไรที่เป็นคำถามเราจะตอบค่ะ สัญญา

สุดท้าย รักและเอ็นดูอันยองจึ และคนอ่านน้าา

#sunlight
SHARE
Written in this book
Light Of Love

Comments