ห้องสนิม 2/3
หลังจากนั้นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็เดิน
มาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง 
แล้วหย่อนตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่
อยู่หน้าบ้านของชาวบ้านที่เป็นคนทำเสื่อทอ...

เมื่อผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าทั้ง 4 คน 
ที่กำลังสนใจจดจ่ออยู่กับชายคนดังกล่าว
จึงพูดติดตลกขึ้นมาว่า

ไอ้นี่มันชื่อ " เมืองมนต์ คนผีบ้า "
มันเป็นลูกชายของหมอขวัญ 
ที่อยู่วัดที่จัดงานอยู่ตรงข้ามถนนฝั่งนู้นน่ะ 
ก่อนหน้านี้มันก็ดีๆอยู่หรอก 
ออกจะเป็นหนุ่มหล่อประจำอำเภอด้วยซ้ำ
หมอนี่เป็นนักเลงกลอน 
พอดีมันมาชอบคอกับนางโนรีเข้า 
ลูกสาวยายคล้ายเจ้าของบ้านทำเสื่อที่มันนั่งอยู่นั้นละ
เหมือนมันจะเริ่มมาตีสนิทกับนางโนรี 
แต่แล้วทีนี้ก็มีนายหน้าค้าที่ดินคนหนึ่งชื่อว่าเสี่ยสิทธิ์
มาติดต่อซื้อที่ดินแถวนี้ เผอิญมาเจอนางโนรีเข้า 
สองคนก็เลยลงเอยคบหากัน 
นางโนรีก็รีบหอบข้าวหอบของตามเสี่ยสิทธิ์ไป 
ไอเมืองมนต์ ก็อกหักรักคุดไปตามระเบียบ
ร้องห่มร้องไห้จนเสียสติกลายเป็นบ้าเป็นบอ 
อย่างที่เห็นนี่ละ "

ถึงขนาดทำให้ผู้ชายเสียสติ
เป็นบ้าเป็นบอได้ขนาดนี้ 
สังสัยคงจะสวยน่าดูเลยนะแม่โนรีคนเนี้ยะ "
(ทิทย์หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาพูดขึ้น)

โอ๊ย ..หน้าตามันพิลึกพิลน
กว่าชาวบ้านชาวช่องคนอื่นเขา 
ตัวมันสูงแขนขายาวผิวขาวตาเหลืองๆ
ผมสีแดงๆ มีกะมีฝ้าเต็มไปหมด "  
(เมียผู้ใหญ่บ้านพูดแทรกขึ้นมา)

อ่่อ ..คล้ายๆพวกผู้หญิงยุโรป 
หน้าตาออกฝรั่งๆหน่อยใช่ไหมคะ
(จิราห์พูดขึ้น)

แสดงว่าเป็นลูกครึ่งฝรั่งใช่ไหมคะคุณป้า
(นุชก็ยิงคำถามด้วยอีกคน)

พ่อของนางโนรีมันเป็นพวกทหารอเมริกัน G.I
ส่วนยายคล้ายก็ย้ายมาจากสัตหีบมาอยู่ที่นี้ 
เมื่อเกือบ 20 ก่อนแล้ว 
ตอนนั้นก็อุ้มท้องนางโนรีแล้วด้วย
ทีแรกบ้านยายคล้ายก็อยู่กัน 3 คน 
อีกคนก็คือตาของนางโนรีมันน่ะ 
พอโนรีเกิดมาได้แค่ปีเดียว 
พ่อของยายคล้ายก็เสียชีวิต 
แล้วทีนี้ยายคล้ายก็ต้องออกไปหา
ของป่าตามป่าตามเขา มาขายเพื่อเลี้ยงดูนางโนรี
อยู่คนเดียวตามสภาพจนอีนางโนรี
ได้ผัวเป็นเสี่ยสิทธิ์ก็เลยมีเงินปลูกบ้านใหม่ให้แม่ 
ปัจจุบันแกก็ถักทอเสื่อขายแก้เบื่อแก้เหงาของแกไป "

