เด็กขาย

1.

“น้องที่ลงรับงานไว้ใช่ไหม คิดยังไงอ่ะ”
“ไม่สด ไม่ยา 1500 ครับ รับรุกได้”
“อ้อ วันนี้ว่างป่ะ”
“ว่างครับ”
“อื้อ พี่อยู่แถวห้วยขวาง เดี๋ยวส่งโลเคชั่นให้ มีพร้อมเพย์ใช่ป่ะ พี่ไม่มีเงินสดให้นะครับ”
“ครับ มีครับ งั้นเดี๋ยวผมอาบน้ำละผมออกไปเลยนะครับ”

2.

ตอนเห็นรูปพี่เขาในไลน์ครั้งแรก ผมงงนิดหน่อย เพราะพี่เขาก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ทำไมต้องมาซื้อกินเด็กหน้าตาธรรมดาๆแบบผมด้วย จนวินาทีที่เขาลงมารับผมใต้คอนโด พี่เขาดูแก่กว่าในรูปหน่อยแต่ก็ถือว่าดูดีกว่าในรูปด้วย กลิ่นสบู่ปนน้ำหอมอ่อนๆของพี่เขา ผมเปียกๆเป็นปอยนิดๆ ดูได้ว่าเพิ่งสระผมเสร็จมา ทำให้พี่เขายิ่งดูดีกว่าเดิมขึ้นไปอีก เขาเปิดประตูอย่างเก้ๆกังๆ ผมเดาว่านี่คงเป็นครั้งแรกๆของเขาที่ตัดสินใจซื้อกินเด็กขายแบบผม
“นั่งบนโซฟาก่อนสิ” พี่เขานั่งลงโซฟา แล้วเรียกผมไปนั่งใกล้ๆ
"วันนี้ไม่ได้รีบไหนใช่ป่ะ"
"ก็พออยู่ได้ครับ แต่ดึกมากคงไม่ได้เพราะมีเรียนต่อ พรุ่งนี้เช้า"
“อือ แต่ก่อนจะทำอะไรขอถามอะไรหน่อยได้ป่ะ” พี่เขาเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆ กลิ่นสบู่ปนน้ำหอมที่สดชื่นตีขึ้นจมูกผมนิดๆ ทำให้ผมเคลิ้มไปนิดหน่อย จนผมต้องเรียกสติตัวเองเบาๆ “ทำไมถึงมาเป็นเด็กขายเหรอ มันเริ่มมาจากอะไร”

3.

“ลูก ประหยัดๆหน่อยนะ เดือนนี้แม่ส่งให้ได้แค่ 6,000 นะ ลูกพอมีเงินเก็บอยู่ใช่ไหม”
“พออยู่ครับ แม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

แม่รีบตัดสายไปในแทบจะทันที คงเพราะรู้สึกผิดกับตัวผมเอง ผมถอนหายใจยาวๆ 1 ที เชื่อว่าใครๆก็คงรู้ว่า 6000 บาทมันจะพอยาไส้ในกรุงเทพได้ยังไง ค่าหอก็ปาไป 4-5 พันล่ะ จะเหลือเงินอะไรไปใช้แต่ละเดือน ยิ่งรัฐบาลทหาร รัฐบาลเผด็จการที่ทำทุกอย่างยังไงก็ได้เพื่อให้ได้เป็นนายกและรัฐบาลต่อแบบนี้ พ่อแม่คงไม่ได้ลืมตาอ้าปากได้ง่ายๆ ผมนอนกลิ้งไปมาบนเตียง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“พี่ครับ คืนนี้พี่ว่างไหม ผมคิดถึงอยากไปนอนกอดด้วย”
“ว่าไง หายไปนานเลยนะ ช่วงนี้สบายดีไหม”
“ไม่ค่อยเลยครับพี่ เรื่องเดิมๆ”
“โถๆ มาๆ มาให้พี่กอด ล่ะถ้ามีอะไรที่พี่พอจะช่วยได้ พี่จะช่วยเอง”
ผมนอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง ปวดร้าวขึ้นตรงกลางอกขึ้นมานิดนึง รู้สึกอยากร้องไห้ กรีดร้อง ก่นด่าต่อโชคชะตา อับอายต่อศักดิ์ศรีของตัวเอง ทำไมต้องทำให้กูจนด้วย ทำไมทีคนอื่นยังมีพ่อแม่ให้ขอไปเที่ยวซัมเมอร์ที่เมืองนอกได้ มึงจะซื้อรถถังห่าเหวอะไรเยอะแยะ มึงรู้ไหมว่าพ่อแม่กูกินข้าวอะไรในแต่ล่ะวัน แต่ก็เท่านั้น ไม่มีน้ำตาอะไรไหลออกมาทั้งนั้น ทั้งๆที่ก็อยากร้องไห้ใจจะขาด แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้มานานแล้ว ความรู้สึกที่ด้านชามันคงเป็นแบบนี้

