ดวงตะวัน
ผืนน้ำสีครามเคลือบเจือด้วยแสงสีส้มของพระอาทิตย์ สะท้อนประกายระยิบระยับเข้าสู่สายตา วัตถุทรงกลมสีแสดกำลังเคลื่อนหายลับไปตรงเส้นริมขอบของผืนน้ำ อีกเพียงครึ่งหนึ่งแสงของวันก็จะหมดลงแล้ว ฉันยืนมองการแปรเปลี่ยนของธรรมชาติที่เกิดขึ้นแบบนี้ทุกวัน หมุนเวียนกัน จนกลายเป็นวัฏจักรไปแล้ว 

พระอาทิตย์สม่ำเสมอ
ช่วงเวลาขึ้นและตกของมันเหมือนเดิมในทุกวัน
ไม่เคยเปลี่ยน

อะไรทั้งหมดนั่นเป็นเสน่ห์ของธรรมชาติ เป็นความสวยงามแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่ง เป็นความธรรมดาที่แสนพิเศษ ทุกครั้งที่มองก็จะรู้สึกอบอุ่นในใจ 

ฝ่าเท้าสัมผัสถึงความละเอียดของผืนทราย ที่แม้จะเม็ดเล็ก แต่มีมากมายจนนับไม่ไหว ทรายบางส่วนถูกน้ำพัดพา กลืนหายไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก 

ฉันยังยืนอย่างมั่นคง มองดูพระอาทิตย์ค่อย ๆ หายลับไปตรง เส้นขอบฟ้า ตรงที่ผืนฟ้าตัดกับผืนน้ำ ถูกแบ่งด้วยเส้นบาง ๆ เส้นหนึ่ง พร้อมกับที่ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัว 

'ที่เส้นขอบฟ้า ผืนฟ้าบรรจบกับผืนน้ำจริงหรือเปล่า หรือแท้ที่จริงทั้งสองสิ่งเป็นเหมือนเส้นขนาน ที่อยู่เคียงใกล้กันเท่านั้น'

'พระอาทิตย์มีผู้ครอบครองหรือเปล่า หรือเป็นอิสระโดดเดี่ยวลำพัง'



ชีวิตคนเรา ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นวัฏจักร คล้ายกับการขึ้นและตกของพระอาทิตย์ ทุกสิ่งมีผ่านพบและลาจาก มีสุขและทุกข์ และมันเป็นความจริงที่ว่า เราจะไม่มีวันรู้รสชาติของความสุขเลย ถ้าเราไม่ทุกข์มาก่อน 

กรอบรูปสีชมพูอ่อนที่แขวนอยู่บนผนัง ภายในบรรจุรูปคนสองคนในชุดสีขาว ดูสวยงาม สะอาดตา ใบหน้าของทั้งสองแย้มยิ้ม นัยน์ตาฉายแววมีความสุขแจ่มชัด ฉันมองดู รูปแต่งงาน ของป๊ากับแม่ พลางชื่นชมท่านทั้งสองที่ประคับประคองหัวใจกันมาได้ ในชีวิตที่ไม่มีอะไรแน่นอนเลยสักอย่าง จนถึงวันนี้ 

"เวลาที่เรารักใครสักคน ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีความหมาย เราจะคิดถึงเขาก่อนเสมอและอยากให้เขามีความสุข" มันเป็นประโยคนั้นมาเสมอ ทุกครั้งที่ถามแม่ว่า เวลาที่เรารักใครสักคนมาก ๆ รักฝังในหัวใจ รักจนเรียนรู้ที่จะให้ แม้ไม่ได้สิ่งใดตอบแทน ความรู้สึกมันเป็นแบบไหน ฉันจำสีหน้าและแววตาของแม่ทุกครั้งที่ตอบคำถามนี้ได้ สีหน้าที่เปี่ยมสุข เล่าเรื่องราวหลายร้อยพันที่ผ่านมาในชีวิต อย่างคนที่เข้าใจความรักอย่างดี แววตาที่บ่งบอกว่าใครสักคนคนนั้น คือ ป๊า ไม่ใช่ใครก็ได้ เป็นป๊าเสมอมา และยังเป็นแบบนั้นเสมอไปอีกเหมือนกัน

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เปราะบาง มันไม่ง่ายเลยที่จะประคองไม่ให้แตกสลาย เหมือนอย่างป๊ากับแม่ กว่าที่เราจะได้พบใครสักคนที่พร้อมจะจับมือ ฝ่าฟันทุกอย่างไปด้วยกัน คนที่จะยอมเสียสละสิ่งต่าง ๆ เพื่อมีกันและกันในชีวิต และสิ่งสุดท้ายที่จะทำคือปล่อยกันไป

