ห้องสนิม 2
หลังจากนั้นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง แล้วหย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่อยู่หน้าบ้านของชาวบ้านที่เป็นคนทำเสื่อทอ

เมื่อผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าทั้ง 4 คน ที่กำลังสนใจจดจ่ออยู่กับชายคนดังกล่าวอยูู่
จึงพูดติดตลกขึ้นมาว่า

ไอ้นี่มันชื่อ " เมืองมนต์ คนผีบ้า "
มันเป็นลูกชายของหมอขวัญ ที่อยู่วัดที่จัดงานอยู่ตรงข้ามถนนฝั่งนู้นน่ะ 
ก่อนหน้านี้มันก็ดีๆ อยู่หรอกออกจะเป็นหนุ่มหล่อประจำอำเภอด้วยซ้ำ
หมอนี่เป็นนักเลงกลอน พอดีมันมาชอบคอกับนางโนรีเข้า 
ลูกสาวยายคล้ายเจ้าของบ้านทำเสื่อที่มันนั่งอยู่ตรงนั้นละ
เหมือนมันจะเริ่มมาตีสนิทกับนางโนรี แต่แล้วทีนี้ก็มีนายหน้าค้าที่ดินคนหนึ่ง ชื่อว่าเสี่ยสิทธิ์
มาติดต่อซื้อที่ดินแถวนี้ เผอิญมาเจอนางโนรีเข้า สองคนก็เลยลงเอยคบหากัน 
นางโนรีก็รีบหอบข้าวหอบของตามเสี่ยสิทธิ์ไป ไอเมืองมนต์ ก็อกหักรักคุดไปตามระเบียบ
ร้องห่มร้องไห้จนเสียสติกลายเป็นบ้าเป็นบอ อย่างที่เห็นนี่ละ "

ถึงขนาดทำให้ผู้ชายเสียสติเป็นบ้าเป็นบอได้ขนาดนี้ 
สังสัยคงจะสวยน่าดูเลยนะแม่โนรีคนเนี้ยะ 
(ทิทย์หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาพูดขึ้น)

โอ๊ย ..หน้าตามันพิลึกพิลนกว่าชาวบ้านชาวช่อง
คนอื่นเขา ตัวมันสูงๆ แขนขายาว ผิวขาว ตาเหลืองๆ
ผมสีแดงๆ มีกะมีฝ้าเต็มไปหมด "  
(เมียผู้ใหญ่บ้านพูดแทรกขึ้นมา)

อ่่อ ..คล้ายๆ พวกผู้หญิงยุโรป 
หน้าตาออกฝรั่งๆ หน่อยใช่ไหมคะ
(จิราห์พูดขึ้น)

แสดงว่าเป็นลูกครึ่งฝรั่งใช่ไหมคะคุณป้า
(นุชก็ยิงคำถามด้วยอีกคน)

พ่อของนางโนรีมันเป็นพวกทหารอเมริกัน(G.I)  
ส่วนยายคล้ายก็ย้ายมาจากสัตหีบมาอยู่ที่นี้ เมื่อเกือบ 20 ก่อนแล้ว 
ตอนนั้นก็อุ้มท้องนางโนรีแล้วด้วย
ทีแรกบ้านยายคล้ายก็อยู่กัน 3 คน อีกคนก็คือตาของนางโนรีมันน่ะ 
พอโนรีเกิดมาได้แค่ปีเดียว พ่อของยายคล้ายก็เสียชีวิต แล้วทีนี้ยายคล้ายก็ต้องออกไปหาของป่าตามป่าตามเขา มาขายเพื่อเลี้ยงดูนางโนรี อยู่คนเดียวตามสภาพ จนอีนางโนรีได้ผัวเป็นเสี่ยสิทธิ์ก็เลยมีเงินปลูกบ้านใหม่ให้แม่ ปัจจุบันแกก็ถักทอเสื่อขายแก้เบื่อแก้เหงาของแกไป "

