บ้านที่อยากกลับ
"ประเทศไทย ก็เปลี่ยนไปเยอะเลยนา ท่านหญิง"
ผู้ชายที่เลยวัยเกษียณมาเกือบทศวรรษเอ่ยกับผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาสี่สิบกว่าปี

"ตอนหญิงเกิดสยามก็เปลี่ยนชื่อเป็นไทยพอดี" 
ดวงตาที่เคยประกายสดใสในวัยเยาว์หรี่ลงเมื่อมองภาพที่หน้าจอโทรทัศน์

"เหมือนท่านหญิงเพิ่งขอให้ผมซื้อโทรทัศน์ให้ดูอยู่เลย ตอนนั้นภาพขาวดำคลาสสิคเชียว" 

"เสด็จตาออกสตางค์ให้ด้วยต่างหาก"

"ผมออกตั้งครึ่งเชียวนา เสด็จตาของผมกลัวสะใภ้หาว่าผมดูแลไม่ดีดอก" 

"หลานคนเดียวต้องดูแลดีอย่างไร นี่ก็มีวิกฤตการณ์การเงินที่เพิ่งเกิดขึ้น รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศขึ้นมา" 

"นึกถึงตอนผมพาท่านหญิงขึ้นรถสามล้อ กระโปรงยาวบานๆของท่านหญิงกับรองเท้าส้นสูงไม่หยอก" ดวงตาเรียวรีหยีเล็กน้อยอย่างขบขันตอนรำพันถึงเรื่องเก่าๆ 

"ถุงมือถ้าใส่ตอนนี้คงขันน่าดู ตอนนั้นมีแต่เสื้อผ้าแบบนี้นี่นา" 

"ถนนเจริญกรุงเล่า ร้านผ้าร้านนั้นยังอยู่ไหมท่านหญิง" 

"จริงสิ หญิงเพิ่งแวะร้านคุณเกษมาเหมือนกัน ชื่อร้านก็คงเดิมนั่นแหละ แต่ส่งต่อให้หลานของเธอดูแลแล้ว อายุมากแล้ว" 

"มากกว่าผมเสียอีก" คนอายุเกือบเจ็ดสิบพึมพำเบาๆ 

"เธอกลับไปอยู่บ้านที่อยุธยาน่ะคุณเปรม อยู่กับลูก" 

"ไม้ใกล้ฝั่งอย่างเราจะต้องการอะไรไปมากกว่าครอบครัว" 

"สมัยก่อนเราก็ยังต้องการไขว่คว้าความสำเร็จเหมือนกัน"

"แหงสิ ผมต้องหาเงินมาดูแลภรรยาที่อยากจะเรียนต่อ" 
คนเป็นภรรยาที่ได้เรียนต่อเพราะเงินของสามียิ้ม เอื้อมมือเล็กไปกุมมือที่เริ่มเหี่ยวย่นตามกาลเวลา 

"ขอบคุณคุณเปรม ที่ทนอยู่กับหญิงมาได้ขนาดนี้" ดวงหน้าที่ดูก็รู้ว่าวัยสาวต้องสวยหมดจดเอ่ยน้ำตาคลอ 

"ใครว่าผมทนเล่า เพราะผมรักท่านหญิงหรอกหนา" 

"หญิงก็รักคุณเปรม" 
พูดแล้วก็หน้าร้อนเหมือนตอนเป็นสาวๆ 

"แก่ๆกันแล้ว คงไม่พูดบ่อยเหมือนแต่ก่อน แต่ท่านหญิงก็รู้ความในใจของผมเสมอใช่ไหมครับ"

"ค่ะ หญิงรู้ แต่สมัยก่อนเพื่อนๆหญิงอิจฉาหญิงทั้งนั้นแหละ ว่าคุณเปรมไม่ควรเป็นสมบัติของหญิงเร็วขนาดนี้" อดีตหม่อมเจ้าหญิงหัวเราะขบขันเมื่อนึกถึงคุณหญิงทั้งหลายที่เคยพูดไว้กับหล่อน 

"จะช้าจะเร็ว ผมก็เป็นของท่านหญิงคนเดียว" 
ใบหน้าที่ไม่เคยเปลี่ยนไปในใจของหล่อนยังทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะอบอุ่นเสมอ 

"ลูกสามแล้วนะคะคุณเปรม" 

"ลูกไปทำงานหมดแล้ว" 


"ท่านหญิงของกระหม่อม..." 



หล่อนสบนัยน์ตาคู่เดิม ที่ยังสะท้อนใบหน้าของหล่อนคนเดิม และความรู้สึกคงเดิม

หล่อนยิ้ม กุมมือคู่ชีวิตแน่นขึ้น


"คุณพ่อ ท่านแม่ ผมกลับมาแล้วครับ" 

คนทั้งคู่อมยิ้มก่อนจะตัดสินใจละมือออกจากกัน หันกลับไปมอบรอยยิ้มให้ลูกชายคนโต ก่อนจะสวมกอดเหมือนทุกครั้งที่กลับบ้านมา 


"กลับมาแล้วเหรอลูก...เหนื่อยไหม"

พร้อมถามคำถามเดิมๆ แต่คนฟังกลับมีความสุขและอยากจะฟังตลอดไปทั้งชีวิต 



SHARE

Comments