ซีนกาแฟ | taste of adult
ถ้าพูดถึงกาแฟสิ่งแรกที่ผมนึกถึงคือ 
'การเปลี่ยนผ่าน'

ไม่ใช่การเปลี่ยนของเมล็ดกาแฟที่กลายมาเป็นผงและของเหลวสีน้ำตาลเข้มแต่อย่างใด

แต่คือการเปลี่ยนผ่านของช่วงชีวิต

นานมาแล้วผมเคยอ่านบทความสั้นๆที่ไม่ทราบว่ามีที่มาจากใครแต่เป็นบทความที่ผมอ่านครั้งเดียวและจำมาได้จนถึงทุกวันนี้ มีใจความประมาณว่า

'ตอนเด็กผมเคยสงสัยว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ชอบกินกาแฟ ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ อร่อยก็ไม่อร่อย ขมก็ขม แต่พอผมโตมาผมถึงรู้ว่ารสชาติชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่มันขมขื่นซะยิ่งกว่ารสชาติสิ่งเหล่านั้นเสียอีก'

มันเข้ามาในหัวของผมโดยอัติโนมัติ ผมเลยมานั่งคิดกับตัวเองถึงมุมมองของกาแฟของผมตอนเด็กว่าเป็นอย่างไร

ภาพที่ชัดที่สุดคือเด็กชายในวัยม.ต้น ใส่ชุดนักเรียนมัธยม นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในเวลาเช้า ด้านหน้าของเขามีจานข้าว ถัดออกไปมีคุณพ่อที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์แผ่นใหญ่ สลับกับการหยิบขนมปังแผ่นตัดขอบทาแยมขึ้นมากินและดื่มกาแฟสีเข้มตามไปเพื่อเพิ่มความง่ายในการกลืนขนมปังแผ่นนั้น เด็กคนนั้นรู้ว่ากาแฟมีกลิ่นหอมแต่มีรสชาติขม ไม่ถูกปาก เขาไม่เข้าใจว่าพ่อของเขาดื่มสิ่งนี้เพื่ออะไร เขาถามพ่อ พ่อเขายังบอกอีกว่าเดี๋ยวจะลดแล้ว กินเยอะสุขภาพเสีย แต่พ่อก็ยังกินมัน เด็กคนนั้นยิ่งไม่เข้าใจ

ผมนำความทรงจำเหล่านี้กลับมาตีความ แปรรูป แทนค่าและผลิตมันออกมาเป็นละครสั้นไร้บทพูด5นาทีหนึ่งเรื่อง มีตัวละครคือ 
1.เด็กหญิง7ขวบ น้องสาว
2.เด็กชาย15ขวบ พี่ชาย
3.คุณพ่อวัยทำงาน

(ไฟเปิด)
เช้าวันเสาร์เด็กหนุ่มในสภาพพึ่งตื่นนอนลงมานั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะอาหารของบ้าน สักพักน้องสาวตัวน้อยก็วิ่งถือตุ๊กตามาชวนพี่ชายของเธอเล่นด้วยทีท่าร่าเริงเหมือนทุกวันหยุด เด็กหนุ่มปฏิเสธที่จะเล่นตุ๊กตากับน้องสาวของตน เพราะเหตุผลที่ว่าเขานั้นโตแล้ว นั่นทำให้น้องสาวของเขางอนตุ๊บป่องและเดินหนีออกไปซึ่งสวนกับคุณพ่อที่แต่งตัวเตรียมพร้อมที่จะออกไปทำงาน คุณพ่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความงุนงง คุณพ่อเดินมานั่งที่เก้าอี้อีกตัวของโต๊ะอาหารข้างๆลูกชายของเขา สักพักคุณพ่อก็เอื้อมไปหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งบนโต๊ะอาหารขึ้นมากางอ่าน หนุ่มน้อยอีกคนก็ดูตามและหยิบอีกฉบับบนโต๊ะมากางอ่านเช่นเดียวกับฮีโร่ของเขา 

คุณพ่อเปลี่ยนท่านั่ง 
คุณลูกเปลี่ยนตาม 
คุณพ่อเปลี่ยนหน้ากระดาษ
คุณลูกทำตาม
คุณพ่อขยับ
คุณลูกก็ขยับตาม

เป็นอย่างนี้ต่อไปด้วยความแปลกใจของผู้เป็นพ่อ จึงเดินออกไปชงกาแฟ ลูกชายเห็นจึงลุกตามพ่อไปและชงกาแฟโดยขโมยสูตรและสัดส่วนจากพ่อของเขา ทั้งคู่กลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม

คุณพ่อสูดกลิ่นหอมของกาแฟ
คุณลูกสูดตาม

อ่าห์~

เสียงของคนเป็นพ่อดังและตามมาด้วยเสียงเจ้าลูกชาย ก่อนที่ทั้งคู่จะกระดกมันเข้าปาก

พรู่ดด!!