ในอายุเท่านี้ ฉันอาจไม่ได้เข้าใจความรักมากมายหรอก ไม่ได้เผื่อหัวใจไว้ขนาดนั้น แต่ก็เข้าใจว่ามันจะสุขไปตลอดก็ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกข์จะอยู่ตลอดไปเหมือนกัน ความรักหวานปนขม ความรักทำให้เราทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด และความรักสอนให้รู้จักการให้อย่างสมบูรณ์ และสุดท้าย รักทำให้เรายอมแลกอะไรตั้งมากมายเพื่อให้รักยังคงอยู่



ถึงใครคนนั้น ที่บังเอิญได้พบกันในช่วงเวลาหนึ่ง คนที่ยินดีที่ได้เจอเสมอ 
คนที่เป็นเจ้าของรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงของพระอาทิตย์ 

ทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ทั้งเมื่อวาน วันนี้ และวันต่อไป จะถูกจดจำ เก็บบันทึกไว้แสนนาน แม้ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แม้คำบางคำจะไม่ได้ถูกเอื้อนเอ่ยออกไปให้ได้รู้ แม้ทุกสิ่งจะเป็นมากกว่านี้ไม่ได้และดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แน่นิ่ง แต่ฉันรู้สึกขอบคุณในทุกวันที่ยังมีเธอในชีวิต และได้โปรดรู้ไว้ว่า เธอเป็นคนที่สมควรได้รับความรักจากโลกใบนี้เสมอ 

สุดท้าย คำถามที่เคยถูกตั้งไว้ก็ได้รับคำตอบ ที่เส้นขอบฟ้า ผืนน้ำไม่ได้บรรจบกับผืนฟ้า มันแค่ดูเหมือนสัมผัสกันเพราะมีเส้นบาง ๆ ตัดผ่าน นั่นทำให้ได้รู้ว่า โลกของเรามีเส้นขนาน และพระอาทิตย์ไม่ได้มีผู้ใดครอบครอง มันยังคงอยู่อย่างอิสระเช่นนั้น 

ความสัมพันธ์ มันคงเหมือนกับการยืนอยู่บนภูเขาลูกหนึ่ง มองเห็นพระอาทิตย์และภูเขาไกล ๆ อีกลูกจากอีกฝั่ง  โดยมีสะพานเชือกเป็นทางเชื่อม รักของฉันไม่ใช่การประคองให้เขาเดินอย่างระวัง ปกป้องเขาจากทุกอย่าง จนไปถึงภูเขาอีกลูกที่มีพระอาทิตย์รออยู่ แต่คือการที่ได้เห็นเขาเดินไปบนทางนั้นในแบบของเขา อาจจะล้มบ้าง เจ็บบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา ให้เขาได้เรียนรู้สุขและทุกข์ด้วยตัวเอง รักคือการมองเห็นเขาเติบโตจากตรงนี้ มันก็เท่านั้น

ในวันนี้ ฉันเข้าใจสิ่งที่แม่บอกในวันนั้นแล้ว การให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน การที่สิ่งธรรมดากลับดูพิเศษและมีความหมายมากมายเพียงเพราะใครคนหนึ่ง การที่เราคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ถึงรู้ว่าเราอาจจะผ่านกันไปในสักวันเพื่อไปพบเจอกับผู้คนอีกหมื่นล้าน แต่ฉันรู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่ในหนึ่งชีวิตได้ใช้หัวใจรักใครสักคน

รักแบบที่อยากให้เขาพบแต่สิ่งที่ดี
ถ้าเจอเรื่องยาก ก็ผ่านมันไปได้
รักแบบที่อยากให้มีความสุขเยอะ ๆ
และไม่อยากให้เสียใจหรือมีน้ำตา
รักแบบที่อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองชอบ
ได้ทำตามความฝันและสิ่งที่รัก
รักแบบที่แม้ไม่ได้คุยกัน แต่แค่เห็นรอยยิ้ม ก็สบายใจ
รักแบบที่อยากแบ่งเพลงของวงดนตรีวงโปรดให้ฟัง
รักแบบที่อยากต่อจิ๊กซอว์หลายชิ้นให้ออกมาเป็นรูปสวยงาม แล้วเอามาให้ที่โรงเรียน
รักแบบที่เจี๊ยบรักน้อยหน่า
รักแบบที่ยอมเป็นเส้นขนานเรื่อยไป เพื่อจะได้ดูแลและมีกันในชีวิต