หลังจากที่คุยกันได้มาสักระยะจิราห์ก็เหลือบไปเห็นคนงานจากบ้านช่างตีเหล็ก 
ถือชามใส่ขาหมูพะโล้มาวางไว้ให้กับเมืองมนต์ คนบ้าที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ 
เมื่อชามที่ใส่พะโล้ถูกวางลงตรงหน้าของชายบ้า ....
เฮ้ยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!อยู่ๆ เมืองมนต์ก็ร้องเสียงหลงตะโกนโวยวาย
ออกมา ทำชามพะโล้หกกระจัดกระจาย 
แล้วรีบวิ่งเขาไปแอบในห้องหนึ่ง ที่สันนิษฐานว่าเป็นห้องเก็บเครื่องไม้เครื่องมือ
จากนั้นผู้ชายในหมู่บ้านก็วิ่งกวดกันตามเข้าไป เพราะกลัวว่าชายบ้า
จะทำอันตรายกับคนในหมู่บ้าน วิรุณชายหนุ่มหนึ่งเดียวในกลุ่มนักศึึกษา 
ก็วิ่งเข้าไปดูสถานการณ์กับชาวบ้านกับเขาด้วย
เมื่อมองไปยังภายในห้องก็พบว่าชายบ้ากำลัง นั่งร้องไห้อยู่บนแท่นปูนที่ถูกก่อขึ้นมา ...
ฮือออ ฮือออ ฮือออ ..
คำบอกเล่าจากวิรุณหนึ่งในคนที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นเล่าว่า
 ลักษณะของห้องคล้ายกับเอาเหล็กแผ่นใหญ่ๆ ที่มีสนิมเกาะตะป่มตะป่ำทั่วทั้งแผ่น
มาครอบลงกับห้องที่ดูคล้ายๆ ตู้คอนเทนเนอร์ 
มองเข้าไปภายในห้องจะมีพวกอุปกรณ์ ก่อสร้างกองๆ ไว้ 
และตรงกลางของห้องจะเป็นลักษณะเหมือนแท่นปูนที่ถูกทำขึ้นมาเป็นแผ่น
สี่เหลี่ยมไม่สูงมากนัก สิ่งที่สะดุดตาที่สุด
คงหนีไม่พ้น พวกมีดกรีซ ดาบ ขวานของมีคมต่างๆ  
ที่่่ถูกวางไขว้กันอย่างประณีตเป็นรูปกากบาท 

หลังจากสถานการณ์สงบลง .. ชาวบ้านก็เดินออกมา ปล่อยให้เมืองมนต์ร้องไห้อยู่ในห้องสนิมนั่นคนเดียวตามลำพังอยู่อย่างนั้น
จนมาถึง 4 โมงเย็น ทั้งหมดก็เตรียมตัวออกมารอรถที่นัดไว้ว่าจะกลับเข้ามารับพวกตน
จวบจนกระทั่ง 6 โมงเย็นรถที่นัดไว้ก็ยังไม่มา
จนผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่บนบ้านเดินลงมาถาม

อ้าว .. รถยังไม่มารับอีกเหรอ?

ใช่คะผู้ใหญ่ฯนัดไว้ให้มารับ 4 โมงเย็นจนตอนนี้ตะวันลับฟ้าแล้วก็ยังไม่มีวี่แววเลย

ถ้าอย่างนั้นขึ้นไปบนบ้านผู้ใหญ่ฯก่อนสิ 
เดียวจะให้ยืนโทรศัพท์ลองติดต่อไปถามเขาดู

หลังจากวิรุณโทร.ไปทางโรงแรมที่พวกตนพัก ปรากฏว่ารถของลุงที่นัดไว้ว่าจะมารับเกิดเสีย
กระทันหันทางโรงแรมจึงบอกว่าจะส่งรถอีกคันเข้าไปรับแทน แต่ยังไม่ทันที่วิรุณจะตอบตกลงกับทางโรงแรม ผู้ใหญ่บ้านก็สะกิดบอกกับสาวๆ ว่า

ตอนนี้มันก็ค่ำมืดแล้วนะ ..อยู่พักกันที่บ้านผู้ใหญ่ก่อนคืนหนึ่งก็ได้ห้องน้ำห้องนอนก็สะดวก
อีกอย่างจากนี้เข้าไปในตัวเมืองสระแก้วมันไกลเกือบ 30 กิโลฯเลยนะ!