หลังจากที่คุยกันได้มาสักระยะจิราห์
ก็เหลือบไปเห็นคนงานจากบ้านช่างตีเหล็กคนหนึ่ง 
ถือชามใส่ขาหมูพะโล้มาวางไว้
ให้กับเมืองมนต์คนบ้าที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ 
เมื่อชามที่ใส่พะโล้ถูกวางลงตรงหน้าของชายบ้า....
เฮ้ยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!อยู่ๆ เมืองมนต์ก็ร้องเสียงหลงตะโกนโวยวาย
ออกมา ทำชามพะโล้หกกระจัดกระจาย 
แล้วรีบวิ่งเขาไปแอบในห้องหนึ่ง 
ที่สันนิษฐานว่าเป็นห้องเก็บเครื่องไม้ฯ
จากนั้นผู้ชายในหมู่บ้านก็วิ่งกวดกันตามเข้าไป 
เพราะกลัวว่าชายบ้าจะทำอันตรายกับคนในหมู่บ้าน 
วิรุณชายหนุ่มหนึ่งเดียวในกลุ่มนักศึึกษา 
ก็วิ่งเข้าไปดูสถานการณ์กับชาวบ้านกับเขาด้วย
เมื่อมองไปยังภายในห้องก็พบว่าชายบ้ากำลัง
นั่งร้องไห้อยู่บนแท่นปูนที่ตรงกลางห้อง ...
ฮือออ ฮือออ ฮือออ ..
คำบอกเล่าจากวิรุณหนึ่งในคน
ที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นเล่าว่า
ลักษณะของห้องคล้ายกับเอาเหล็กแผ่นใหญ่ๆ 
ที่มีสนิมเกาะตะป่มตะป่ำทั่วทั้งแผ่น
มาครอบลงกับห้องที่ดูคล้ายๆ 
ตู้คอนเทนเนอร์ มองเข้าไปภายในห้อง
ะมีพวกอุปกรณ์ ก่อสร้างกองๆ ไว้ 
และตรงกลางของห้องจะเป็นลักษณะ
เหมือนเป็นแท่นปูนที่ถูกทำขึ้นมา
และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคงหนีไม่พ้น 
พวกมีดกรีซ,ดาบ,ขวานของมีคมต่างๆ  
ที่่่ถูกวางไขว้กันอย่างประณีตเป็นรูปกากบาท 

หลังจากสถานการณ์สงบลง
ชาวบ้านก็เดินออกมาปล่อยให้เมืองมนต์ร้องไห้
อยู่ในห้องสนิมนั่นคนเดียวตามลำพัง
จนมาถึง 4 โมงเย็นทั้งหมดก็เตรียมตัว
ออกมารอรถที่นัดไว้ว่าจะกลับเข้ามารับพวกตน
จวบจนกระทั่ง 6 โมงเย็นรถที่นัดไว้ก็ยังไม่มา
จนผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่บนบ้านเดินลงมาถาม

อ้าว ..รถยังไม่มารับอีกเหรอ?"

ใช่คะผู้ใหญ่ฯนัดไว้ให้มารับ 4 โมงเย็น
จนตอนนี้ตะวันลับฟ้าแล้วก็ยังไม่มีวี่แววเลย "

ถ้าอย่างนั้นขึ้นไปบนบ้านผู้ใหญ่ฯก่อนสิ 
เดียวจะให้ยืนโทรศัพท์ลองติดต่อไปถามเขาดู "

หลังจากวิรุณโทร.ไปทางโรงแรมที่พวกตนพัก 
ปรากฏว่ารถของลุงที่นัดไว้ว่าจะมารับเกิดเสีย
กระทันหันทางโรงแรมจึงบอกว่าจะส่งรถอีกคันเข้าไปรับแทน 
แต่ยังไม่ทันที่วิรุณจะตอบตกลงกับทางโรงแรม 
ผู้ใหญ่บ้านก็สะกิดบอกกับสาวๆว่า ..