4.

“งั้นเขาอาบน้ำก่อนนะ”
ผมพยักหน้า แฟนผมคนนี้ผมคบมานานที่สุดละมั้ง 2 ปี พี่เขายื่นมือเข้ามาในวันที่ผมตกต่ำที่สุด ผมมอบทุกอย่างให้กับเขาจริงๆ พี่เขาใจดี รับในอดีตของผมได้ คอยช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย แม้ว่าอาจจะไม่ได้เยอะเท่าสมัยผมเริ่มเป็นเด็กขาย แต่ก็พอให้ผมอยู่ได้โดยไม่ลำบากมาก มารับมาส่งในวันที่ผมเครียดๆ แล้วก็ทำให้ผมหยุดทำสิ่งเหล่านั้น ผมมีแต่เขาคนเดียว เขาเป็นคนเดียวที่ผมอยากจะมีอะไรด้วย อยากจะหอมแก้มบนแก้มขาวๆนั้น นอนบนแผ่นอกเปลือยเปล่านั้นเพียงคนเดียว
“ฝากเก็บโต๊ะหน่อย เดี๋ยวพี่จะทำงานต่อ” พี่เขาตะโกนมาจากในห้องน้ำ แล้วผมก็ค่อยๆเอาขยะบนโต๊ะอ่านหนังสือของพี่เขาไปทิ้ง แต่สายตาผมก็เหลือบไปเห็น
ถุงยางในถังขยะ
ผมตัวสั่นไปหมด ตอนนั้นคิดในใจว่า นี่เป็นความจริงๆจริงเหรอ อยากให้ทุกอย่างเป็นฝันไป ผมเริ่มกรีดร้อง น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด แฟนผมคงได้ยินเสียง เขารีบออกมาจากห้องน้ำ และคงเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาวิ่งมากอดผม พร่ำบอกคำขอโทษ บอกว่ามันไม่ใช่ความรักเลย มันเป็นแค่ความพลั้งเผลอไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ให้อภัยให้พี่นะ พี่อภัยให้เรามาแล้ว ครั้งนี้ให้โอกาสพี่หน่อย แต่ตอนนั้นผมไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาเรื่อยๆไม่หยุด ผมสลัดตัวออกจากพี่เขา บอกตัวเองว่าพอกันทีแล้วความรัก กลับไปเป็นอีร่านขายตัว แล้วมีเงินมีทอง มีชีวิตที่มีความสุขดีกว่า ถ้ามันมีความรักแล้วต้องเจ็บปวดขนาดนี้

5.