รักแบบที่รัก ดวงตะวัน





“ถ้าโลกนี้ไม่มีพระอาทิตย์จะเป็นยังไง” เขาเอ่ยถาม

“คงจะมืดมน สดใสน้อยลง เอาจริง ๆ เราชอบพระอาทิตย์นะ ลองนึกดูถ้าวันหนึ่งตื่นเช้ามาแล้วไม่ได้มองท้องฟ้าแล้วเจอพระอาทิตย์ ชีวิตก็คงหม่น ๆ อยู่เหมือนกัน” ฉันพูดทุกอย่างแบบที่ใจคิด

“ทำไมถึงชอบพระอาทิตย์อะ”

“เพราะมันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ บอกให้รู้ว่าต่อให้จะผิดพลั้งมาแค่ไหน ทุกความผิดพลาดจะได้รับการให้อภัย แล้วเราเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง เหมือนกับการขึ้นและตกของพระอาทิตย์ อีกอย่าง มองพระอาทิตย์แล้วรู้สึกอุ่นในใจดี” ฉันชอบมองแสงของพระอาทิตย์มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว จนตอนนี้ก็ยังชอบอยู่

“อือ ดีเหมือนกัน ไว้จะลองมองพระอาทิตย์ดูบ้าง”

มันเป็นตอนนั้นที่ฉันรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในใจ แม้ไม่ได้มองพระอาทิตย์ แต่ก็เหมือนเห็น ดวงตะวัน อยู่ตรงหน้า เป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้แบ่งปันสิ่งที่รักให้กับใครอีกคน

“มองอะไร” เขาถามหลังจากที่เห็นว่าฉันจ้องมองเข้าไปในตาคู่นั้นมาสักพักแล้ว

“เธอว่าเวลาที่เราเจอใครสักคนที่มีความหมาย เราจะรักใครสักคนคนนั้นมากเหมือนกับเวลาที่เรารักสิ่งที่รักได้ไหม” 

“....”

“รักแบบที่ไม่หวังอะไร แค่ได้รัก แบบที่สิ่งสุดท้ายที่จะทำคือหันหลังให้”

“....”

“รักแบบที่อยากให้มีความสุขเสมอ แม้ความสุขนั้นจะไม่มีเราอยู่สักนิดเดียว แบบที่อยากให้เขาเจอคนดี ๆ ในชีวิต อยากให้กินอิ่ม นอนหลับ ไม่เจ็บป่วยอะไร”

“....”

“รักแบบที่ยอมเป็นคนที่เขาไว้วางใจ ไม่เป็นอะไรที่เสี่ยงไปกว่านี้ เพื่อจะยังมีกันในชีวิต”

“....”

“รักแบบที่แม้โลกทั้งใบจะไม่มีแสงดาวหรือแสงตะวัน แม้เขาจะไม่เหลือใคร ก็จะยังรัก และถ้ามองกลับมา เรายังยืนอยู่ที่เดิม เคียงกันแบบเดิม ไม่เปลี่ยน” ฉันเอ่ยถาม เป็นประโยคคำถามที่ยาวที่สุด เล่าเรื่องราวในใจได้ดีที่สุดของวันแล้ว

“แล้วเคยรักใครเหมือนกับที่รัก ดวงตะวัน หรือยังล่ะ” เขาตอบคำถามด้วยประโยคคำถามอีกครั้ง 

ในจังหวะนั้น เราปล่อยให้ความเงียบไหลวนในห้วงของบรรยากาศ ซึมซับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกคำถามได้รับการตอบอย่างสมบูรณ์ ความลับในใจเผยให้ได้รู้อย่างเชื่องช้า แต่ทว่าหนักแน่นในทุกความรู้สึก 

เนื้อเพลงจากวงโปรดถูกกรอเล่นซ้ำ ๆ ในหัว วนเวียนอยู่แบบนั้น


แม้โลกทั้งใบนั้น จะไม่มีดาว
แสงดวงตะวันอาจ ไม่มีความหมาย
และแม้โลกทั้งใบนี้จะไม่มีใคร
ให้เธอมองกลับมา ฉันนั้นจะยืนข้างเธอ



เราสบตากัน พร้อมคำตอบของฉัน

“เคยแล้ว”


























ถึงคุณ 
คนที่เป็น ดวงตะวัน ในทุกฤดู :–)




















SHARE
Writer
letallsunshineexist
sunshine producer
ig : thatsjunejayy

Comments

MalinSchmetterling
3 months ago
เรื่องราวของคุณน่ารักจัง
Reply
แง ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาอ่าน พอดีเราชอบเพลงของวง scrubb มาก ๆ เลยอยากแต่งเป็นโปรเจ็คเพลงเก็บไว้ มีสองเพลงแล้วว