พอตกลงกันเสร็จทุกคนก็ตกลงกันว่าจะอยู่
ค้างคืนที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ... 

งั้นพรุ่งนี้ให้ลุงคนที่รถเสียขับมารับพวกผมช่วงเช้าแทนละกันนะครับ 
" วิรุณนัดแนะกับทางโรงแรมเสร็จก็วางหูโทรศัพท์ "

หลังจากที่ทุกคนตัดสินใจกันเรียบร้อยก็ขึ้นไปทำธุระส่วนตัวอาบน้ำ .. อะไรกันจนเสร็จ
ก็มีชาวบ้านแถวๆนั้น ขนพวกผักเนื้อผักปลามาปิ้งย่างดื่มกินสังสรรค์กันใต้ถุนบ้านผู้ใหญ่บ้าน
กลุ่มนักศึกษาก็ลงไปรวมวงกันกับชาวบ้านด้วยหลังจากนั้นสามทุ่มต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างที่ทุกคนกำลังเคลมๆจะหลับ .. ด้วยความที่ต่างจังหวัดตอนกลางคืนค่อยข้างที่จะเงียบสงัด .. จู่ๆก็มีเสียงคล้ายกับคนเอาของแข็งอะไรทุบกับปูนดัง 
ปึกปึกปึกปึก!!! 
ด้ยินมาจากทางด้านบ้านดังเข้ามาภายในห้องที่พวกตนกำลังนอนอยู่


จนทุกคนเผลอหลับไปในที่สุด .. จนจิราห์รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำก็เลยปลุกนุชให้ลงมาเป็นเพื่อนหน่อย ซึ่งห้องน้ำจะอยู่ด้านล่างถัดไปจากใต้ถุนบ้านไม่ไกล ขณะนั้นเสียงที่เหมือนของแข็งสองสิ่งกระทบกันก็ยังดังไม่หยุด "
ปึกปึกปึกปึกปึกปึก !!!!ขาลงเข้าไปห้องน้ำก็ปกติไม่มีอะไรแต่ด้วยอากาศที่หนาวมากในตอนนั้น ทำให้นุชที่ยืนรอ
จิราห์ รู้สึกหนาวจนต้องกัดกราม หลังจากที่ทั้งสองทำธุระเสร็จ 
ระหว่างทางขากลับต้ องเดินผ่านห้องสนิมห้องนั้น 
ก็ดันมีเสียงประหลาดดังขึ้น ..
" ครืดดด... ครืดดด.. "

ระหว่างที่ทั้งสองหันไปมองยังต้นตอเสียงก็ต้องประหลาดอย่างมากเพราะสิ่งที่ทั้งสองกำลังเห็นนั้นมันคือ ใบหน้าของคนที่มีขนาดกว่าคนปกติหลายเท่ากำลังพยายามยื่นหน้าออกมาจากกำแพงสนิม ใบหน้านั้นคือเนื้อเดียวกับแผ่นสนิมที่เป็นตะปุ่มตะป่ำค่อยๆ อ้างปากกว้างออกมาแล้วส่ายหน้าไปมาเหมือนกำลังที่จะพยายามดิ้นให้หลุดออกจากพันธนาการอย่างทุกข์ทรมาน 
หลังจากนั้นไม่นานเมืองมนต์ ก็วิ่งกระโจมออกมาพร้อมกับโวยวายด้วยท่าที่ 
ที่ดูน่ากลัว ก่อนที่จะวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าทึบ ....
SHARE

Comments