ตอนนี้มันก็ค่ำมืดแล้วนะ 
อยู่พักกันที่บ้านผู้ใหญ่ก่อนคืนหนึ่งก็ได้
ห้องน้ำห้องนอนก็สะดวก
อีกอย่างจากนี้เข้าไปในตัวเมืองสระแก้ว
มันไกลเกือบ 30 กิโลฯเลยนะ "

พอตกลงกันเสร็จทุกคนก็ตกลงกันว่า
จะอยู่ค้างคืนที่บ้านผู้ใหญ่บ้านหนึ่งคืน

งั้นพรุ่งนี้ให้รถมารับพวกผมช่วงเช้าแทนนะครับ " 
วิรุณนัดแนะกับทางโรงแรมเสร็จก็วางหูโทรศัพท์

หลังจากที่ทุกคนตัดสินใจกันเรียบร้อย
ขึ้นไปทำธุระส่วนตัวอาบน้ำอะไรกันจนเสร็จ
ก็มีชาวบ้านแถวๆนั้น ขนพวกเนื้อผักปลามาปิ้งย่าง
ดื่มกินสังสรรค์กันใต้ถุนบ้านผู้ใหญ่บ้าน
กลุ่มนักศึกษาก็ลงไปรวมวงกันกับชาวบ้านด้วย
หลังจากนั้นสามทุ่มต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน 
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเคลมๆจะหลับ
ด้วยความที่ต่างจังหวัดตอนกลางคืน
ค่อยข้างที่จะเงียบสงัด 
จู่ๆก็มีเสียงคล้ายคนเอาของแข็งอะไรทุบเข้ากับปูน 
ดังมาจากด้านนอกแต่กลุ่มจิราห์ก็ไม่ได้สนใจอะไร
ทุกคนก็ได้หลับไปในที่สุด จนจิราห์รู้สึกอยากจะเข้าห้องน้ำ
ก็เลยปลุกนุชให้ลงมาเป็นเพื่อนหน่อย 
ซึ่งห้องน้ำจะอยู่ด้านล่างถัดไปจากใต้ถุนบ้านไม่ไกล 
ขาลงเข้าไปห้องน้ำก็ปกติไม่มีอะไรแต่ด้วยอากาศ
ที่หนาวมากในตอนนั้น ทำให้นุชที่ยืนรอ
รอเพื่อนอยู่รู้สึกหนาวจนต้องกัดกราม 
หลังจากที่ทั้งสองคนทำธุระเสร็จ 
ระหว่างทางขากลับต้องเดินผ่านห้องสนิมห้องนั้น 
มีเสียงประหลาดเกินขึ้น ...
" ครืดดด... ครืดดด.. "
ทั้งสองหันไปมองยังต้นตอของเสียง
ก็ต้องประหลาดใจอย่างมาก
เพราะสิ่งที่ทั้งสองกำลังเห็นมันคือ
ใบหน้าของคนที่มีขนาดใหญ่กว่าคนปกติหลายเท่า
กำลังพยายามยื่นหน้าออกมาจากกำแพงสนิม 
ใบหน้านั้นเป็นเนื้อเดียวกันกับแผ่นสนิมตะปุ่มตะป่ำ
ค่อยๆ อ้างปากกว้างออกมาแล้วส่ายหน้าไปมา
เหมือนกำลังที่จะพยายามดิ้นให้หลุดออก
จากพันธนาการอย่างทุกข์ทรมาน 
หลังจากนั้นไม่นานเมืองมนต์ 
ก็วิ่งกระโจมออกมาพร้อมกับโวยวายด้วยท่าที่ 
ที่ดูน่ากลัว ก่อนที่จะวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าทึบ ....
SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าจาก The ghost radio 
คลื่นวิทยุหลอนของคนที่มีประสบการณ์ตรงหรือเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับเรื่องผีหรือวิญญาณ ที่พวกเขาเหล่านั้นได้ประสบพบเจอกันมา ที่จะพาให้คุณหลอกตามไปกันกับพวกเขา
Writer
MAYOMWAN
ชายผู้ที่หลงไหลในแมวสีดำ
หากคุณชอบอ่านเรื่องเล่าหลอนๆ เราคือครอบครัวเดียวกัน'

Comments