คืนนั้นพี่เขาถามคำถามผมอีกเยอะ พี่เขาบอกว่า เออ คิดซะว่าพี่จ้าง 1500 มาสัมภาษณ์ล่ะกัน ผมก็ไม่ได้มีอารมณ์มากมายขนาดนั้น เลยยอมๆเล่าไป พี่เขาถามคำถามที่ผมตอบยากหลายคำถามเหมือนกัน ลูกค้าที่แย่ที่สุดที่เคยเจอเป็นยังไง ไม่กลัวคนรอบตัวรู้เหรอ ถ้ามีแฟนแล้วจะเลิกทำแบบนี้ไหม เคยตกหลุมรักลูกค้าไหม ไม่กลัวติดโรคเหรอ ผมก็ตอบไปเรื่อยๆจนเวลาผ่านไปชั่วโมงนึง ก็เลยบอกพี่เขาว่าให้อีกคำถามเดียวล่ะพี่ ..
“ อ่ะ คำถามสุดท้าย แล้วจะทำไปอีกนานแค่ไหนวะ “
“ ก็จนกว่าจะไม่รบกวนพ่อแม่ มีชีวิตที่ดี มีเงินสร้างความสุขให้ตัวเองได้มั้งพี่ “
“ ล่ะความสุขจริงๆของแก คืออะไรวะ “
ผมเงียบไป ก่อนจะยิ้มๆ “ คำถามเมื่อกี้เป็นคำถามสุดท้ายแล้วไงพี่ “
พี่เขาก็ยิ้มๆ แล้วเอามือมาขยี้หัวผม “ กลับบ้านไปไป๊ หน้าเศร้าขนาดนี้ มีอะไรด้วยไม่ลงหรอกวะ “
ผมยิ้มกลับ “ ขอบคุณมากนะพี่ “
แล้วพี่เขาก็ดึงผมเขาไปกอด แต่กอดของพี่เขาไม่เหมือนกอดอื่นๆที่ผมเคยได้มาเลย มันไม่ใช่กอดเพราะอยากปลุกให้ผมมีอารมณ์ ไม่ใช่กอดเพราะจ่ายเงินไปให้ผมมาตั้ง 1,500 แต่มันเป็นกอดที่อบอุ่นและเป็นห่วงจริงๆ กอดที่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแล้วเหลือเกิน

6.

พี่เขาลงมาส่งผมใต้คอนโด ผมส่งยิ้มให้พี่เขา ก่อนจะเดินออกมา แต่พี่เขายื่นมือมาจับแขนผมไว้ก่อนจะไป
“ เห้ย จริงๆแกน่ะ เป็นคนดีคนนึงเลยนะเว้ย พี่ว่านะ ถ้าเลิกได้ก็เลิกเหอะ “
แล้วพี่เขาก็กดลิฟต์ขึ้นคอนโดไป ผมเลยออกไปเรียกรถแท็กซี่ แล้วตัดสินใจบล็อคพี่เขาไป
คนดีๆแบบพี่ ผมน่ะ ไม่อยากเจอหรอก คนแบบผมมันไม่เหมาะกับการตกหลุมรักใครอีกแล้ว
ผมไม่อยากรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว ผมไม่อยากได้รับกอดที่แสนอบอุ่นนั้นอีกแล้ว
แล้วที่พี่ถามผมว่า ความสุขของผมคืออะไรน่ะ ที่ผมไม่ตอบอาจจะเพราะจริงๆ ผมก็ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าความสุขของผมคืออะไร อาจจะเป็นเท่านี้แหละมั้งพี่ อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นในวันที่ผมไม่เหลืออะไร แบบเมื่อกี้ หรืออาจจะเป็นวันที่ผมไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้ ประเทศเป็นประชาธิปไตย พ่อแม่ผมมีเงินทอง อยู่สบาย ผมไม่รู้อะไรเลย
แต่พอคิดว่าแล้วผมจะได้เจอคนดีๆแบบพี่อีกไหม ผมจะได้ความรักแบบนี้อีกไหม ผมต้องกลับไปนอนให้คนอื่นเขาเอาเป็นสิ่งของชิ้นหนึ่ง ได้สำเร็จความใคร่ แล้วก็จ่ายเงินที่เป็นเศษเงินของเขา แต่เป็นเงินที่ต่อชีวิตของเรา แล้วก็แยกย้าย กลับมานอนกินข้าวคนเดียวที่ห้องอีกแล้วน่ะเหรอ
แล้วผมก็ร้องไห้
ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่น้ำตาไหลหรอก ผมรู้ มันคือการร้องไห้
ร้องไห้อย่างเจ็บปวดๆ และหัวใจแหลกสลายจริงๆ

SHARE
Writer
iamyourbear
Writer,Dentist
Relationship

Comments

gwangly_karinthorn
4 months ago
ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ สะท้อนอะไรหลายๆอย่าง
Reply