กาแฟสีน้ำตาลเข้มพุ่งออกจากปากของลูกชายตัวแสบ พร้อมหน้าตาแสดงความไม่ถูกใจของรสชาติที่พึ่งลิ้มลองมา ผู้เป็นพ่ออดหัวเราะไม่ได้กับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นตรงหน้า เขาหัวเราะพร้อมตบไหล่ปลอบใจ

เด็กชายไม่เข้าใจ พ่อจึงบอกให้เขาไปง้อน้องสาวกลับมา ตอนแรกเขาไม่พอใจนักแต่ก็ยอมทำตาม น้องสาวที่ยังคงไม่หายงอนถูกดึงกลับมาโดยพี่ของเธอ ก่อนเริ่มการง้อ ไม่นานนักน้องสาวก็หายงอนและกลับมาเล่นกับพี่ของเธอ คุณพ่อเห็นดังนั้นจึงร่ำลากันออกไปทำงานของเขาเหลือไว้เพียงสองพี่น้องที่นั่งเล่นตุ๊กตากันอยู่กลางฉาก

(ไฟค่อยๆเฟดลง)

สิ่งที่ผมพยายามจะบอกในซีนนี้ก็คือมุมมองของผมตอนเด็กต่อการใช้ชีวิตของผู้ใหญ่ ผมให้เด็กหญิงเป็นตัวแทนของความเป็นเด็กและพ่อเป็นตัวแทนของความเป็นผู้ใหญ่ 

ผมเชื่อว่าในช่วงชีวิตนึงของเราหลังจากได้เรียนรู้และพบการเปลี่ยนแปลงบางอย่างทางร่างกายและจิตใจก็มักจะอดคิดไม่ได้ว่า 
'นี่เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแหละ' 
ทั้งที่จริงๆแล้วเราพึ่งเกิดมาแค่สิบกว่าปีด้วยซ้ำ เราเริ่มที่จะปฏิเสธวัยเด็ก เริ่มไม่เอนจอยกับสิ่งง่ายๆที่เคยทำให้มีความสุข เริ่มมองหารสชาติของความเป็นผู้ใหญ่ เริ่มสังเกตุและเรียนรู้ที่จะทำตามผู้ใหญ่ ทั้งหนังสือพิมพ์ที่ใหญ่เทอะทะ ตัวหนังสือก็เยอะและเล็กมาก จะอ่านทีก็ต้องเพ่ง กางแขนสุดก็เมื่อย เปลี่ยนหน้าก็ลำบาก สกู๊ปแต่ละอันก็หายาก อ่านแบบเรียงบรรทัดลง กับกาแฟที่ขม เข้ม ไม่อร่อยเท่านมหรือน้ำอัดลม ล้วนเป็นการกระทำของผู้ใหญ่ที่เราไม่เข้าใจทั้งนั้น 

แต่เมื่อโตมาถึงจุดนึงผมกลับรู้สึกว่าบางสิ่งเราไม่จำเป็นต้องรีบไปเข้าใจมันขนาดนั้น เมื่อถึงเวลาที่สมควรเราจะต้องเจอมันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราเพียงแค่อยู่กับปัจจุบัน enjoy the moment ของชีวิต ใช้วัยเด็กให้คุ้มเพราะสุดท้ายเราก็ต้องโตอยู่ดีถึงแม้เราอาจจะไม่ได้มีชีวิตแบบผู้ใหญ่ที่เราเห็นตอนเด็ก

ก็เป็นงาน coming-of-age เล็กๆน้อยๆของผม ที่ผมสนุกที่ได้ทำและได้กรั่นกรองมันออกมาจากหัวใจมากๆ มันทำให้รู้ว่าผมชอบงานประเภทนี้นะ และตอนนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองก็ยังไม่โต ยังคงเป็นเด็กมากในหลายๆด้าน ก็ต้องใช้สิ่งที่เรียนรู้มานี่แหละครับ ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเราคิดว่าเราโตแล้วเมื่อไหร่ตอนนั้นนั่นแหละที่เรายังไม่โต

ผู้อ่านมีประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านไหนไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เอามาแชร์กันได้นะครับ ผมอยากอ่านของทุกๆคนเลย

สำหรับวันนี้ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและขอบคุณคนที่อ่านมาถึงตรงนี้หวังว่ารสชาติกาแฟของผมคงจะไม่ขมเกินไปนะ (หัวเราะ)

ขอบคุณครับ :-)


SHARE
Writer
Absurdity
a little dreamer
90's | เพราะทุกที่มีเรื่องเล่า

Comments

JINNYJAP
7 days ago
เวลาที่เรารู้สึกว่าเราเติบโตขึ้นแล้วคือตอนที่เราเอาขนะเสียงในใจและอดทนต่อสิ่งที่เราไม่ชอบได้ค่ะ ตอนที่เรานิ่งขึ้น ตอนที่เราเพิกเฉยต่อความไม่ชอบ ตอนที่เราหาข้อดีในวิชาที่เราไม่อยากจะเรียนเลย นั้นคือตอนที่เราคิดว่า....อ่าาาา โตขึ้นอีกนิดแล้วสินะ
Reply
Absurdity
7 days ago
ดีจังเลยครับ ผมก็อยากรู้สึกแบบนั้นให้ได้กับทุกอย่าง แต่ก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ต้องค่อยๆเข้่าใจไปครับ 5555555
minor
7 days ago
นึกถึงตัวเองตอนเด็กเลยค่ะ ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจผู้ใหญ่ ตอนนี้เป็นคนติดกาแฟค่ะ กาแฟดำซะด้วย
Reply
Absurdity
7 days ago
เพื่อนๆหรือพี่ผมก็ทานกาแฟดำครับ ถึงตอนนี้ผมก็ยังทานกาแฟดำไม่ได้ ได้แค่พวกที่ผสมนมแบบลาเต้พวกนี้มากกว่าครับ 555555555
TinMakham
5 days ago
ตอนเด็กกาแฟใส่น้ำตาลยังขม. คอนโตกาแฟดำก้อยังหวาน มันคงแสดงว่าชีวิตเราเจอของขมๆมาเยอะ55. เขียนดีมากคับ. บางวรรคอ่านมากกว่าสองรอบ
Reply
Absurdity
1 day ago
ขอบคุณมากๆครับที่มาแชร์กัน//อ่านมากกว่่าสองรอบนี่คือไม่เข้าใจเลยต้องอ่านอีกรอบรึเปล่าครับ 555555 😭